• Partagez
  • E-mail
  • Intégrer
  • J'aime
  • Télécharger
  • Contenu privé
อาหารจานโปรดของเด็กทับแก้ว
 

อาหารจานโปรดของเด็กทับแก้ว

on

  • 4,027 vues

กลุ่มที่ 43 เรื่อง อาหารจานโปรดของเด็กทับแก้ว

กลุ่มที่ 43 เรื่อง อาหารจานโปรดของเด็กทับแก้ว

Statistiques

Vues

Total des vues
4,027
Vues sur SlideShare
3,857
Vues externes
170

Actions

J'aime
0
Téléchargements
12
Commentaires
0

1 intégré 170

http://kunjeabjeab.wordpress.com 170

Accessibilité

Catégories

Détails de l'import

Uploaded via as Microsoft PowerPoint

Droits d'utilisation

© Tous droits réservés

Report content

Signalé comme inapproprié Signaler comme inapproprié
Signaler comme inapproprié

Indiquez la raison pour laquelle vous avez signalé cette présentation comme n'étant pas appropriée.

Annuler
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Votre message apparaîtra ici
    Processing...
Poster un commentaire
Modifier votre commentaire

    อาหารจานโปรดของเด็กทับแก้ว อาหารจานโปรดของเด็กทับแก้ว Presentation Transcript

    •  
    •  
    • 1. กำหนดจุดมุ่งหมายของการดำเนินงาน
      • เพื่อต้องการศึกษาถึงรสชาติ และ ประเภทอาหารจานโปรดของนักศึกษามหาวิทยาลัยทับแก้ว
    • 2 . ศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการสำรวจ และสอบถามความต้องการ
      • หาข้อมูลเกี่ยวกับประเภทของอาหารในทับแก้วว่ามีประเภทใดบ้าง
      • ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมการบริโภคของนักศึกษาชายและหญิง
    • 3. เลือกวิธีการเก็บข้อมูล
      • วิธีการเก็บข้อมูล เลือกใช้แบบสอบถามโดยที่แบบสอบถามจะบ่งบอกถึงบุคคลที่ทำแบบสอบถาม รสชาติที่ชื่นชอบ ประเภทของอาหาร และอาหารที่ชื่นชอบของแต่ละบุคคล ซึ่งได้ใช้แบบสอบถามนี้ได้จัดทำการสอบถามกับนักศึกษาศิลปากรเป็นจำนวน 100 คน
    • 4 . การเก็บรวบรวมข้อมูล
      • ทำการรวบรวมข้อมูลทั้งหมด และตรวจสอบข้อมูลโดยการแบ่งแยกตามประเภทอาหาร
    • 5 . วิเคราะห์ข้อมูล
      • นำข้อมูลมาวิเคราะห์โดยแบ่งตามเพศว่ามีความชื่นชอบในด้านรสชาติ และประเภทของอาหารที่ชื่นชอบมากที่สุด
      • วิเคราะห์ภาพรวมของผู้ที่ทำแบบสอบถามทั้งหมดมีความชื่นชอบในด้านรสชาติ และประเภทของอาหารที่ชื่นชอบมากที่สุด
    •  
    • ข้อมูลเกี่ยวกับประเภทของอาหารในทับแก้ว
      • ในมหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ หรือที่นักศึกษาเรียกกันว่า ‘ ทับแก้ว ’ นั้น มีโรงอาหารทั้งสิ้น 3 โรงอาหาร ดังนี้ โรงอาหารยูเนี่ยน โรงอาหารเพชรรัตน์ โรงอาหารเอ 2 ( คณะศึกษาศาตร์ ) มี ร้านรวมกันทั้งหมด 39 ร้าน โดยแบ่งเป็น
      • จำนวนร้านอาหารที่โรงอาหารเพชรรัตน์ มีจำนวน 18 ร้าน ดังนี้
      • ร้าน 1 ก๋วยเตี๋ยวเรือป้าต่วน
      • ร้าน 2 โจ๊ก - ข้าวต้ม
      • ร้าน 3 ข้าวมันไก่
      • ร้าน 4 เครื่องดื่มร้อน - เย็น
      • ร้าน 5 ขนมจีน ส้มตำ
      • ร้าน 6 ข้าวราดแกง - อาหาตามสั่ง
      • ร้าน 7 ก๋วยเตี๋ยว
      • ร้าน 8 ผลไม้สด - ดอง + ขนมไทย
      • ร้าน 9 ข้าวราดแกง - อาหารตามสั่ง
      • ร้าน 10 ขนมหวาน
      • ร้าน 11 อาหารเพื่อสุขภาพ + ผักผลไม้
      • ร้าน 12 ข้าวราดแกง
      • ร้าน 13 เครื่องดื่มร้อน - เย็น
      • ร้าน 14 อาหารว่างของทอด ลูกชิ้น
      • ร้าน 15 ข้าวราดแกง - อาหาตามสั่ง
      • ร้าน 16 น้ำเต้าหู้ + เครปญี่ปุ่น
      • ร้าน 17 ก๋วยเตี๋ยว
      • ร้าน 18 ข้าวราดแกง - อาหาตามสั่ง
      • จำนวนร้านอาหารที่โรงอาหารยูเนี่ยน มีจำนวน 8 ร้าน มีดังนี้
      • ร้าน 1 ข้าวราดแกง - อาหาตามสั่ง
      • ร้าน 2 ข้าวราดแกง - อาหาตามสั่ง
      • ร้าน 3 ก๋วยเตี๋ยว
      • ร้าน 4 เครื่องดื่มร้อน - เย็น
      • ร้าน 5 ก๋วยเตี๋ยว
      • ร้าน 6 เครื่องดื่มร้อน - เย็น
      • ร้าน 7 ข้าวราดแกง - อาหาตามสั่ง
      • ร้าน 8 อาหารอิสลาม
      • จำนวนร้านอาหารที่โรงอาหารคณะศึกษาศาสตร์ มีจำนวน 13 ร้าน ดังนี้
      • ร้าน 1 ของว่าง
      • ร้าน 2 ข้าวราดแกง - อาหาตามสั่ง
      • ร้าน 3 อาหารตามสั่ง
      • ร้าน 4 ข้าวราดแกง - อาหาตามสั่ง
      • ร้าน 5 อาหาตามสั่ง
      • ร้าน 6 ก๋วยเตี๋ยว
      • ร้าน 7 เครื่องดื่มร้อน - เย็น
      • ร้าน 8 ก๋วยเตี๋ยว
      • ร้าน 9 เครื่องดื่มร้อน - เย็น
      • ร้าน 10 ก๋วยเตี๋ยว
      • ร้าน 11 ส้มตำ
      • ร้าน 12 ก๋วยจั๋บ เกาเหลา
      • ร้าน 13 ของว่าง
    • จากข้อมูลดังกล่าวจะพบว่า ร้านอาหารบางร้านขายอาหารประเภท เดียวกัน ซึ่ง สามารถแบ่งประเภทของอาหารได้ดังนี้
    • ที่มา : สำรวจ ประเภทอาหาร โรงอาหาร เพชรรัตน์ โรงอาหาร ยูเนี่ยน โรงอาหาร ศึกษา รวม 1. ข้าวราดแกงอาหารตามสั่ง 5 3 4 12 2. ก๋วยเตี๋ยว 3 2 4 9 3. เครื่องดื่มร้อน - เย็น 2 1 2 5 4. ขนมจีน ส้มตำ 1 - 1 2 5. โจ๊ก - ข้าวต้ม 1 - - 1 6. ผลไม้สด - ดอง + ขนม 3 - - 3 7. อาหารเพื่อสุขภาพ + ผักผลไม้ 1 - - 1 8. อาหารว่างของทอด ลูกชิ้น 1 - 2 3 9. ข้าวมันไก่ + อาหารอิสลาม 1 1 - 2 รวม 39
      • จากข้อมูลที่ได้ ทำให้เราทราบประเภทอาหารที่มีอยู่ในทับแก้ว ซึ่งอาหารประเภทข้าวราดแกง กับอาหารตามสั่ง มีจำนวนร้านมากที่สุดคิดเป็น ร้อยละ 30.8 ของจำนวนร้านอาหารทั้งหมด รองลงมา คือ ก๋วยเตี๋ยว คิดเป็นร้อยละ 23.08 ของจำนวนร้านอาหารทั้งหมด
    •  
    • การบริโภคอาหารของคนไทย
      • อาหารมีความสำคัญยิ่งต่อสุขภาพของคนเรา และมีความสัมพันธ์โดยตรงต่อภาวะโภชนาการซึ่งเป็นตัวบ่งชี้สุขภาพ คนที่กินอาหารมากเกินไปจะเกิดภาวะโภชนาการเกิน เป็นสาเหตุของโรคอ้วนและโรคเรื้อรังที่เกิดจากความเสื่อมต่างๆ หากกินอาหารไม่เพียงพอก็ทำให้เป็นโรคขาดสารอาหาร ส่งผลถึงประสิทธิภาพของร่างกายได้ อาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะ มีการปนเปื้อนของเชื้อโรคต่างๆ หรือโลหะหนัก ยาฆ่าแมลง ตลอดจนสารเคมีต่างๆ ล้วนส่งผลถึงความไม่ปลอดภัยและเป็นอันตรายต่อสุขภาพของคนเรา ซึ่งเราก็ประสบปัญหาทั้ง 3 ด้านดังกล่าวข้างต้น แต่ปัญหาเรื่องโภชนาการเกินเป็นปัญหาที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และนับเป็นปัญหาที่ท้าทายนักวิชาการด้านโภชนาการอย่างมาก
      • ส่วนปัญหาการขาดสารอาหารแม้จะลดความรุนแรงลงแล้วก็ตาม แต่ก็ยังคงมีอยู่ สำหรับปัญหาความปลอดภัยของอาหารก็ยังพบเห็นได้ไม่น้อยในปัจจุบัน ด้วยเหตุนี้นักวิชาการด้านโภชนาการและผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบจึงได้พยายามดำเนินการต่างๆ ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว วิธีหนึ่งที่ได้ดำเนินการเพื่อหาข้อมูลในการแก้ไขปัญหาคือ การสำรวจการบริโภคอาหารของคนไทย
      • การสำรวจการบริโภคอาหารของคนไทยจะทำให้ทราบว่าคนไทยกินอาหารอะไรบ้าง กินอย่างไร ในปริมาณเท่าไร เพราะเมื่อทราบว่าคนไทยกินอะไรบ้างก็จะสามารถทราบภาวะโภชนาการโดยรวมหรือภาพรวมของภาวะโภชนาการของคนไทย หรือทำให้ทราบแนวโน้มว่าคนไทยจะประสบปัญหาโภชนาการอย่างไร
      • นอกจากนี้ยังสามารถนำข้อมูลดังกล่าวมาศึกษาว่าคนไทยจะมีความปลอดภัยในการบริโภคอาหารหรือไม่ อย่างไร เสี่ยงต่อการได้รับสารปนเปื้อน เช่น อะฟล่าทอกซินหรือไม่ อย่างไร เป็นต้น ซึ่งในการดำเนินการสำรวจดังกล่าวต้องทำโดยใช้หลักวิชาการที่ถูกต้อง ตั้งแต่การเลือกกลุ่มบุคคลที่จะสำรวจ โดยต้องพยายามเลือกกลุ่มบุคคลที่สามารถเป็นตัวแทนของคนไทยทั้งหมด แบบสอบถามที่จะใช้เป็นเครื่องมือก็ต้องมีมาตรฐาน ที่สำคัญคือต้องมีเงินทุนเพียงพอในการสำรวจด้วย และเมื่อสำรวจเสร็จสิ้นการวิเคราะห์ประมวลข้อมูลก็เป็นสิ่งสำคัญมาก จึงเห็นได้ว่าการสำรวจการบริโภคอาหารของคนไทยนั้นต้องใช้พละกำลังในทุกด้านอย่างมหาศาลทีเดียว และข้อมูลต่างๆ ที่ได้มาก็นับว่าคุ้มค่า เพราะสามารถนำมาใช้ในการวางยุทธวิธีป้องกันและแก้ไขปัญหาทุกโภชนาการที่เกิดขึ้น
      • การสำรวจด้านโภชนาการของคนไทยในช่วงระยะ 5 ปีที่ผ่านมาได้มี 2 หน่วยงานดำเนินการสำรวจ คือ กองโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ดำเนินการสำรวจภาวะอาหารและโภชนาการเมื่อ พ . ศ . 2546 รายงานผลการสำรวจเมื่อเดือนพฤษภาคม พ . ศ . 2549 และสถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ด้วยการสนับสนุนของสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำรวจข้อมูลเมื่อ พ . ศ . 2546-2547 และรายงานผลเมื่อเดือนธันวาคม พ . ศ . 2549 ซึ่งการสำรวจด้านโภชนาการของทั้ง 2 หน่วยงานทำให้ทราบข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อผู้ทำงานด้านอาหารและโภชนาการของประเทศไทย และเป็นข้อมูลที่น่าสนใจ จึงขอนำมาบอกเล่าให้คุณผู้อ่านได้ทราบ
      • การสำรวจภาวะโภชนาการของกองโภชนาการมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ได้ข้อมูลด้านอาหารและโภชนาการ ตลอดจนข้อมูลพื้นฐานคนไทยและพฤติกรรมการบริโภคอาหารของครัวเรือนมาใช้ในการกำหนดนโยบายและวางแผนการดำเนินงานโภชนาการของประเทศ โดยได้ทำการศึกษาภาวะโภชนาการของประชากรทุกกลุ่มอายุ ศึกษาพฤติกรรมการบริโภคอาหารของทารก เด็กวัยก่อนเรียน เด็กวัยเรียน วัยทำงาน ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร ตลอดจนศึกษาข้อมูลพื้นฐานคนไทย และพฤติกรรมการบริโภคอาหารของ ครัวเรือน พบว่าครัวเรือนส่วนใหญ่มีรายได้อยู่ระหว่าง 50,001-100,000 บาทต่อปี โดยจำนวนครึ่งหนึ่งของครัวเรือนดังกล่าวมีรายได้มากกว่า 96,000 บาทต่อปี
      • ทั้งนี้ครัวเรือนที่อยู่ในภาคกลางมีรายได้สูงสุด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีรายได้ต่ำสุด และครัวเรือนส่วนใหญ่จ่ายเงินเป็นค่าอาหารร้อยละ 21-40 ของรายได้ ส่วนภาวะโภชนาการพบเด็กอายุ 0-5 ปี มีภาวะเตี้ยร้อยละ 7.9 ภาวะอ้วนร้อยละ 4.0 เด็กอายุ 6-14 ปีในเขตเมืองพบภาวะอ้วนร้อยละ 9.5 เยาวชนในเขตเมืองอายุ 15-18 ปีพบภาวะอ้วนร้อยละ 17.7 ส่วนผู้ใหญ่พบว่ากลุ่มอายุ 30-59 ปีมีภาวะอ้วนมากที่สุด โดยพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย คือพบภาวะอ้วนในผู้หญิงร้อยละ 46.2 และผู้ชายร้อยละ 32.0
      • สำหรับการขาดสารอาหารพบว่าภาคใต้มีภาวะขาดสารอาหารมากที่สุด คือมีการเจริญเติบโตด้อยทั้งน้ำหนักและความสูงต่ำกว่าเกณฑ์มากกว่าภาคอื่น อีกทั้งพบปัญหาอ้วนสูงเป็นที่สองรองจากภาคกลาง และพบปัญหาคอเลสเตอรอลสูงมากที่สุด นอกจากนี้การสำรวจของกองโภชนาการในครั้งนี้พบว่าในทุกภาคมีปัญหาคอพอกในเด็กวัยเรียนเพิ่มขึ้น ทั้งยังพบว่าเด็กกลุ่มวัยทำงาน หญิงวัยเจริญพันธุ์ หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตรประสบปัญหาโลหิตจางมากขึ้น โดยพบในชนบทมากกว่าในเมือง ส่วนการบริโภคน้ำตาลของกลุ่มวัยทำงานพบว่าค่าเฉลี่ยของการบริโภคน้ำตาลและอัตราความชุกของภาวะน้ำตาลในเลือดสูงเพิ่มขึ้นตามอายุ และร้อยละ 40 ของกลุ่มคนวัยทำงานในเมืองมีพฤติกรรมการเติมเครื่องปรุงรสก่อนชิมทุกครั้ง
      • รายงานการสำรวจภาวะอาหารและโภชนาการของกองโภชนาการนี้ พบพฤติกรรมการบริโภคที่ไม่เหมาะสมต่างๆ เช่น เด็กวัยรุ่นงดบริโภคอาหารบางมื้อ พบการกินขนมขบเคี้ยวมาก และในทุกกลุ่มอายุพบว่ามีการกินอาหารประเภทเนื้อสัตว์เพิ่มขึ้น จึงทำให้ได้รับไขมันเพิ่มขึ้นด้วย ประเด็นที่คณะผู้สำรวจฝากให้คิดคือ วิถีชีวิตที่ใช้กำลังกายน้อยลงทั้งในชีวิตประจำวันและการทำงาน ซึ่งพบว่ามีการออกกำลังน้อย
      •    สำหรับการสำรวจข้อมูลการบริโภคอาหารของประเทศไทยโดยสถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล โดยการสนับสนุนของสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาตินั้น ได้ดำเนินการเก็บข้อมูลครอบคลุมอาหาร 17 กลุ่ม รวมอาหารประมาณ 500 รายการ ซึ่งเป็นอาหารสด อาหารแปรรูป อาหารกึ่งสำเร็จรูป และอาหารสำเร็จรูป ตลอดจนอาหารที่มีเฉพาะท้องถิ่น อาหารตามฤดูกาล โดยเฉพาะผลไม้ตามฤดูกาล เครื่องดื่ม น้ำดื่ม และเครื่องปรุงรสต่างๆ ตลอดจนทำการสำรวจตั้งแต่ทารกแรกเกิดจนถึงวัยสูงอายุ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ทราบถึงการบริโภคอาหารของกลุ่มวัยต่างๆ และทำให้ได้ฐานข้อมูลปริมาณการบริโภคอาหารต่างๆ ซึ่งมีความจำเป็นในการประเมินความเสี่ยงต่อการได้รับสารเจือปนที่มีอยู่หรือเติมลงในอาหาร อันเป็นข้อมูลในการต่อรองทางการค้าระหว่างประเทศของอาหารส่งออกจากประเทศไทย และใช้ข้อมูลในการกำหนดมาตรฐานความเสี่ยงจากการบริโภคของคนไทย
      • รวมทั้งใช้เป็นเกณฑ์ปรับข้อกำหนดใน FBDG หรือข้อปฏิบัติการกินอาหารที่ดีของคนไทยด้วย ซึ่งจากผลสำรวจในครั้งนี้พบว่าคนกรุงเทพฯ ทั้งกลุ่มผู้หญิงและผู้ชายดื่มนมและกินเนื้อสัตว์มากกว่าคนต่างจังหวัด เด็กกรุงเทพฯ ดื่มนมโดยเฉลี่ยวันละ 300 มิลลิลิตร คนต่างจังหวัดพบว่ามีการบริโภคน้ำตาล ผลไม้ และขนมหวานมากกว่าคนกรุงเทพฯ ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ส่วนอาหารว่างนั้นกลุ่มที่นิยมบริโภคคือกลุ่มวัยรุ่น กลุ่มผู้ใหญ่บริโภคน้อย และพบว่าเด็กต่างจังหวัดนิยมบริโภคอาหารว่างมากกว่าเด็กในกรุงเทพฯ โดยภาพรวมพบว่าคนไทยกินอาหารที่มีไขมันเพิ่มมากขึ้น กินผัก - ผลไม้ลดลง โดยเฉพาะเด็กเล็กกินผักน้อยมาก คนวัยทำงานแม้จะกินผักมากกว่าเด็ก แต่ปริมาณที่กินก็นับว่าน้อย ซึ่งทำให้เห็นได้ชัดเจนว่าทำไมคนไทยจึงประสบปัญหาโรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง และโรคอื่นๆ ที่เป็นโรคเรื้อรังที่ไม่ติดต่อมากขึ้นๆ ทุกปี
    • พฤติกรรมการบริโภคอาหารของวัยรุ่น
      • การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาเชิงสำรวจ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงพฤติกรรมการบริโภคอาหาร และภาวะโภชนาการของนักเรียนวัยรุ่น ในโรงเรียน เขตกรุงเทพมหานครฯ นนทบุรี ปทุมธานี และ นครปฐม ที่มีผลส่งเสริมหรือยับยั้งการมีสุขภาพที่ดี และเพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนากลยุทธ์และงานในการสร้างเสริมพฤติกรรม สุขภาพในการบริโภคอาหารของนักเรียนวัยรุ่น โดยใช้แบบสอบถามในกลุ่มตัวอย่างนักเรียนวัยรุ่น อายุ 12 – 18 ปี จำนวน 900 คน ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ ถึงเดือนพฤษภาคม 2545
      • การศึกษาพบว่านักเรียนวัยรุ่นส่วนใหญ่มีภาวะโภชนาการปกติ ( น้ำหนักตามเกณฑ์ส่วนสูง ร้อยละ 85.44) ภาวะโภชนาการต่ำกว่ามาตรฐานร้อยละ 4.33 และภาวะโภชนาการเกินมาตรฐานร้อยละ 10.22 นักเรียนวัยรุ่นบริโภคอาหารมื้อหลักครบ 3 มื้อ ทุกวัน ร้อยละ 40.11 มื้อเช้านิยมบริโภคโจ๊ก ข้าวต้ม มื้อกลางวันเป็นอาหารจานเดียวและก๋วยเตี๋ยว ส่วนมื้อเย็นส่วนใหญ่เป็นอาหารจานเดียว อาหารจานด่วนที่นิยม คือ อาหารไทยประเภทข้าวผัด ข้าวกระเพรา ข้าวราดแกง ก๋วยเตี๋ยว
      • ส่วนในโอกาสพิเศษนิยมบริโภค อาหารแบบตะวันตกและสุกียากี้ นักเรียนวัยรุ่นบริโภคข้าวกล้อง 1-3 ครั้ง / สัปดาห์ ร้อยละ 43.45 บริโภคผักทุกวัน ร้อยละ 35.52 และผลไม้ ร้อยละ 39.44 บริโภคไข่ 1-3 ฟอง / สัปดาห์ ร้อยละ 42.28 บริโภคถั่วและผลิตภัณฑ์จากถั่ว ร้อยละ 85.28 มีการบริโภคนมเป็นประจำทุกวัน ร้อยละ 57.02 โดยส่วนมากบริโภคครั้งละ 1 แก้ว นมที่นิยมเป็นนมสด ร้อยละ 55.06 นักเรียนวัยรุ่นนิยมดื่มน้ำอัดลมทุกวัน ร้อยละ 23.29 โดยส่วนมากดื่มครั้งละ 1 แก้ว / ขวด / กระป๋อง การเลือกบริโภคอาหาร นักเรียนวัยรุ่นจะให้ความสำคัญกับรสชาติ ราคา ประโยชน์ และความสะอาด ตามลำดับ รสชาติของอาหารที่นิยม คือ เผ็ด และอ่อน มีการใช้เครื่องปรุงรสบ้าง นักเรียนวัยรุ่นเลือกนมเป็นอาหารเสริมสุขภาพ ร้อยละ 32.82 และเป็นอาหารเพิ่มความสูงถึงร้อยละ 68.97
      • นักเรียนประเมินภาวะโภชนาการของตนเองจากการชั่งน้ำหนักเปรียบเทียบกับความสูง การควบคุมน้ำหนักใช้วิธีออกกำลังกายสม่ำเสมอ , ควบคุมปริมาณอาหาร และอาหารที่มีไขมัน แต่ถ้าต้องการลดน้ำหนัก จะนิยมใช้วิธี ลดปริมาณอาหารในแต่ละมื้อ , ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และลดอาหารทอดที่มีไขมันมาก กะทิ ลดจำนวนมื้ออาหาร
      • นักเรียนวัยรุ่นเห็นว่าโทรทัศน์ เป็นสื่อในการรับความรู้ และเป็นช่องทางที่เป็นประโยชน์ในการสื่อสารข่าวสารเรื่องโภชนาการดีที่สุด รองลงมาคือข่าว / บทความในหนังสือพิมพ์ / นิตยสาร
      • พฤติกรรมที่พึงประสงค์ คือ การบริโภคอาหารมื้อหลัก ครบ 3 มื้อทุกวัน ร้อยละ 40.11 บริโภคผัก ทุกมื้อ ร้อยละ 40.61 บริโภคผลไม้ทุกวัน ร้อยละ 39.44 ดื่มนมเป็นประจำทุกวัน ร้อยละ 57.02 ดื่มน้ำเปล่าในเวลาอาหารว่าง ร้อยละ 41.45 ดื่มนมในเวลาอาหารว่าง ร้อยละ 15.82 ควรมีการส่งเสริมให้ปฏิบัติมากกว่านี้
      • พฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ คือ การบริโภคน้ำอัดลมทุกวัน ร้อยละ 23.29 ดื่มน้ำอัดลมเป็นอาหารว่าง ร้อยละ 14.91 ดื่มน้ำผลไม้เป็นอาหารว่าง ร้อยละ 16.51 การบริโภคอาหารวันละ 2 มื้อ คือ กลางวัน และเย็น ร้อยละ 84.0 ( จันทร์ - ศุกร์ ) ควรให้ความรู้ เพื่อให้พฤติกรรมเหล่านี้ลดลง
      • การสร้างเสริมพฤติกรรมการบริโภคที่ดีของวัยรุ่น ควรให้ความรู้ทางด้านอาหารและโภชนาการแก่ ผู้ปกครอง ผู้เลี้ยงดูเด็ก แม่ครัวของโรงเรียน และแม่ค้าที่ขายอาหารให้นักเรียนในโรงเรียน โดยส่งเสริมสนับสนุนให้นักเรียนมีการบริโภคอาหารที่ถูกส่วนกับความต้องการของร่างกายโดยเฉพาะผักและผลไม้ โดยส่งเสริมให้นักเรียนรับประทาน ผลไม้หลังมื้ออาหารแทนการรับประทานขนมหวาน น้ำหวาน หรือน้ำอัดลม ส่งเสริมให้มีการให้ความรู้ทางด้านโภชนาการที่ถูกต้องผ่านรายการโทรทัศน์ของวัยรุ่น นิตยสารวัยรุ่น บุคคลตัวอย่างของวัยรุ่น เช่น ดารา หรือนักกีฬา บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข เป็นต้น
    • ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการบริโภค
      • 1. อาหารที่มีในท้องถิ่น หากท้องถิ่นใดมีอาหารบริบูรณ์ คนในท้องถิ่นนั้นย่อมมีโอกาสจะได้บริโภคอาหารที่มีคุณค่าเพียงพอแก่ความต้องการของร่างกาย ท้องถิ่นใดขาดแคลนอาหาร คนในท้องถิ่นก็จำเป็นต้องกินอย่างจำกัด
      • 2. ฐานะทางเศรษฐกิจ แต่ละครอบครัวจะสามารถซื้ออาหารที่มีขายในท้องตลาดมารับประทาน ได้มากน้อยเพียงไร และซื้ออาหารจำพวกใดบ้างนั้น ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับรายได้ของครอบครัว
      • 3. ความเคยชินในการรับประทานของครอบครัว การรับประทานของแต่ละครอบครัวนั้นบางคราวมีเหตุผลเบื้องหลังที่เกี่ยวกับเชื้อชาติ ศาสนา และขนบธรรมเนียมประจำชาติ หรือความเชื่อของครอบครัวนั้น ๆ รวมทั้งนิสัยที่สืบเนื่องกันมาหลายชั่วคราว
      • 4. ขนบธรรมเนียมประเพณี
      • 5. ภาวะทางอารมณ์และจิตใจ เหตุการณ์ที่ก่อให้เกิดความสุขหรือทุกข์ หรือวุ่นวายใจ ความชอบหรือไม่ชอบในอาหาร
      • 6. ปฏิกิริยาต่อกลิ่นและรสอาหาร บุคคลแต่ละคนมีปฏิกิริยาต่อกลิ่นและรสของอาหารไม่เหมือนกัน
      • 7. อิทธิพลของการศึกษา ความรู้เรื่องคุณค่าของอาหาร อาจเป็นเหตุผลสำคัญในการตัดสินใจเลือกซื้อ การที่บุคคลนิยมรับประทานอาหาร เพราะรู้คุณค่าของอาหารนั้นแสดงให้เห็นความสำคัญของการให้ความรู้ทางโภชนาการแก่ประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในวัยเด็กอันเป็นวัยที่นิสัยในการรับประทานกำลังจะเกิดขึ้น
      ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการบริโภค
    • การเลือกวิธีการเก็บข้อมูล
      • วิธีการเก็บข้อมูลที่เลือกใช้นั้น คือ การทำแบบสอบถาม เนื่องจากกลุ่มของเราต้องการทราบถึงรสชาติอาหารและประเภทของอาหารที่นักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากรชื่นชอบ ดังนั้น เราจึงได้จัดทำแบบสอบถามขึ้น เพื่อทำสำรวจถึงความชอบทางด้านรสชาติและประเภทของอาหารของนักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากร โดยที่แบบสอบถามนั้นจะบ่งบอกถึงเพศของบุคคลที่ทำแบบสอบถาม รสชาติที่ชื่นชอบ ประเภทของอาหารที่รับประทานเป็นประจำ และอาหารจานโปรดที่ชื่นชอบมากที่สุดของแต่ละบุคคล ซึ่งได้ใช้แบบสอบถามนี้จัดทำการสอบถามกับนักศึกษาศิลปากรเป็นจำนวน 100 คน ลักษณะของแบบสอบถามเป็นดังนี้
    • แบบสอบถามความคิดเห็น นักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตสนามจันทร์ เรื่อง อาหารจานโปรดในมหาวิทยาลัย ตอนที่ 1 ข้อมูลส่วนตัว 1. เพศ ชาย หญิง 2. ชั้นปี 1 2 3 4 อื่นๆ ……… . 3. คณะ ……………………………………………
      • ตอนที่ 2 ข้อมูลแสดงความคิดเห็น
      • 1. รสชาดที่ชื่นชอบในอาหาร ( เลือกได้มากกว่า 1 ข้อ )
      • หวาน จืด เค็ม
      • เปรี้ยว เผ็ด อื่นๆ ……
      • 2. ประเภทอาหารที่เลือกรับประทานเป็นประจำ ( เลือกได้มากกว่า 1 ข้อ )
      • ข้าว ก๋วยเตี๋ยว ส้มตำ ราดหน้า
      • ลูกชิ้น อาหารตามสั่ง ขนมหวาน อื่นๆ ……… ..
      • 3. ใรายชื่ออาหารที่ท่านชื่นชอบมากที่สุด 1 รายการ ( สัมพันธ์ในข้อ 2 )
      • ( เช่น เลือก ข้าว แล้วอาหารที่ชื่นชอบคือ ข้าวหน้าไก่ทอด )
      • …………………………………………
      • ตอนที่ 3 อื่นๆ
      • ข้อเสนอแนะ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
      • ขอขอบคุณในการร่วมมือของทุกท่าน
    • การเก็บรวบรวมข้อมูล
      • การศึกษาเรื่องอาหารจานโปรดในมหาวิทยาลัยศิลปากรของเด็กทับแก้ว โดยได้แบ่งการสำรวจข้อมูลออกเป็น 3 ส่วน ดังนี้
      • ส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของนักศึกษา
      • ส่วนที่ 2 ข้อมูลแสดงความคิดเห็น
      • - รสชาติอาหารที่ชื่นชอบ
      • - ประเภทอาหารที่เลือกรับประทานเป็นประจำ
      • - รายชื่ออาหารที่ชื่นชอบมากที่สุด
      • ส่วนที่ 3 อื่นๆ ข้อเสนอแนะ
    • ส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของนักศึกษา
      • เป็นการศึกษาลักษณะทั่วไปของนักศึกษา ได้แก่ เพศ อายุ ชั้นปี ซึ่งปรากฏผลดังตารางต่อไปนี้
      ตารางที่ 1 แสดงจำนวนและร้อยละของนักศึกษาจำแนกตามเพศ จากตารางที่ 1 จากกลุ่มตัวอย่างจำนวนทั้งหมด 100 คน พบว่าเป็นเพศหญิง คิดเป็นร้อยละ 51 และที่เหลือเป็นเพศชาย คิดเป็นร้อยละ 49 เพศ จำนวน ชาย 32 หญิง 68 รวม 100
    • ตารางที่ 2 แสดงจำนวนและร้อยละของนักศึกษาจำแนกชั้นปีการศึกษา ที่มา : จากการสำรวจ ชั้นปี ร้อยละ ปี 1 11 ปี 2 13 ปี 3 49 ปี 4 22 ปี 5 5 รวม 100
    • ตารางที่ 3 แสดงจำนวนและร้อยละของผู้บริโภคจำแนกคณะที่กำลังศึกษา ที่มา : จากการสำรวจ คณะ ร้อยละ อักษรศาสตร์ 15 วิทยาศาสตร์ 15 เภสัชศาสตร์ 13 ศึกษาศาสตร์ 17 วิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม 34 อื่นๆ ( มัณฑศิลป์ , จิตกรรมฯ ) 6 รวม 100
    • ส่วนที่ 2 ข้อมูลแสดงความคิดเห็น
      • เป็นการศึกษาถึงรสชาติอาหารที่รับประเทศ ประเภท อาหารที่รับประทานบ่อยๆที่สุด และ อาหารที่นักศึกษาชื่อชอบมากที่สุด โดยแบ่ง ตามเพศ หญิงและชาย และกล่าวถึงภาพรวมทั้งหมด
    • ตอนที่ 1
      • ตารางที่ 4 แสดงจำนวนและร้อยละของนักศึกษาหญิง
      • ตามรสชาติอาหารที่ชื่นชอบ
      ที่มา : จากการสำรวจ รสชาติ ร้อยละ หวาน 24.60 จืด 10.32 เค็ม 14.29 เปรี้ยว 26.98 เผ็ด 23.81 อื่นๆ ( ครบรส ) 0 รวม 100
    • ตารางที่ 5 แสดงจำนวนและร้อยละของนักศึกษาชาย ตามรสชาติอาหารที่ชื่นชอบ ที่มา : จากการสำรวจ รสชาติ ร้อยละ หวาน 20 จืด 15.39 เค็ม 21.54 เปรี้ยว 16.92 เผ็ด 21.135 อื่นๆ ( ครบรส ) 7.69 รวม 100
    • ตารางที่ 6 แสดงจำนวนและร้อยละของนักศึกษา ตามรสชาติอาหารที่ชื่นชอบ ที่มา : จากการสำรวจ รสชาติ ร้อยละ หวาน 22.3 จืด 28.695 เค็ม 17.915 เปรี้ยว 21.95 เผ็ด 18.46 อื่นๆ ( ครบรส ) 3.845 รวม 100
    • ตอนที่ 2
      • ตาราง 7 แสดงจำนวนและร้อยละของนักศึกษาหญิงแบ่ง ตามประเภทอาหารที่เลือกรับประทานบ่อยที่สุด
      ประเภทอาหาร ร้อยละ ข้าว 16.67 ก๋วยเตี๋ยว 25.33 ส้มตำ 15.33 ราดหน้า 3.33 ลูกชิ้น 12.68 อาหารตามสั่ง 15.33 ขนมหวาน 10 อื่นๆ 1.33 รวม 100
    • ตาราง 8 แสดงจำนวนและร้อยละของนักศึกษาชายแบ่ง ตามประเภทอาหารที่เลือกรับประทานบ่อยที่สุด ประเภทอาหาร ร้อยละ ข้าว 36.36 ก๋วยเตี๋ยว 18.18 ส้มตำ 13.64 ราดหน้า 1.52 ลูกชิ้น 4.55 อาหารตามสั่ง 19.70 ขนมหวาน 3.03 อื่นๆ 3.03 รวม 100
    • ตาราง 9 แสดงจำนวนและร้อยละของนักศึกษาแบ่ง ตามประเภทอาหารที่เลือกรับประทานบ่อยที่สุด ประเภทอาหาร ร้อยละ ข้าว 26.515 ก๋วยเตี๋ยว 21.755 ส้มตำ 14.485 ราดหน้า 2.425 ลูกชิ้น 8.615 อาหารตามสั่ง 17.515 ขนมหวาน 6.515 อื่นๆ 2.18 รวม 100
    • ตอนที่ 3
      • ตาราง 10 แสดงรายชื่ออาหารที่นักศึกษาหญิงชื่นชอบมากที่สุด
      รายชื่ออาหาร ความถี่ รวม ส้มตำ ก๋วยเตี๋ยว ข้าวผัดหมู / ไก่ / กุ้ง ผัดกระเพราะหมู / ไก่ ข้าวมันไก่ ข้าว ลูกชิ้น ข้าวหมูทอด llll llll llll llll llll llll llll llll l llll llll l ll ll llll ll 14 21 5 6 2 2 4 2
    • ตาราง 10 แสดงรายชื่ออาหารที่นักศึกษาหญิงชื่นชอบมากที่สุด รายชื่ออาหาร ความถี่ รวม ขนมหวาน อาหารญี่ปุ่น ราดหน้า , ผัดซีอิ้ว ข้าวไข่เจียว ผัดผัก แกงส้ม ไก่ย่าง สุกี้ ผัดไท llll 1 1 1 ll ll l l l 5 1 1 1 2 2 1 1 1
      • จากตารางที่ 10 พบว่า อาหาร 3 อันดับแรกที่นักศึกษาหญิงชื่นชอบมากที่สุด คือ
      • อันดับแรก ก๋วยเตี๋ยว มีความถี่ในการ ชื่นชอบมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 29.577
      • อันดับที่ 2 ส้มตำ คิดเป็นร้อยละ 19.72
      • อันดับที่ 3 ผัดกระเพราหมู / ไก่ คิดเป็นร้อยละ 8.451
    • ตาราง 11 แสดงรายชื่ออาหารที่นักศึกษาชายชื่นชอบมากที่สุด รายชื่ออาหาร ความถี่ รวม ข้าวแกง หมูย่าง ข้าวต้ม กระเพรา หมู / ไก่ ก๋วยเตี๋ยว ส้มตำ llll l l l llll lll ll lll 6 1 1 8 2 3
    • ตาราง 11 แสดงรายชื่ออาหารที่นักศึกษาชายชื่นชอบมากที่สุด รายชื่ออาหาร ความถี่ รวม ราดหน้า ข้าวขาหมู ข้าวผัด ข้าวมันไก่ ต้มยำ ลาบ l ll llll l l l 1 2 4 1 1 1
      • จากตารางที่ 11 พบว่า อาหาร 3 อันดับแรกที่นักศึกษาชายชื่นชอบมากที่สุด คือ
      • อันดับแรก ข้าวกระเพรา มีความถี่ในการชื่นชอบมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 25
      • อันดับที่ 2 ข้าวแกง คิดเป็นร้อยละ 18.75
      • อันดับที่ 3 ข้าวผัด คิดเป็นร้อยละ 12.5
    • ตาราง 12 แสดงรายชื่ออาหารที่นักศึกษาชื่นชอบมากที่สุด รายชื่ออาหาร จำนวน ส้มตำ ก๋วยเตี๋ยว ข้าวผัดหมู / ไก่ / กุ้ง ผัดกระเพราะหมู / ไก่ ข้าวมันไก่ ข้าว ลูกชิ้น ข้าวหมูทอด , ย่าง ขนมหวาน อาหารญี่ปุ่น 17 23 8 12 3 6 3 3 5 1
    • ตาราง 12 แสดงรายชื่ออาหารที่นักศึกษาชื่นชอบมากที่สุด รายชื่ออาหาร จำนวน ราดหน้า , ผัดซีอิ้ว ข้าวไข่เจียว ข้าวขาหมู ผัดผัก แกงส้ม ไก่ย่าง สุกี้ ผัดไท ต้มยำ ลาบ ข้าวต้ม 2 1 1 2 2 1 1 1 1 1 1
      • จากตารางที่ 12 พบว่าอาหาร 3 อันดับ ที่นักศึกษาชื่นชอบมากที่สุด คือ
      • อันดับแรก ก๋วยเตี๋ยว มีความถี่ในการชื่นชอบมากที่สุด ถึงร้อยละ 22.33
      • อันดับที่ 2 ส้มตำ คิดเป็นร้อยละ คิดเป็นร้อยละ 16.505
      • อันดับที่ 3 ผัดกระเพราะหมู / ไก่ คิดเป็นร้อยละ 11.6505
    • ส่วนที่ 3 อื่นๆ ข้อเสนอแน ะ
      • ข้อเสนอแนะต่างๆที่นักศึกษาที่ให้ข้อมูลเพิ่มเติมขึ้น
      • 1) ไม่ทราบถึงจุดประสงค์หลักของแบบสอบถาม
      • 2) แบบสอบถามข้อมูลที่ให้กรอกน้อยเกินไป
    • สรุปผลการศึกษาและข้อเสนอแนะ
      • การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาอาหารจานโปรดในมหาวิทยาลัยศิลปากรของเด็กทับแก้ว จากกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้คือนักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากร โดยสุ่มตัวอย่าง 100 คน โดยมีการเก็บข้อมูลในช่วงวันที่ 23 สิงหาคม 2553 – 30 กันยายน 2553 สามารถสรุปผลได้ดังนี้
    • สรุปผลการศึกษา
      • ส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของนักศึกษา
      • นักศึกษามหาวิทยาลัยศิลาปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ ส่วนใหญ่เพศที่รับประทานอาหารในโรงอาหาร เพชรรัตน์ และโรงอาหารยูเนี่ยนส่วนใหญ่จะเป็น เพศหญิงมากกว่าเพศชายซึ่งดูได้จากสัดส่วนการทำแบบสอบถาม ในตารางที่ 1
      • ส่วนที่ 2 ข้อมูลแสดงความคิดเห็น
      • จากข้อมูลที่ได้ทำให้ทราบว่า นักศึกษาหญิงส่วนใหญ่ ชื่นชอบอาหารที่มีรสเปรี้ยวมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 26.988 อันดับ 2 คือ อาหารที่มีรสหวาน โดยมีอาหารที่รับประทานบ่อยที่สุดคือ ก๋วยเตี๋ยว คิดเป็นร้อยละ 25.333 รองลงมาให้ อาหารประเภทข้าว คิดเป็นร้อยละ 16.666 อาหารจานโปรดที่นักศึกษาหญิงชื่นชอบก็คือก๋วยเตี๋ยว คิดเป็น ร้อยละ 29.577 อันดับที่ 2 คือ ส้มตำ คิดเป็นร้อยละ 19.72 ส่วนนักศึกษาชาย ชื่นชอบอาหารประเภทเค็มมากที่สุด โดยคิดเป็นร้อยละ 21.538 อันดับที่ 2 คืออาหารรสเผ็ด คิดเป็นร้อยละ 18.4615 โดยมีอาหารที่รับประทานบ่อยที่สุด คือ อาหารประเภท ข้าว คิดเป็นร้อยละ 30.36 อาหารจานโปรดที่นักศึกษาชายชื่นชอบ คือข้าวกระเพรา มีความถี่ในการชื่นชอบมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 25
      • ภาพโดยรวมของนักศึกษาทั้งชายและหญิง จะทำให้เราทราบว่านักศึกษาส่วนใหญ่ ชื่นชอบอาหารรสหวานคิดเป็นร้อยละ 22.320 มากที่สุด รสจืด คิดเป็นร้อยละ 28.695 โดยอาหารที่รับประทานกันบ่อยที่สุดคือ ข้าว คิดเป็นร้อยละ 26.515 ก๋วยเตี๋ยว คิดเป็นร้อยละ 21.755 ส่วนอาหารจานโปรดของ นักศึกษาในทับแก้ว คือ ก๋วยเตี๋ยว มีความถี่ในการชื่นชอบมากที่สุด ถึงร้อยละ 22.33 ของทั้งหมด รองลงมาคือ ส้มตำ คิดเป็นร้อยละ คิดเป็นร้อยละ 16.505 อันดับ 3 คือ ผัดกระเพราะหมู / ไก่ คิดเป็นร้อยละ 11.6505
      • ส่วนที่ 3 อื่นๆ ข้อเสนอแนะ
      • ข้อเสนอแนะต่างๆที่นักศึกษาที่เพิ่มเติมขึ้น
      • 1) ไม่ทราบถึงจุดประสงค์หลักของแบบสอบถาม 2) แบบสอบถามข้อมูลที่ให้กรอกน้อยเกินไป
    • ปัญหาและอุปสรรค
      • 1) ปัญหาในการจัดเก็บและรวบรวมข้อมูลเนื่องจากข้อมูลที่ได้มีจำนวนหลากหลายเกินไป
      • 2) ปัญหาของการแบ่งงานระหว่างสมาชิกเนื่องจากอยู่คนละคณะกัน จึงทำให้มีโอกาสประชุมน้อย
    • แนวทางแก้ไข
      • 1) ออกแบบสอบถามที่ครอบคลุมการสำรวจให้มากกว่านี้
      • 2) ให้มีการประชุมงานบ่อยครั้ง