ชื่อโครงงาน     ขายสิ นค้าเพื่อสุ ขภาพและความงามผ่านเว็บไซต์                                             บทที่ 2          ...
อาหารเกิน เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิ ตสู ง โรคหัวใจ โรคอัมพฤกษ์ ข้อปฏิบติเกี่ยวกับัอาหารประเภทอื่ นๆ ก็คือ พวกอาหาร แล...
วัยที่ข้ ึนต้นด้วยเลข 3 อายุข้ ึนเลข 3 หลายคนเริ่ มตกใจกลัว แต่การรู ้จกเลือกรับประทาน                                    ...
พวกผักใบเขียวก็มี เช่ น คะน้า กวางตุง และบรอกโคลี จะช่ วยลดปั ญหาเรื่ องกระดูกให้รุนแรง                                   ...
4. เด็กวัยรุ่ น (13 - 19 ปี ) วัยรุ่ นควรได้รับสารอาหารครบทุกประเภท คือ กินข้าวเนื้อสัตว์ ถัว ไข่ นํ้านม ไขมัน ผักและผลไม้...
กรดไขมัน(Fatty acid) คืออะไร กรดไขมันเป็ นการเรี ยงตัวของธาตุคาร์ บอน(Carbon ,C) โดยที่ปลายด้านหนึ่ งเป็ น methyl group อี...
ไขมันไม่อิ่มตัวเชิ งเดี่ ยว Monounsaturated เป็ นกรดไขมันที่มีธาตุ C ต่อกันด้วยDouble bond เพียงหนึ่ งตําแหน่ง นักวิทยาศาส...
essential fatty acids เป็ นกรดไขมันที่จาเป็ นสําหรับร่ างกาย แต่ร่างกายไม่สามารถ                                          ...
โรคหลอดเลื อดไปเลี้ยงหัวใจตี บเป็ นสาเหตุการตายอันดับ ต้นๆของประเทศCholesterol จะพบว่าเป็ นส่ วนประกอบของเซลล์ผิวและอยู่ใน...
•   Low-density lipoproteins (LDL) ซึ่งจะพา cholesterol จากตับไปสู่ ร่างกาย LDL เป็ นไขมัน        ที่ไม่ดีหากมีมากจะทําให้...
เพิ่มขึ้น ในทางกลับกันหากให้รับประทานอาหารที่มีไขมันไม่อิ่มตัว ( monounsaturated orpolyunsaturated fat ) จะทําให้การเกิดโร...
ขยับมาสู่ อาหารเพื่อความงาม (Food for Beauty) เพื่อความสวยที่มาจากภายในสะท้อนผ่านสู่ภายนอกมิใช่ความงามจากการตกแต่งภายนอกเพ...
และทําให้ผวหนังไม่ซีด วิตามินบี 5 ช่วยลดริ้ วรอยต่าง ๆ ของผิวพรรณ วิตามินบี 9 (หรื อกรดโฟ             ิลิก) ช่วยในเรื่ องก...
1.3 คุณค่ าของสารอาหารทีจําเป็ นต่ อการดํารงชีวต                                 ่                      ิ                 ...
สําหรับองค์การอนามัยโลก (WHO : World Health Organization) ได้ให้ความหมายของ สุ ขภาพไว้ในธรรมนูญขององค์การอนามัยโลกเมื่อปี ...
ในอดีตคําว่า สุ ขภาพ หมายถึง สุ ขภาพกายเป็ นหลัก ต่อมาจึงได้รวมสุ ขภาพจิตเข้าไปด้วย เพราะเห็นว่าคนที่มีสุขภาพกายสมบูรณ์แข็...
4. การฟื้ นฟูสภาพ หลายโรคเมื่อเป็ นแล้วก็อาจเกิดความเสี ยหายต่อการทํางานของระบบอวัยวะหรื อทําให้พิการ จึงต้องเริ่ มมาตรการ...
ชาติ เ ป็ นสําคัญ ประเทศที่ ประชาชนมี สุขภาพดี                 มี สติ ปัญญา มี คุณธรรมและจริ ยธรรม มีความสามารถในการประกอบ...
ตัวอย่างบทที่ 2 วิทยานิพนธ์เว็บไซต์เพื่อสุขภาพ
ตัวอย่างบทที่ 2 วิทยานิพนธ์เว็บไซต์เพื่อสุขภาพ
ตัวอย่างบทที่ 2 วิทยานิพนธ์เว็บไซต์เพื่อสุขภาพ
ตัวอย่างบทที่ 2 วิทยานิพนธ์เว็บไซต์เพื่อสุขภาพ
ตัวอย่างบทที่ 2 วิทยานิพนธ์เว็บไซต์เพื่อสุขภาพ
ตัวอย่างบทที่ 2 วิทยานิพนธ์เว็บไซต์เพื่อสุขภาพ
ตัวอย่างบทที่ 2 วิทยานิพนธ์เว็บไซต์เพื่อสุขภาพ
ตัวอย่างบทที่ 2 วิทยานิพนธ์เว็บไซต์เพื่อสุขภาพ
ตัวอย่างบทที่ 2 วิทยานิพนธ์เว็บไซต์เพื่อสุขภาพ
ตัวอย่างบทที่ 2 วิทยานิพนธ์เว็บไซต์เพื่อสุขภาพ
ตัวอย่างบทที่ 2 วิทยานิพนธ์เว็บไซต์เพื่อสุขภาพ
ตัวอย่างบทที่ 2 วิทยานิพนธ์เว็บไซต์เพื่อสุขภาพ
ตัวอย่างบทที่ 2 วิทยานิพนธ์เว็บไซต์เพื่อสุขภาพ
ตัวอย่างบทที่ 2 วิทยานิพนธ์เว็บไซต์เพื่อสุขภาพ
ตัวอย่างบทที่ 2 วิทยานิพนธ์เว็บไซต์เพื่อสุขภาพ
ตัวอย่างบทที่ 2 วิทยานิพนธ์เว็บไซต์เพื่อสุขภาพ
ตัวอย่างบทที่ 2 วิทยานิพนธ์เว็บไซต์เพื่อสุขภาพ
ตัวอย่างบทที่ 2 วิทยานิพนธ์เว็บไซต์เพื่อสุขภาพ
ตัวอย่างบทที่ 2 วิทยานิพนธ์เว็บไซต์เพื่อสุขภาพ
ตัวอย่างบทที่ 2 วิทยานิพนธ์เว็บไซต์เพื่อสุขภาพ
ตัวอย่างบทที่ 2 วิทยานิพนธ์เว็บไซต์เพื่อสุขภาพ
ตัวอย่างบทที่ 2 วิทยานิพนธ์เว็บไซต์เพื่อสุขภาพ
ตัวอย่างบทที่ 2 วิทยานิพนธ์เว็บไซต์เพื่อสุขภาพ
ตัวอย่างบทที่ 2 วิทยานิพนธ์เว็บไซต์เพื่อสุขภาพ
ตัวอย่างบทที่ 2 วิทยานิพนธ์เว็บไซต์เพื่อสุขภาพ
ตัวอย่างบทที่ 2 วิทยานิพนธ์เว็บไซต์เพื่อสุขภาพ
ตัวอย่างบทที่ 2 วิทยานิพนธ์เว็บไซต์เพื่อสุขภาพ
ตัวอย่างบทที่ 2 วิทยานิพนธ์เว็บไซต์เพื่อสุขภาพ
Prochain SlideShare
Chargement dans... 5
×

ตัวอย่างบทที่ 2 วิทยานิพนธ์เว็บไซต์เพื่อสุขภาพ

4,159

Published on

ตัวอย่างบทที่ 2 วิทยานิพนธ์เว็บไซต์เพื่อสุขภาพ

Published in: Éducation
0 commentaires
2 mentions J'aime
Statistiques
Remarques
  • Soyez le premier à commenter

Aucun téléchargement
Vues
Total des vues
4,159
Sur Slideshare
0
À partir des ajouts
0
Nombre d'ajouts
0
Actions
Partages
0
Téléchargements
0
Commentaires
0
J'aime
2
Ajouts 0
No embeds

No notes for slide

Transcript of "ตัวอย่างบทที่ 2 วิทยานิพนธ์เว็บไซต์เพื่อสุขภาพ"

  1. 1. ชื่อโครงงาน ขายสิ นค้าเพื่อสุ ขภาพและความงามผ่านเว็บไซต์ บทที่ 2 แนวคิด ทฤษฎี และผลงานวิจัยทีเ่ กียวข้ อง ่ การวิจยครั้งนี้ผวิจยได้คนคว้า ศึกษาตํารา เอกสารและงานวิจยที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์เพื่อ ั ู้ ั ้ ัสุ ขภาพและความงามของผูคนที่สนใจที่จะศึกษาค้นคว้าข้อมูล ของการเลือกบริ โภคอาหารเพื่อ ้สุ ขภาพ และความงามของร่ ายกาย การออกแบบเว็บไซต์ จะแบ่งออกเป็ นส่ วนต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ ให้ความรู ้ดานสุ ขภาพ และความงาม ระบบสั่งซื้ อสิ นค้า กรณี สั่งซื้อหนังสื อเพื่อสุ ขภาพ ส่ วนของ ้การสมัครสมาชิก และส่ วนของการรับข้อเสนอ แนะของเว็บไซต์เพื่อนําไปปรับปรุ ง โดยอาศัยหลักการและทฤษฏี ดังต่อไปนี้ 2.1 ความรู ้เกี่ยวกับการเลือกบริ โภคอาหารเพื่อสุ ขภาพและความงาม 2.2 แนวคิดทัวไปเกี่ยวกับสุ ขภาพและความงาม ่ 2.3 ระบบจัดการฐานข้อมูล (Database management system : DBMS) 2.4 เทคโนโลยีที่นามาใช้ในการพัฒนาระบบ ํ 2.5 งานวิจยที่เกี่ยวข้อง ั1. ความรู้เกียวกับการเลือกบริโภคอาหารเพือสุ ขภาพและความงาม ่ ่ เรื่ องของการรับประทานอาหาร ให้ถูกต้องตามหลักโภชนาการ ก็คงจะเหมือนกับที่เราคุยกัน ในสมัยก่อนว่า ควรรับประทานอาหาร ให้ครบทั้ง 5 หมู่ แต่ในปั จจุบนนี้ อาจจะมีรายละเอียด ัเพิ่มเติม อาทิ สัดส่ วนของอาหาร อาหาร 5 หมู่ ไม่ได้หมายถึง การรับประทานอาหาร แต่ละหมู่เท่าๆกันหมด แต่กลุ่มที่เป็ นอาหารหลัก คือ กลุ่มข้าวที่เป็ นธัญพืช ผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็ นข้าวกล้อง ข้าวเหนียว ก๋ วยเตี๋ยว บะหมี่ ส่ วนปริ มาณที่เพิ่มขึ้นมา ก็คือ ผักและผลไม้ ซึ่ งจะได้ประโยชน์ ทั้งใยอาหารและแร่ ธาตุต่างๆ ส่ วนปริ มาณที่จะต้องจํากัด รับประทานอาหาร ในปริ มาณที่พอสมควรเท่านั้น ก็คือ พวกเนื้อสัตว์ต่างๆ โดยเฉพาะเนื้อแดง นํ้ามัน นอกเหนือจากนั้น ก็คือ เรื่ องของการดูแล ่เรื่ องนํ้าหนักให้อยูในเกณฑ์ปกติ เพื่อป้ องกันไม่ให้เกิดโรคขาดอาหาร และโรคที่เกิดจากโภชนาการ
  2. 2. อาหารเกิน เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิ ตสู ง โรคหัวใจ โรคอัมพฤกษ์ ข้อปฏิบติเกี่ยวกับัอาหารประเภทอื่ นๆ ก็คือ พวกอาหาร และเกลือโซเดี ยมในปริ มาณที่ สมควร งดเหล้า เบียร์แอลกอฮอล์ ส่ วนการกระจายอาหารในแต่ละมื้อ ก็ควรจะให้ครบถ้วนทั้ง 3 มื้อ ในปั จจุบน อย. กําหนดให้เรี ยก ผลิตภัณฑ์เสริ มอาหาร มีหลายรู ปแบบ ทั้งในแง่ของ ัวิตามิน แร่ ธาตุ หรื อสารอื่นๆ ที่สกัดจากธรรมชาติ ถ้าจะถามว่ามีประโยชน์หรื อไม่ คงจะต้องดูจากวัย หรื อบางขณะของโรคที่เป็ นอยู่ ก็อาจจะมีความต้องการสารอาหาร หรื อแร่ ธาตุต่างๆ เพิ่มมากขึ้นซึ่ งบางกลุ่มช่วงอายุ ก็มีขอมูลยืนยันชัดเจนว่า การให้ผลิตภัณฑ์เสริ มอาหารบางชนิ ด อาจจะช่วยได้ ้เช่น ขณะที่ต้ งครรภ์ เราก็จะให้ธาตุเหล็กเสริ ม หรื อผูหญิงที่วนหมดประจําเดือน ก็จะแนะนําให้ ั ้ ัรับประทานแคลเซียมเพิ่มมากขึ้น หรื อในคนป่ วยที่รับประทานอาหารได้นอย ก็ควรจะรับประทาน ้อาหารเสริ มแร่ ธาตุ หรื อวิตามินในช่วงสั้นๆ สําหรับคนทัวไปที่ไม่เจ็บป่ วย และสามารถรับประทาน ่อาหารตามปกติได้ท้ ง 3 มื้อ เรื่ องของการใช้ผลิตภัณฑ์เสริ มอาหาร ก็ไม่มีความจําเป็ น ั 1.1 การเลือกอาหารตามช่ วงอายุ การรู ้จกเลือกรับประทานอาหารไม่เพียงแต่ช่วยเรื่ องสุ ขภาพเท่านั้น หากยังเอื้อต่อความ ัสวยความงามอีกด้วย ความจริ งการเลือกอาหารให้เหมาะสมตามช่วงวัยก็เป็ นอีกวิธีหนึ่ งที่ช่วยให้สุ ขภาพดีได้ เพราะในแต่ละช่วงอายุมีความแตกต่างกันในด้านพัฒนาการของร่ างกายและลักษณะการ ดําเนินชีวิต วันนี้ จึงขอเสนอเรื่ องราวของอาหารที่เกี่ยวข้องกับช่วงอายุท้ ง 4 ซึ่งไม่ใช่เรื่ องยาก ั วัยที่ข้ ึนต้นด้วยเลข 2 ช่วงอายุต้ งแต่ 20 ปี ขึ้นไปเป็ นช่วงที่ร่างกายมีการพัฒนาและ ั ่เติบโตเต็มที่ ไม่วาจะเป็ นเรื่ องการเรี ยน การทํางาน และเป็ นวัยที่ใช้ชีวิตอย่างไม่รู้จกเหน็ดเหนื่ อย ยิง ั ่มีการเคลื่อนไหวในชีวิตประจําวันมากเท่าไร ร่ างกายก็ยิ่งเผาผลาญและใช้พลังงานมากขึ้นเท่านั้นดังนั้น ควรเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสม โดยเลือกรับประทานจําพวกเนื้อสัตว์และถัวต่างๆ ่รวมถึงข้าวและแป้ งมากเป็ นอันดับหนึ่ ง ตามด้วยผักผลไม้เป็ นอันดับสอง ส่ วนนมและอาหารทดแทนแคลเซียมต่างๆ เช่น เต้าหู ้ ปลาเล็กปลาน้อย นมถัวเหลืองเสริ มแคลเซี ยม ตามมาเป็ นอันดับ ่สาม และให้ความสําคัญของไขมันเป็ นอันดับสุ ดท้าย ปลาเป็ นอาหารสมองที่ช่วยรักษาผนังเซลล์ประสาทในสมองให้แข็งแรง ไม่หลงลืมอะไรง่ายๆ ผักสี เขียวอย่างผักบุง ผักกระเฉด ผักคะน้า ้ถัวฝักยาว ช่วยบํารุ งสายตา สร้างกระดูกและฟั นให้แข็งแรง ผักผลไม้สีเหลืองอย่างกล้วยหอม ก็ถือ ่เป็ นผลไม้คลายเครี ยดชนิดหนึ่ง
  3. 3. วัยที่ข้ ึนต้นด้วยเลข 3 อายุข้ ึนเลข 3 หลายคนเริ่ มตกใจกลัว แต่การรู ้จกเลือกรับประทาน ัจะทําให้ผอื่นไม่สามารถเดาอายุคุณจากรู ปร่ าง หน้าตาได้เลย ในช่วงเริ่ มวัยผูใหญ่ความต้องการ ู้ ้พลังงานยังคงอยู่ เพราะเป็ นช่วงชีวิตของการทํางาน แต่ตองเพิ่มความระมัดระวังในเรื่ องของไขมัน ้และคลอเรสเตอรอลที่จะส่ งผลกระทบ กับรู ปร่ างหน้าตาภายนอกที่เห็นการเปลี่ยนแปลงได้ชดเจน ันอกจากนี้ยงส่ งผลกระทบต่อสุ ขภาพร่ างกายในอนาคตด้วย เพราะการรับประทานอาหารที่มีไขมัน ัหรื อคลอเรสเตอรอลสู ง เช่น หมูสามชั้น เนยแข็ง กะทิ เนยเทียม เป็ นต้น จะสร้างปั ญหาให้หลอดเลือดและหัวใจ แต่คุณสามารถเลือกรับประทานอาหารที่ช่วยลดไขมันและคลอเรสเตอรอล เช่นปลาทะเล ช่วยลดความดันโลหิ ต พวกถัวเมล็ดแห้งอย่างถัวแดง ถัวเขียว ถัวเหลือง ช่วยลดความเสี่ ยง ่ ่ ่ ่จากโรคหัวใจ และมีโปรตีนสู งเพื่อให้พลังงานแทนสัตว์ใหญ่ได้อีก อาหารจําพวกข้าว ธัญพืชไม่ขด ัสี อย่างข้าวซ้อมมือ ขนมปั งโฮลวีท มีใยอาหารสู ง ช่วยให้อิ่มท้องนานและส่ งผลดีต่อระบบลําไส้ วัยที่ข้ ึนต้นด้วยเลข 4 วัยทองถูกเรี ยกแทนวัย 40 ปี ขึ้นไป เนื่องจากสภาพร่ างกายเริ่ มเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะผูหญิง ส่ วนผูชายวัยนี้ ก็จะเริ่ มมีโรคต่างๆที่ไม่เคยออกอาการ ซึ่งเรี ยกกันว่า ้ ้ ุ่เป็ น “วิถีทางธรรมชาติ” แต่ท้ งนี้การชะลอวัยหรื อป้ องกันโรคต่างๆที่มากับวัยไม่ได้ยงยากเกินกว่า ที่ ัเราจะทําได้ สําหรับช่วงวัยนี้ ความต้องการพลังงานจะลดลง แต่ความต้องการแคลเซียมและวิตามินต่างๆเพิ่มขึ้น ซึ่ งจะได้รับจากผักผลไม้ที่มีกากใยอาหารสู ง แล้วยังมีสารต้านอนุ มูลอิสระอย่างวิตามินซี จากอาหารที่หารับประทานได้ง่าย เช่น ส้ม ฝรั่ง มะเขือเทศ แคนตาลูป ส่ วนอาหารที่มีวิตามินอี ได้แก่ นํ้ามันพืช เนยถัว ถัวลิสง อัลมอนด์ นอกจากนี้ควรรับประทานเต้าหู ้ โปรตีนไขมัน ่ ่ตํ่า ซึ่ งให้แคลเซี ยมมากกว่าเนื้อสัตว์อย่างอื่น แต่ไม่ควรลืมหลีกเลี่ยงอาหารที่เป็ นตัวเร่ งความแก่ให้เร็ วขึ้น เช่น อาหารไขมันสู งประเภททอดกรอบหรื อผัดนํ้ามันมากๆ เครื่ องดื่มแอลกอฮอล์ และเครื่ องดื่มคาเฟอีนทั้งหลาย วัยที่ข้ ึนต้นด้วยเลข 5 การก้าวเข้าสู่ ช่วงวัย 50 เป็ นต้นไปนั้นไม่ได้ส่งผลต่อร่ างกายอย่างเดียว แต่ยงส่ งผลต่อสภาพจิตใจด้วย เพื่อเตรี ยมพร้อมรับมือกับวัยนี้ คุณควรเข้าใจการทํางานของ ัร่ างกายที่มี ประสิ ทธิ ภาพลดลง โดยเฉพาะระบบการย่อยการดูดซึ มอาหาร ทําให้ร่างกายขาดสารอาหารบางอย่าง ช่วงนี้คุณอาจไม่รู้สึกกระหายนํ้าเท่าไหร่ แต่ควรดื่มนํ้าให้สมํ่าเสมอ อย่างน้อยวันละ 8-12 แก้ว เพื่อป้ องกันการขาดนํ้าโดยไม่รู้ตว ควรรับประทานคาร์โบไฮเดรตให้นอยลงและ ั ้พยายามเลือกชนิ ดไม่ขดสี เน้นอาหารจําพวกปลาเพื่อไม่ให้ขาดโปรตีน ที่สาคัญคือเป็ นเนื้อสัตว์ที่ ั ํย่อยง่าย วัยนี้ จะพบปั ญหากระดูกเปราะ กระดูกพรุ นอย่างชัดเจน ดังนั้น ควรได้รับแคลเซี ยม ่อย่างเพียงพอ อาหารแคลเซียมสู งอยูในนม โยเกิร์ตชนิดครี ม เนยแข็ง หรื อแม้แต่ปลาตัวเล็กตัวน้อย
  4. 4. พวกผักใบเขียวก็มี เช่ น คะน้า กวางตุง และบรอกโคลี จะช่ วยลดปั ญหาเรื่ องกระดูกให้รุนแรง ้น้อ ยลง การแก้ไ ขภาวะขาดนํ้า อาจให้ดื่ ม นํ้า สมุ น ไพร เช่ น กระเจี๊ ย บ เก๊ ก ฮวย นํ้า ใบเตยนอกเหนื อจากนํ้าเปล่า เพราะช่วยบรรเทาโรคบางอย่างและให้ประโยชน์กว่าการดื่มเครื่ องดื่มที่มีคาเฟอีน สิ่ งสําคัญไม่ว่าคุณจะอยูในช่วงวัยใดควรดูแลเรื่ องการกินอยูตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็ น ่ ่โรคหรื อไม่ก็ตาม เพราะคนส่ วนใหญ่มกจะดูแลตัวเองเมื่อพบว่าตัวเองมีโรคหรื อมีปัญหาสุ ขภาพ ัแล้ว เท่านั้น นอกจากนี้ การเพิ่มกิจกรรมเคลื่อนไหวระหว่างวันให้มาก ทําบ่อยๆจนติดเป็ นนิ สัย จะช่วยให้สุขภาพดีมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะประโยชน์ดานระบบการไหลเวียนเลือด ควบคุมนํ้าหนักตัว ้และลดความเครี ยดของร่ างกายได้ การบริ โ ภคอาหารอย่า งมี สั ด ส่ ว น อาหารในแต่ ล ะมื้ อ ควรมี ส ารอาหารครบทั้ง 5ประเภทเพื่อการกินดี มีสุข คือประกอบด้วยสารอาหารดังต่อไปนี้ อาหารที่มีสารอาหารประเภทคาร์ โบไฮเดรตและไขมัน จะให้พลังงานและความอบอุ่น อาหารที่มีสารอาหารประเภทโปรตีนจะช่วยสร้างเสริ มและซ่ อมแซมส่ วนที่สึกหรอ อาหารที่มีสารอาหารประเภทเกลือแร่ และวิตามินจะช่วยควบคุมการทํางานของร่ างกายให้เป็ นปกติ ความต้อง การสารอาหารมนุษย์ทุกคนต้องการอาหารหรื อสารอาหารในจํานวนที่ เพียงพอต่อความต้องการของร่ างกาย ซึ่ งในแต่ละวัยก็มีความต้องการสารอาหารที่แตกต่างกันออกไป 1. วัยทารก (แรกเกิด- 1 ปี ) อาหารหลักคือ นํ้านม นมแม่เป็ นอาหารทีดีและเหมาะที่สุดสํา หรั บ ทารกนอกจากนมแม่ แ ล้ว ทารกยังจํา เป็ นต้อ งได้รับ อาหารเสริ มดัง ตารางต่ อ ไปนี้ 2. เด็กวัยก่อนเรี ยน (2 - 5 ปี ) เด็กวัยนี้ ตองการอาหารเช่นเดียวกับทารกในระยะ 1 ปี ้แรกแต่ตองการปริ มาณมากขึ้นเพราะมีความสําคัญต่อการเจริ ญเติบโต ้ 3. เด็กวัยเรี ยน (6 - 13 ปี ) เป็ นวัยที่ร่างกายกําลังเจริ ญเติบโตช้า ๆ แต่สมํ่าเสมอ การที่จะเจริ ญเติบโตอย่างสมบูรณ์ได้เด็กต้องได้อาหารถูกต้อง ตามหลักโภชนาการในปริ มาณที่เหมาะสมและเพียงพอกับความต้องการของร่ างกาย ปั ญหาโภชนาการของเด็กวัยนี้ คือได้รับอาหารโปรตีนและแคลอรี ไม่เพียงพอกับ ความต้องการของร่ างกาย ทําให้มีน้ าหนักตํ่ากว่าเกณฑ์มาตรฐาน ํกลายเป็ นโรคขาดสารอาหาร หรื อได้รับมากเกินไปทําให้ภาวะโภชนาการเกินหรื อเป็ นโรคอ้วน ซึ่งอาจเกิดโรคแทรกซ้อน ได้แก่ โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน ความดันโลหิ ตสู ง ไขข้ออักเสบ
  5. 5. 4. เด็กวัยรุ่ น (13 - 19 ปี ) วัยรุ่ นควรได้รับสารอาหารครบทุกประเภท คือ กินข้าวเนื้อสัตว์ ถัว ไข่ นํ้านม ไขมัน ผักและผลไม้ทุกวัน เนื่องจากเป็ นวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากทั้ง ่ด้านรู ปร่ าง หน้าตา จิตใจ อารมณ์ และการร่ วมสังคมกับคนอื่นๆ 5. วัยผูใหญ่ (20-40 ปี ) เป็ นวัยที่ร่างกายเจริ ญเติบโตเต็มที่แล้ว แต่ร่างกายก็ยงต้องการ ้ ัสารอาหารเพื่อนําไปใช้ในการทํางานของร่ างกาย และซ่อมแซมส่ วนที่ชารุ ดทรุ ดโทรม ผูใหญ่ควร ํ ้กินอาหารให้ครบได้สัดส่ วนตามความต้องการของร่ างกาย ความต้องการวิตามินยังคงเท่ากับวัยรุ่ นสําหรับธาตุเหล็กร่ างกายยังต้องการมาก ควรลดปริ มาณการกินของหวาน นํ้าตาล ไขมันโดยเฉพาะไขมันจากสัตว์เพิ่ม ปริ มาณการกินผักและผลไม้มากขึ้น 6. วัยชรา ไม่ตองการแคลอรี มากเพราะมีการเคลื่อนไหวน้อย จึงต้องการอาหาร ้ประเภทไขมัน และคาร์โบไฮเดรตน้อยแต่ตองการเหล็กและแคลเซียมมากเพื่อความแข็งแรง ของ ้กระดูก ควบคุมการทํางานของประสาท กล้ามเนื้ อ และการแข็งตัวของโลหิ ตส่ วน ที่เป็ นนักกีฬาอาหารของนักกีฬาที่ให้พลังงานอย่างมาก จะต้องมีสดส่ วนดังนี้ คือ โปรตีน 12 เปอร์เซ็นต์ ไขมัน 33 ัเปอร์ เซ็นต์ และคาร์ โบไฮเดรต 55 เปอร์เซ็นต์ แต่ตองดื่มนํ้าให้เพียงพอต่อการดูดซึมอาหารและทํา ้ให้กากอาหารไม่จบตัวแข็ง และถ่ายสะดวก ก่อนการแข่งขันนักกีฬาต้องกินอาหารน้อยๆ เพราะถ้า ักิ นมาก เลือดจะถูกดึ งจากกล้ามเนื้ อไปให้กระเพาะเพื่อย่อยอาหาร ทําให้เล่นกี ฬาได้ไม่เต็มความสามารถ ดังนั้นก่อนการแข่งขันควรดื่มนํ้าผลไม้เพื่อป้ องกันการเสี ยนํ้ามากเกินไปซึ่ง ทําให้เหนื่อยเร็ ว สําหรับผูใหญ่ที่มีร่างกายเล็กหรื อใหญ่หรื อ ทํางานหนักก็รับประทานอาหารลดลงหรื อ ้เพิ่มขึ้นจากปริ มาณดังกล่าวนี้ 1.2 การเลือกอาหารป้ องกันโรค 1.2.1 การเลือกอาหารป้ องกันโรคหัวใจ 1.2.1.1 ไขมันกับโรคหัวใจ อาหารสุ ขภาพจะต้องประกอบไปด้วยอาหาร 5 หมู่ได้คาร์โบไฮเดรตโปรตีน ไขมัน ผักผลไม้ และนม ไขมันเป็ นอาหารที่ให้พลังงานมากที่สุดเมื่อเทียบกับนํ้าหนักที่เท่ากัน ไขมันที่เรารับประทานมีอยู่ 3 รู ปแบบ คือ 1. Triglyceride 2. Cholesterol 3. Phospholiphid
  6. 6. กรดไขมัน(Fatty acid) คืออะไร กรดไขมันเป็ นการเรี ยงตัวของธาตุคาร์ บอน(Carbon ,C) โดยที่ปลายด้านหนึ่ งเป็ น methyl group อีกด้านหนึ่งเป็ น carboxyl group ความยาวของCมีได้หลายตัวหากมีความยาวน้อยกว่า 6 เรี ยก Short chainsk หากมี C มากกว่า 12 เรี ยก long chainfatty acid กรดไขมันเป็ นอาหารของกล้ามเนื้อ หัวใจ อวัยวะภายในร่ างกาย กรดไขมันส่ วนที่เหลือใช้จะถูกสะสมในรู ป triglyceride(ใช้กรดไขมัน3 ตัวรวมกับ glycerol)ซึ่ งจะสะสมเป็ นไขมันในร่ างกาย ภาพที่ 2.1 แสดง Essential features of a fatty acid ไขมันอิ่มตัว Saturated fat หมายถึง กรดไขมันที่มีธาตุ C ต่อกันด้วย single bondเท่านั้นการรับประทานอาหารไขมันชนิ ดอิ่มตัวจะทําให้ไขมันในเลือดสู งและเป็ น ปั จจัยเสี่ ยงของโรคหลอดเลือดตีบ แหล่งอาหารของไขมันอิ่มตัวได้แก่ นํ้ามันปาล์ม กะทิ เนย นม เนื้อแดงชอคโกแลต ภาพที่ 2.2 แสดง Steaic acid , a saturated fatty acid
  7. 7. ไขมันไม่อิ่มตัวเชิ งเดี่ ยว Monounsaturated เป็ นกรดไขมันที่มีธาตุ C ต่อกันด้วยDouble bond เพียงหนึ่ งตําแหน่ง นักวิทยาศาสตร์ เชื่อว่าการรับประทานอาหารไขมันประเภทนี้ทดแทนไขมันอิ่มตัวจะ ช่วยลดระดับ LDL Cholesterol ซึ่ งเป็ นไขมันที่ไม่ดีก่อให้เกิดโรคหลอดเลือดตีบ อาหารที่มีไขมัน Monounsaturatedได้แก่ avocados, nuts, and olive, peanut and canolaoils ภาพที่ 2.3 แสดง Oleic acid กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน Polyunsaturated หมายถึง กรดไขมันที่มีธาตุ C ต่อ ่กันด้วย Double bond อยูหลายตําแหน่ง หากรับประทานแทนไขมันอิ่มตัวจะไม่เพิ่มระดับไขมันในร่ างกาย อาหารที่มีไขมันชนิ ดนี้ คือ นํ้ามันพืชทั้งหลายเช่น นํ้ามันข้าวโพด นํ้ามันดอกทานตะวันนํ้ามันถัวเหลือง ่ ภาพที่ 2.4 แสดงกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน
  8. 8. essential fatty acids เป็ นกรดไขมันที่จาเป็ นสําหรับร่ างกาย แต่ร่างกายไม่สามารถ ํสร้างเองได้ตองได้รับจากอาหารที่เรารับประทาน ้ Trans fatty acids เป็ นไขมันที่เตรี ยมจากนํ้ามันพืช เช่น นํ้ามันข้าวโพด ไปทําให้ร้ อน เพื่อทําให้น้ ามันมี อายุใช้งานได้นานขึ้น และทําให้น้ ามันข้นขึ้นจนเป็ นของแข็ง การ ํ ํรับประทานนํ้ามันชนิ ดนี้ มากจะทําให้ไขมัน LDL ในเลือดเพิ่มขึ้นซึ่ งเป็ นปั จจัยเสี่ ยงทําให้เกิ ดโรคหัวใจและหลอดเลือด omega-3 fatty acids และ omega-6 fatty acids เป็ นกรดไขมันที่จาเป็ นสําหรับ ํร่ างกาย แต่ร่างกายไม่สามารถผลิตเองต้องได้รับจากสารอาหาร omega-3 fatty acids จะมี Doublebond ที่ตาแหน่ง C3 นับจากกลุ่ม Methyl group omega-3 fatty acids จะพบมากในอาหารจําพวก ํปลาและนํ้ามันพืช เช่น salmon, halibut, sardines, albacore, trout, herring, walnut, flaxseed oil, andcanola oil omega-6 fatty acids เป็ นกรดไขมันที่จาเป็ นสําหรับร่ างกาย แต่ร่างกายไม่สามารถ ํผลิตเองต้องได้รับจากสารอาหารomega-6 fatty acids จะมี Double bond ที่ตาแหน่ง C6 นับจากกลุ่ม ํMethyl group omega-6 fatty acids จะพบมากในอาหารจําพวกปลาและนํ้ามันพืช corn, safflower,sunflower, soybean, and cottonseed oil ่ ไขมันในเลือด เมื่อ 20 ปี ที่ผานมาเมื่อท่านไปพบแพทย์เพื่อตรวจสุ ขภาพและพบว่าไขมันในเลือดสู งแพทย์ มักจะแนะนําว่า ให้รับประทานอาหารที่มีไขมันตํ่า แต่ปัจจุบนต้องเน้นถึง ัชนิ ดของไขมันในอาหาร หากมีไขมันที่ไม่ดีมากก็จะทําให้เกิดโรคหัวใจได้ง่ายขึ้น หากมีไขมันดีมากจะช่วยลดการเกิดโรคหัวใจ ภาพที่ 2.5 ไขมันในอาหาร
  9. 9. โรคหลอดเลื อดไปเลี้ยงหัวใจตี บเป็ นสาเหตุการตายอันดับ ต้นๆของประเทศCholesterol จะพบว่าเป็ นส่ วนประกอบของเซลล์ผิวและอยู่ในกระแสเลือด ร่ างกายของคนเราได้cholesterol จากสองแหล่งคือ จากอาหารที่เรารับประทาน เช่น เครื่ องใน เนื้อ นม และจากการสร้างของตับ ไขมันในเลือดมีกี่แบบ เนื่ องจากไขมันในเลือดไม่ละลายนํ้าจึงจําเป็ นต้องมีตวทํา ัละลายที่เราเรี ยกว่า Lipoprotein lipoprotein ที่สร้างจาดตับมีสองชนิดคือ low-density lipoproteins(VLDL) และ high-density lipoproteins (HDL) ไขมัน VLDL cholesterol เมื่อเข้ากระแสเลือดจะถูกเปลี่ยนไปเป็ น LDL cholesterol ส่ วนไขมันที่จบกับ hdl เรี ยก HDL cholesterol ั ไขมันสู งกับภาวะสุ ขภาพ ่ ภาพที่ 2.6 ไขมันที่อยูภายใต้ช้ น ั โรคหลอดเลือดไปเลี้ยงหัวใจตีบเป็ นสาเหตุการตายอันดับ ต้นๆของประเทศ ไขมันในโลหิ ตสู งเป็ นปั จจัยเสี่ ยงข้อหนึ่ งของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ การเปลี่ยนแปลงอาหารและการออกกําลังกายสามารถระดับไขมันในเลือดได้ และลดอัตราเสี่ ยงต่อการเกิดหลอดเลือดหัวใจตีบ ถ้าหากcholesterol ในเลือดสู งไขมันจะเกาะติดผนังหลอดเลือดแดงที่เรี ยกว่า plaque ขบวนการที่ทาให้ ํหลอดเลือดตีบเรี ยก Atherosclerosis ซึ่งหากเป็ นมากทําให้ หลอดเลือดแดงตีบ เลือดไปเลี้ยงไม่พอจึงเกิดอาการ เช่นเจ็บหน้าอกจากหัวใจขาดเลือด หรื ออัมพฤกษ์ นอกจากนั้นคราบไขมันอาจจะหลุดจากผนังหลอดเลือดทําให้เกิดอาการหัวใจขาดเลือดเฉี ยบพลัน นอกจากระดับ cholesterol แล้วปั จจัยที่มีผลต่อการเกิดหลอดเลือดแข็งคือ ตัวที่จะพาไขมันไปตามเส้นเลือดซึ่งเรี ยกว่า lipoprotein ที่สาคัญมีสองชนิดคือ ํ
  10. 10. • Low-density lipoproteins (LDL) ซึ่งจะพา cholesterol จากตับไปสู่ ร่างกาย LDL เป็ นไขมัน ที่ไม่ดีหากมีมากจะทําให้เกิดหลอดเลือดแดงตีบได้ง่าย • High-density lipoproteins (HDL) เป็ นตัวที่พา cholesterol จากร่ างกายเข้าสู่ ตบ หากมีHDL ั สูงการเกิดโรคหลอดเลือดจะน้อยลง 1.2.1.2 มะเร็ งเต้านม พบว่าประเทศที่รับประทานอาหารมันจะมีอุบติการณ์ของโรค มะเร็ งเต้านมสู ง แต่ยง ั ัไม่ มี ห ลัก ฐานที่ แ น่ ชัด ประเทศทางยุ โ รปได้พ บว่ า หากรั บ ประทานอาหารที่ มี ไ ขมันmonounsaturated fats (พบมากในนํ้ ามัน olive oil) จะเกิดโรคมะเร็ งเต้านมตํ่า 1.2.1.3 มะเร็ งลําไส้ใหญ่ ก่อนหน้านี้ มีความเชื่อว่ารับประทานไขมันมากจะเกดโรค มะเร็ งลําไส้ได้มาก แต่ ัปัจจุบนพบว่าการรับประทานเนื้อแดงจะมีความสัมพันธ์กบการเกิดมะเร็ งลํา ไส้ใหญ่ ั 1.2.1.4 มะเร็ งต่อมลูกหมาก จากข้อมูลที่ได้ยงไม่พบความสัมพันธ์ที่ชดเจน แต่มีความเชื่อว่าการรับประทาน ั ัอาหารไขมันอิ่มตัว มากจะเพิ่มความเสี่ ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ งต่อมลูกหมาก 1.2.1.5 โรคอ้วน ก่อนหน้านี้ แพทย์จะแนะนําเรื่ องลดนํ้าหนักโดยการลดอาหาร มันซึ่ งไม่ถูกต้องทั้งหมด ปั จจุบนแนะนําให้รับประทานปริ มาณไขมันไม่เกิน 30 %ของปริ มาณพลังงานทั้งหมดและ ัให้ลดปริ มาณพลังงานที่รับประทานในแต่ละวัน ํ ระดับไขมันแค่ไหนถึงจะดี ประเทศอเมริ กาได้กาหนดระดับไขมันที่เหมาะสมสําหรับคนที่ มีอายุมากกว่า 20 ปี ไว้ดงนี้ ั • Total cholesterolน้อยกว่า 200 (mg/dl) • HDL cholesterol มากกว่า 40 mg/dl • LDL cholesterol น้อยกว่า 100 mg/dl ปริมาณไขมันทีต้องการในแต่ ละวัน ่ สมาคมโรคหัวเบาหวาน สมาคมโรคหัวใจและสมาคมโภชนาของประเทศอเมริ กาได้แนะนําให้รับประทานอาหารที่ เป็ นไขมันไม่เกินร้อยละ 30 ของปริ มาณพลังงานทั้งหมด แต่จากการศึกษาพบว่าชนิ ดของไขมันที่รับประทานจะมีผลต่อสุ ขภาพมากกว่าปริ มาณ โดยพบว่าหากรับประทานอาหารไขมันชนิ ดไขมันอิ่มตัวและ tran-fatty acid จะทําให้ความเสี่ ยงต่อโรคหัวใจ
  11. 11. เพิ่มขึ้น ในทางกลับกันหากให้รับประทานอาหารที่มีไขมันไม่อิ่มตัว ( monounsaturated orpolyunsaturated fat ) จะทําให้การเกิดโรคหัวใจลดลง นอกจากนั้นควรจะรับประทานไขมันที่ได้จากปลา omega-3 ซึ่ งจะช่วยลดการเกิดโรคหัวใจ สมาคมโรคหัวใจแนะนําให้รับประทานปลาสัปดาห์ละ 2 ครั้ง 1.2.1.6 ไขมันกับไข่ ภาพที่ 2.7 ไขมันกับไข่เป็ นที่ทราบกันดี ว่าไขมันสู งเป็ น ปั จจัยเสี่ ยงต่อการเกิ ดโรคหัวใจ และปริ มาณไขมันในไข่ก็มีปริ มาณค่อนข้างสู ง ทําให้แพทย์มกจะแนะนําให้ลดการรับประทานไข่ แต่จากการศึกษาพบว่าการ ัรับประทานไข่วนละฟองไม่เพิ่มอุบติการณ์การเกิดโรค หัวใจ และมีผลต่อระดับไขมันน้อยมาก ั ันอกจากนั้นในไข่แดงยังมี protein, vitamins B12 and D, riboflavin, and folate ซึ่ งช่วยลดการเกิดโรคหัวใจ ดังนั้นจึงแนะนําว่าคนปกติสามารถรับประทานได้ทุกวัน สําหรับผูป่วยโรคเบาหวานให้ ้รับประทานสัปดาห์ละ 2-3ฟอง 1.3 การเลือกอาหารเพือความงาม ่ ่ กินเพื่ออยูอย่างเดียวเห็นจะไม่พอควรมอง ไกลไปถึงสุ ขภาพด้วย อย่างที่เรา ๆ ท่าน ๆทราบกันดี นันแหละ คนเราจะมีสุขภาพดีได้น้ ันขึ้นอยู่กบปั จจัยหลายประการ เช่ น กรรมพันธุ์ ่ ัสุ ขภาพจิต วิถีการดําเนินชีวิต สิ่ งแวดล้อม รวมถึงอาหารการกินของเรา อาหารบางประเภท สามารถป้ องกันหรื อลดโอกาสการเกิดโรคบางชนิด เช่น ผักผลไม้ช่วยป้ องกันโรคต่าง ๆ ได้ อาทิ โรคหัวใจมะเร็ ง เบาหวาน ไขมันในเลือดสู ง ความดันโลหิ ตสู ง โรคในระบบทางเดินอาหาร เช่น ท้องผูกริ ดสี ดวงทวาร เป็ นต้น อย่างไรก็ตาม เดี๋ยวนี้เราไม่ได้คานึงแค่กินเพื่อสุ ขภาพอย่างเดียว เทรนด์การกินมีการ ํปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย คนรุ่ นใหม่มองไปถึงว่ากินยังไงให้สวย กระแสอาหารเพื่อสุ ขภาพจึง
  12. 12. ขยับมาสู่ อาหารเพื่อความงาม (Food for Beauty) เพื่อความสวยที่มาจากภายในสะท้อนผ่านสู่ภายนอกมิใช่ความงามจากการตกแต่งภายนอกเพียงฉาบฉวย อาหารมีบทบาทสําคัญกว่าที่คุณ เคยคิดมากนัก จะประทินโฉมด้วยครี มบํารุ งดี เลิศขนาดไหนก็คงช่ วยได้ไม่ มาก ถ้ายังมองข้ามความสําคัญของอาหารการกิ นที่ถูกต้อง ดังนั้นลองหันมาใส่ ใจอาหารที่คุณรับประทาน เพื่อเสริ มสร้างผิวพรรณของคุณให้สวยงาม เปล่งปลัง ดูอ่อนกว่าวัย เส้นผมเงางามเป็ นประกาย ไม่ ่เปราะหรื อร่ วงง่าย ตลอดจนมีสุขภาพเล็บที่สมบูรณ์แข็งแรง เรี ยกว่างามกันตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าเลยทีเดียว คงมีคาถามตามมาว่าแล้วจะเริ่ มต้นกินอย่างไรดี ง่าย ๆ ไม่มีอะไรซับซ้อนค่ะ เพียงแค่คุณ ํไม่เลือกกินเฉพาะในสิ่ งที่ชอบ แต่เลือกกินให้หลากหลายเข้าไว้ นันก็คือรับประทานอาหารให้ครบ ่5 หมู่ เพื่อให้ได้รับสารอาหารที่จาเป็ นต่าง ๆ ไปช่วยบํารุ งผิวพรรณ เส้นผมและเล็บของคุณให้ ํสวยงามแข็งแรง สารอาหารต่าง ๆ ที่เข้าสู่ ร่างกาย คือกุญแจสําคัญที่ไขไปสู่ ความงาม พวกเราส่ วนใหญ่มกได้ยนชื่อสารอาหารเหล่านี้ กนอยูเ่ สมอ แต่ไม่ทราบว่าเกี่ยวพันกับความสวยงามของร่ างกาย ั ิ ัของเรา อย่างแคลเซียม ชื่อนี้คงคุนเคยกันดี เรารู ้วาแคลเซียมมีส่วนช่วยในการสร้างกระดูก และฟัน ้ ่แต่อาจไม่ทราบว่า แคลเซี ยมนั้นช่วยสร้างความแข็งแรงให้เส้นผมและเล็บด้วยค่ะ สารอาหารตัวอื่นๆ ก็เช่นเดียวกัน ซ่อนคุณค่าที่หลายคนอาจนึกไม่ถึง เป็ นต้นว่า กรดไขมันโอเมก้า 3 ที่พบมากในปลาทะเลไทย เช่น ปลาทู ปลารัง ปลากะพง ปลาเก๋ า ปลาสําลี ปลาอินทรี ปลาโอ ฯลฯ ช่วยป้ องกันการอักเสบและติดเชื้อภายในร่ างกาย เพื่อความแข็งแรงของเซลล์ต่าง ๆ ธาตุเหล็ก เป็ นองค์ประกอบสําคัญ อย่างหนึ่งในการสร้างเม็ดเลือดแดง จึงช่วยให้ผิวพรรณดูเปล่งปลังมีเลือดฝาด ่ทองแดงช่วยในการสร้างคอลลาเจน สังกะสี ช่วยในการซ่ อมแซมคอลลาเจนที่สึกหรอ เสริ มสร้างการเจริ ญเติบโตของเซลล์ และช่วยรักษาสิ วอีกด้วย โปรตีน หนึ่ งในอาหารหลักห้าหมู่ที่เรี ยนกันมาตั้งแต่สมัยประถม เป็ นสารอาหารสําคัญในการสร้างเนื้ อเยื่อ และซ่ อมแซมส่ วนที่สึกหรอในอวัยวะต่าง ๆ จึ งมี ความจําเป็ นอย่างยิ่งในการสร้ างและซ่ อมแซมเซลล์ผิว รวมไปถึ งเส้นผมกลุ่มของพวกวิตามินต่าง ๆ กันบ้างค่ะ คุณประโยชน์ของวิตามินในแง่ความสวยความงาม เช่นวิตามิน ดี พบมากในนํ้ามันตับปลา ตับ นม เนย แสงแดดอ่อน ๆ ยามเช้าก็ช่วยให้ร่างกายสร้างวิตามินดีได้ วิตามินดีมีหน้าที่ช่วยให้ร่างกายดูดซึ มแคลเซี ยม คงยังไม่ลืมว่า แคลเซี ยมมีส่วนช่วยสร้างความแข็งแรงให้เส้นผมและเล็บ วิตามินเค พบมากในตับวัวและผักใบเขียว เช่นผักกาดหอม กะหลํ่าปลี นอกจากนี้ แบคทีเรี ยในลําไส้ใหญ่ของคนเรายังสังเคราะห์ข้ ึนได้ดวย ้วิตามินเคมีหน้าที่สร้างโปรตีนหลายชนิ ด ที่เกี่ยวข้องกับการแข็งตัวของเลือด ส่ วนในแง่ความสวยงามช่วยให้รอยเส้นเลือดขอด หรื อเส้นเลือดฝอยแตกบนผิวจางลง อีกทั้งยังช่วยเยียวยาผิวที่ถูกแสงแดดทําร้ายให้หายเร็ วขึ้น วิตามินบี เป็ นต้นว่า วิตามินบี 3 ช่วยกระตุนการไหลเวียนของเลือด ้
  13. 13. และทําให้ผวหนังไม่ซีด วิตามินบี 5 ช่วยลดริ้ วรอยต่าง ๆ ของผิวพรรณ วิตามินบี 9 (หรื อกรดโฟ ิลิก) ช่วยในเรื่ องการแบ่งและเจริ ญเติบโตของเซลล์ และมีส่วนสําคัญในการสร้างเม็ดเลือดแดง จึง ่ช่วยให้ผวพรรณดูผองใสมีสุขภาพดี วิตามินบี 12 ทํางานร่ วมกับกรดโฟลิกในการช่วยบํารุ งและแบ่ง ิเซลล์ สารอาหารสําคัญที่จะลืมไม่ได้อีก 3 ตัว ถ้าไม่กล่าวถึงเห็นจะเชยแย่ก็คือ วิตามินเอ ซี และ อีวิตามินเหล่านี้ เป็ นสารแอนดี้ออกซิ แดนท์ที่สาคัญ ในการต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอการเสื่ อม ํของผิวหนัง "อนุมูลอิสระ" คืออะไร ปกติในร่ างกายของคนเราจะเกิดสารอนุมูลอิสระจากการเผาผลาญอาหาร หรื อขบวนการทางเคมีในร่ างกายอยูแล้ว แต่ก็จะมีกลไกควบคุมไม่ให้สารเหล่านี้เกิด ่อันตรายต่อร่ างกาย โดยร่ างกายจะสร้างสารต้านอนุมูลอิสระขึ้นต่อต้าน แต่บางภาวะ ถ้าเกิดความไม่สมดุลระหว่างอนุ มูลอิสระและสารต้านอนุ มูลอิสระแล้ว ก็จะเกิดผลเสี ยต่อร่ างกายได้ โดยสารอนุมูลอิสระส่ วนเกินที่เกิดขึ้นเชื่อว่า เป็ นต้นเหตุหนึ่ งของภาวะหรื อโรคหลาย ๆ ชนิด รวมทั้งการเสื่ อมของเซลล์ผวหนังของคนเรา วิตามินเอ พบมากในผักใบเขียวและสี เหลือง ได้แก่ ผักใบเขียว ิต่าง ๆ แครอท ฟั กทอง มะละกอ ส้ม สับปะรด ช่วยป้ องกันการเสื่ อมอายุของผิวหนังกระตุน ้กระบวนการผลัด เซลล์ผิว ช่ ว ยให้ริ้วรอยบนผิวลดเลื อนลงและบรรเทาการเกิ ดสิ วได้ด้ว ยวิตามิน อี พบมากในวีทเจิม ซีเรี ยล นํ้ามันพืช ไข่แดง เนยสด ช่วยชะลอเซลล์ผวแก่ก่อนวัย ช่วยให้ ิผิวหนังชุ่มชื้น ลดการอักเสบ วิตามินซี พบมากในมะเขือเทศ ฝรั่ง ส้มทุกชนิ ด มะขามเทศมะขามป้ อม สตรอเบอร์ รี่และผักใบเขียว ช่วยกระตุนการสร้างคอลลาเจน ซึ่งเป็ นปั จจัยสําคัญที่ทา ้ ํให้ผวเรี ยบตึง ไร้ริ้วรอยและช่วยกระตุนระบบการไหลเวียนโลหิ ต ทําให้ผวเปล่งปลังมีน้ ามีนวลขึ้น ิ ้ ิ ่ ํส่ วนที่จะลืมไม่ได้อีกประการก็คือ การดื่มนํ้าสะอาดเพียงพอ นํ้าเป็ นปั จจัยสําคัญมากในการบํารุ งผิวพรรณ คุณควรดื่มนํ้าวันละ 6-8 แก้วต่อวันจะช่วยให้ผวพรรณไม่แห้ง เต่งตึงสดใส ส่ วนพวกชา ิกาแฟ หรื อเครื่ องดื่มแอลกอฮอล์ อย่าเหมาว่าเป็ นของเหลวเหมือนกัน ควรงดดื่มไปจะดีกว่า เพราะเป็ นตัวทําลายเซลล์ผวหนังให้แก่ก่อนวัยอันควร เลือกกินให้เป็ นให้ได้สาร อาหารครบถ้วน มีส่วน ิช่วยเสริ มสร้างความงามได้แน่นอน มาเริ่ มปฏิบติการสวยจากภายใน ั
  14. 14. 1.3 คุณค่ าของสารอาหารทีจําเป็ นต่ อการดํารงชีวต ่ ิ ภาพที่ 2.8 สารอาหารที่จาเป็ นต่อการดํารงชีวิต ํ 1.3.1 วิตามิน (Vitamin) ทําหน้าที่เป็ นตัว Co=enzyme ช่วยให้เอนไซม์ต่าง ๆ ในร่ างกายทําหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ นอกจากนี้ ยงช่ วยในการเผาผลาญสารอาหารต่าง ๆ ให้เป็ น ัพลังงาน ช่วยในการเจริ ญเติบโต และซ่อมแซมส่ วนที่สึกหรอของร่ างกาย ถ้าร่ างกายขาดวิตามินจะทําให้เกิดโรคต่างๆได้ 1.3.2 เกลือแร่ (Mineral) ที่จาเป็ นต่อร่ างกายมี 16 ชนิ ด ช่วยในการเสริ มฤทธิ์กับ ํวิตามิน ช่วยให้ร่างกายทํางานตามปกติ ช่วยเร่ งการเผาผลาญสารอาหารต่าง ๆ ในร่ างกายให้เป็ นพลังงาน ช่วยในการเจริ ญเติบโต ซ่อมแซมส่ วนที่สึกหรอของร่ างกาย และสร้างเซลล์เนื้อเยือใหม่ ๆ ่ 1.3.3 เส้นใยอาหาร (Fiber) มีส่วนสําคัญต่อร่ างกายในขบวนการย่อยอาหาร และช่วยในการดูดซึ มสารอาหารที่ให้พลังงานป้ องกันอาการท้องผูก และท้องเสี ย และอื่นๆอีกมากมาย 1.3.4 โปรตีน (Protein) ร่ างกายย่อยโปรตีนให้เป็ นกรดอะมิโน มีส่วนสําคัญในการเสริ มสร้ างกล้ามเนื้ อ ซ่ อมแซมส่ วนที่สึกหรอ ช่ วยในการเสริ มสร้ างเซลล์ใหม่ กระตุนระบบ ้ภูมิคุมกันในร่ างกายและยังให้พลังงานอีกด้วย ้2. แนวคิดทัวไปเกียวกับสุ ขภาพและความงาม ่ ่ 2.1 ความหมายของสุ ขภาพ 2.1.1 พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2525 ได้ให้ความหมายของ “สุ ขภาพ”ไว้ว่า “ความสุ ขปราศจากโรค, ความสบาย” ก่อน พ.ศ.2500 เราใช้คาสุ ขภาพกันน้อยมาก เพราะ ํขณะนั้นเราใช้คาว่า “อนามัย” (อน + อามัย) ซึ่ งหมายถึง ‘ความไม่มีโรค’ ซึ่งเมื่อเปรี ยบกันแล้วจะ ํเห็นว่า คําว่า “สุ ขภาพ” มีความหมายกว้าง และสมบูรณ์กว่า “อนามัย” เพราะสุ ขภาพเน้นสุ ขภาวะคือ ภาวะที่ทาให้เกิดความสุ ขปราศจากโรคซึ่งเกี่ยวข้องกับหลายๆ ปั จจัย และมีความหมายในเชิง ํบวก ส่ ว นอนามัย นั้ นเน้ น ที่ โ รค ซึ่ งเป็ นความทุ ก ข์ มี ค วามหมายในเชิ ง ลบ
  15. 15. สําหรับองค์การอนามัยโลก (WHO : World Health Organization) ได้ให้ความหมายของ สุ ขภาพไว้ในธรรมนูญขององค์การอนามัยโลกเมื่อปี ค.ศ.1948 ไว้ดงนี้ “สุ ขภาพหมายถึง ั ่สภาวะแห่ งความสมบูรณ์ของร่ างกายและจิตใจ รวมถึงการดํารงชีวิตอยูในสังคมได้อย่างเป็ นปกติสุ ข และมิได้หมายความเฉพาะเพียงแต่การปราศจากโรคและทุพพลภาพเท่านั้น” ต่อมาในที่ประชุมสมัชชาองค์การอนามัยโลก เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2541 ได้มีมติให้เพิ่มคําว่า “Spiritual well-being” หรื อสุ ขภาวะทางจิตวิญญาณเข้าไป ในคําจํากัดความของสุ ขภาพเพิ่มเติม ดังนั้น เมื่อกล่าวถึงสุ ขภาพในปั จจุบนจะต้องครอบคลุมถึงสิ่ งที่สาคัญ 4 ประการ คือ ั ํ1. ภาวะทัวไปของร่ างกายและจิตใจจะต้องแข็งแรงสมบูรณ์ ่2. มีสุขภาวะทางจิตวิญญาณ3. จะต้องปราศจากโรคหรื อความทุพพลภาพ4. จะต้องเป็ นผูที่สามารถดํารงตนและปฏิบติภารกิจต่างๆในสังคมได้เป็ นปกติสุข ้ ั 2.1.2 ตามร่ างพระราชบัญญัติสุขภาพ แห่ งชาติ 2545 ให้ความหมายของคําว่า“สุ ขภาพ” คือภาวะที่มีความพร้อมสมบูรณ์ท้ งทางร่ างกาย คือ ร่ างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง คล่องแคล่ว ัมี ก ํา ลัง ไม่ เ ป็ นโรค ไม่ พิ ก าร ไม่ มี อุ บ ัติ เ หตุ อ ัน ตราย มี สิ่ ง แวดล้อ มที่ ส่ ง เสริ ม สุ ข ภาพ ทางจิ ตใจ คื อ มี จิตใจที่ มีความสุ ข รื่ นเริ ง ไม่ ติด ขัด มี เมตตา มี สติ มี สมาธิ ทางสังคม คือ มีการอยูร่วมกันด้วยดี มีครอบครัวที่อบอุ่น ชุมชนเข้มแข็ง สังคมมีความ ่ยุติธรรม และทางจิตวิญญาณ คือ ความสุ ขที่เกิดขึ้นเมื่อทําความดีหรื อจิตใจได้สมผัสสิ่ งที่มีคุณค่าอัน ัสู ง ส่ ง โดยทั้ง 4 ด้านนี้ จะต้องเกิดขึ้นจากการจัดการทางสุ ขภาพในระดับต่างๆทั้งสุ ขภาพในระดับของ ปั จเจกบุคคล (Individual Health) สุ ขภาพของครอบครัว (Family Health) อนามัยชุมชน(Community Health ) และสุ ขภาพของสาธารณะ (Public Health) 2.1.3 สุ ขภาพ หมายถึง ภาวะแห่ งความสมบูรณ์ของร่ างกาย จิตใจ และการ ่ดํารงชีวิตอยูในสังคมด้วยดี ไม่ใช่เพียงแต่ความปราศจากโรค หรื อทุพพลภาพเท่านั้น (Health isdefined as a state complete physical, mental and social well-being and merely the absence ofdisease infirmity : World Health Organization - WHO (องค์การอนามัยโลก) , 2491) สุ ขภาพจึ งมีความหมายที่เน้นความเป็ นอยู่ที่สมบูรณ์ท้ งทางร่ างกาย จิ ตใจ และสังคม ันันคือ ต้องมีสุขภาพกาย สุ ขภาพจิต และสุ ขภาพทางสังคมครบทุกด้าน และในที่ประชุมสมัชชา ่องค์การอนามัยโลก เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2541 ได้ตกลงเติมคําว่า “Spiritual Well-being”หรื อสุ ขภาวะทางจิตวิญญาณเข้าไป ในคําจํากัดความของสุ ขภาพเพิ่มเติม จึงอาจกล่าวได้ว่าสุ ขภาพ หมายถึง ภาวะของการดํารงชีวิตที่มีความสมบูรณ์ท้ งร่ างกาย จิตใจ รวมทั้งการอยูร่วมกัน ั ่ ่ในสังคมได้ดวยดี อยูบนพื้นฐานของคุณธรรม และการใช้สติปัญญา ้
  16. 16. ในอดีตคําว่า สุ ขภาพ หมายถึง สุ ขภาพกายเป็ นหลัก ต่อมาจึงได้รวมสุ ขภาพจิตเข้าไปด้วย เพราะเห็นว่าคนที่มีสุขภาพกายสมบูรณ์แข็งแรง แต่สุขภาพจิตเสื่ อมโทรมหรื อเป็ นโรคจิตก็ไม่สามารถดําเนินชีวิตเป็ นปกติสุขได้ ซํ้าร้ายอาจจะทําร้ายผูอื่นได้อีกด้วย ปั จจุบน คําว่า สุ ขภาพ มิได้ ้ ัหมายความเฉพาะสุ ขภาพกายและสุ ขภาพจิตเท่านั้น แต่ยงได้รวมถึงสุ ขภาพสังคม และสุ ขภาพจิต ัวิญญาณอีกด้วย จึงสามารถสรุ ปได้ว่าในความหมายของ "สุ ขภาพ" ในปั จจุบน มีองค์ประกอบ 4ัส่ วน ด้วยกันคือ 1. สุ ขภาพกาย (Physical Health) หมายถึง สภาพที่ดีของร่ างกาย กล่าวคือ อวัยวะต่างๆ ่อยูในสภาพที่ดี มีความแข็งแรงสมบูรณ์ ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ ร่ างกายสามารถทํางานได้ตามปกติ ัและมีความสัมพันธ์กบทุกส่ วนเป็ นอย่างดี และก่อให้เกิดประสิ ทธิภาพที่ดีในการทํางาน 2. สุ ขภาพจิต (Mental Health) หมายถึง สภาพของจิตใจที่สามารถควบคุมอารมณ์ได้ มีจิตใจเบิกบานแจ่มใส มิให้เกิดความคับข้องใจหรื อขัดแย้งในจิตใจ สามารถปรับตัวเข้ากับสังคมและสิ่ งแวดล้อมได้อย่างมีความสุ ข สามารถควบคุมอารมณ์ได้เหมาะสมกับสถานการณ์ต่าง ๆ ซึ่งผู ้มีสุขภาพจิตดี ย่อมมีผลมาจากสุ ขภาพกายดีดวย ดังที่ John Lock ได้กล่าวไว้ว่า “A Sound mind is in ้ ่a sound body” คือ “จิตใจที่แจ่มใส ย่อมอยูในร่ างกายที่สมบูรณ์” 3. สุ ขภาพสังคม (Social Health) หมายถึง บุคคลที่มีสภาวะทางกายและจิตใจที่สุขสมบูรณ์ มีสภาพของความเป็ นอยู่หรื อการดําเนิ นชีวิตอยูในสังคมได้อย่างปกติสุข ไม่ทาให้ผอื่น ่ ํ ู้ ่หรื อสังคมเดือดร้อน สามารถปฏิสมพันธ์และปรับตัวให้อยูในสังคมได้เป็ นอย่างดีและมีความสุ ข ั 4. สุ ขภาพจิตวิญญาณ (Spiritual Health) หมายถึง สภาวะที่ดีของปั ญญาที่มีความรู ้ทว ั่รู ้เท่าทันและความเข้าใจอย่างแยกได้ในเหตุผลแห่ งความดีความชัว ความมีประโยชน์และความมี ่โทษ ซึ่งนําไปสู่ ความมีจิตอันดีงามและเอื้อเฟื้ อเผือแผ่ ่ ในองค์ประกอบสุ ขภาพทั้ง 4 ด้านนั้น แต่ละด้านยังมี 4 มิติ ดังนี้ 1. การส่ งเสริ มสุ ขภาพ เป็ นกลไกการสร้างความเข้มแข็งให้แก่สุขภาพกาย สุ ขภาพจิตสุ ขภาพสังคม และสุ ขภาพจิตวิญญาณ 2. การป้ องกันโรค ได้แก่ มาตรการลดความเสี่ ยงในการเกิดโรค รวมทั้งการสร้างภูมิคุมกันเฉพาะโรค ด้วยวิธีการต่างๆ นานา เพื่อมิให้เกิดโรคกาย โรคจิต โรคสังคม และโรคจิต ้วิญญาณ 3. การรักษาโรค เมื่อเกิดโรคขึ้นแล้ว เราต้องเร่ งวินิจฉัยโรคว่าเป็ นโรคอะไร แล้วรี บให้การรักษาด้วยวิธีที่ได้ผลดีที่สุดและปลอดภัยที่สุดเท่าที่มนุ ษย์จะรู ้และสามารถให้การบริ การรักษาได้ เพื่อลดความเสี ยหายแก่สุขภาพ หรื อแม้แต่เพื่อป้ องกันมิให้เสี ยชีวิต
  17. 17. 4. การฟื้ นฟูสภาพ หลายโรคเมื่อเป็ นแล้วก็อาจเกิดความเสี ยหายต่อการทํางานของระบบอวัยวะหรื อทําให้พิการ จึงต้องเริ่ มมาตรการฟื้ นฟูให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงปกติที่สุดเท่าที่จะทําได้ ทั้ง (1) การส่ งเสริ มสุ ขภาพ และ (2) การป้ องกันโรคนี้ เราเรี ยกรวมกันว่า "การสร้างสุ ขภาพ" เป็ นการทําก่อนเกิดโรค ส่ วน (3) การรักษาโรค และ (4) การฟื้ นฟูสภาพนี้ เราเรี ยกรวมกันว่า "การซ่ อมสุ ขภาพ" เป็ นการทําหลังจากเกิดโรคแล้ว และเป็ นที่เชื่อกันว่า "การสร้างสุ ขภาพ" มีประสิ ทธิผลดีกว่า และเสี ยค่าใช้จ่ายน้อยกว่า "การซ่อมสุ ขภาพ" เนื่ องจาก "การสร้างสุ ขภาพ" เป็ นสิ่ งที่ประชาชนสามารถทําได้ดวยตัวเอง ้ ส่ วน "การซ่ อมสุ ขภาพ" ต้องอาศัยหน่วยงานด้านการแพทย์เป็ นหลัก แม้ว่าสุ ขภาพโดยองค์รวมแล้วจะเป็ นภาวะของมนุษย์ที่เชื่อมโยงกันทั้ง ทางกาย ทางจิต ทางปั ญญา และทางสังคม แต่ในเรื่ องของสถิติสาขาสุ ขภาพนั้น มีขอจํากัดในการศึกษาทําให้ ้ในขั้นต้นจะกล่าวถึงเฉพาะสุ ขภาพทางกาย และสุ ขภาพทางจิต เท่านั้น 2.2 ความสํ าคัญของสุ ขภาพ สุ ขภาพเป็ นสิ่ งสําคัญและจําเป็ นยิงต่อความเจริ ญงอกงามและพัฒนาการทุก ๆ ด้านใน ่ตัวบุคคล สุ ขภาพเป็ นรากฐานที่สาคัญของชีวิต โดยเริ่ มมาตั้งแต่มีการปฏิสนธิ ในครรภ์มารดาวัย ํทารก วัยผูใหญ่จนถึงวัยชรา ้ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสไว้เป็ นพระพุทธสุ ภาษิตว่า“อโรคยา ปรมาลาภา” ซึ่งแปลว่า “ความไม่มีโรคเป็ นลาภอันประเสริ ฐ” พระพุทธภาษิตข้อนี้ แม้แต่ชาวอารยประเทศทางตะวันตกก็ยงยอมรับนับถือกัน และเห็ นพ้องต้องกันว่า “สุ ขภาพคือพรอัน ัประเสริ ฐสุ ด (Health is the greatest blessing of all)” นอกจากนี้ยงมีสุภาษิตของชาวอาหรับโบราณ ักล่าวไว้ว่า “คนที่มีสุขภาพดีคือคนที่มีความหวัง และคนที่มีความหวังคือคนที่มีทุกสิ่ งทุกอย่าง (Hewho has health has hope and he who has hope has everything)” ซึ่ งนันก็หมายความว่าสุ ขภาพ ่จะเป็ นเสมือนหนึ่งวิถีทางหรื อหนทางซึ่งจะนําบุคคลไปสู่ความสุ ขและความสําเร็ จต่างๆ นานาได้ ชีวิตเป็ นสิ่ งมีค่ายิงกว่าทรัพย์สินใด ๆ ทุกคนย่อมรักษาและหวงแหนชีวิตของตนเอง ่ปรารถนาให้ตนเองมีชีวิตที่อยูเ่ ย็นเป็ นสุ ข จึงจําเป็ นต้องรักษาสุ ขภาพอนามัยให้แข็งแรงสมบูรณ์อยู่เสมอ การมีสุขภาพดี ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บหรื อการบาดเจ็บจากอุบติเหตุต่าง ๆ มีกล้ามเนื้ อที่ ัทํางานได้ดี สามารถทํางานได้อย่างมีประสิ ทธิภาพ ร่ างกายสามารถปรับตัวเข้ากับสิ่ งแวดล้อมได้ดี ่ไม่มีความวิตกกังวล ไม่ถูกความเครี ยดมารบกวน สามารถดํารงชีวิตอยูในสังคมได้อย่างมีความสุ ขย่อมเป็ นสิ่ งที่ปรารถนาของมนุษย์ทุกคน สุ ขภาพจึงเปรี ยบเสมือนวิถีแห่ งชีวิต ที่จะนําไปสู่ ความสุ ขและความสําเร็ จต่างๆ ในชีวิตได้ ประสิ ทธิ ภาพในการทํางานของประชาชนในทุกสาขาอาชีพจะต้องอาศัยสุ ขภาพที่ดีแข็งแรงสมบูรณ์เป็ นปั จจัยสําคัญ การพัฒนาประเทศจะดีหรื อไม่ข้ ึนอยู่กบสุ ขภาพที่ดีของคนใน ั
  18. 18. ชาติ เ ป็ นสําคัญ ประเทศที่ ประชาชนมี สุขภาพดี มี สติ ปัญญา มี คุณธรรมและจริ ยธรรม มีความสามารถในการประกอบอาชีพเพื่อเลี้ยงตนเองและครอบครัวได้ ไม่เบียดเบียนและทําร้ายซึ่ งกันและกัน ย่อมเกิ ดความสงบสุ ข และเมื่อบุคคลในชาติมีสุขภาพกายและจิตดี มีมนสมองที่มี ัศักยภาพ ย่อมเป็ นผูที่มีความสามารถเรี ยนรู ้ และสร้างสรรค์ส่ิ งต่าง ๆ ได้ดี ซึ่ งจะส่ งผลต่อการ ้พัฒนาทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมของประเทศโดยรวม กรอบความคิดเรื่ องสุ ขภาพในปั จจุบนวางอยู่บนฐานที่ว่าด้วยเรื่ อง สุ ขภาวะ (well- ัbeing) ทั้งมิติ ทางกาย ทางใจ ทางสังคม และทางปั ญญา (จิตวิญญาณ)และทั้งมิติของคนครอบครัว ชุมชน และสังคม ดังนั้นสุ ขภาพมีผลกระทบมาจากหลายปั จจัย จึงต้องให้ความสําคัญกับองค์ความรู ้ ทั้งเรื่ องของการดําเนิ นงานทางสาธารณสุ ข การจัดบริ การสาธารณสุ ข และเรื่ องต่างๆ ที่ปรากฏในสังคม เพราะสิ่ งเหล่านี้ มีผลกระทบต่อสุ ขภาพทั้งทางตรง และทางอ้อม ทั้งด้านบวก และด้านลบ องค์ความรู ้ เพื่อการพัฒนาสุ ขภาพและระบบสุ ขภาพจึงไม่ใช่ เรื่ องของระบบการแพทย์เพียงอย่างเดียว แต่เป็ นเรื่ องความร่ วมมือกันของสังคม ที่จะมาร่ วมสร้างค่านิ ยมที่ถูกต้องเกี่ยวกับสุ ขภาพ สร้างสิ่ งแวดล้อมที่ปลอดภัย และเอื้อต่อการมีสุขภาพดี ร่ วมสร้างวัฒนธรรมของการดําเนินชีวิตที่ไม่เบียดเบียนตนเองและผูอื่น และร่ วมกันสร้างสังคม ที่อยูร่วมกันอย่างมีสันติ ้ ่สุ ข 2.2.1 องค์ประกอบที่มีอิทธิพลต่อสุ ขภาพ สิ่ งที่มีอิทธิพลต่อสุ ขภาพของคนเรานั้นมีมากมายหลายสาเหตุ แต่ในที่น้ ีจะแบ่งออกเป็ น 3 องค์ประกอบที่สาคัญ ๆ ดังนี้ํ 1. องค์ประกอบด้านตัวบุคคล 1.1 ลักษณะทางพันธุกรรม (Genetic makeup) 1.2 เชื้อชาติ (Race) 1.3 เพศ (Sex)อายุและระดับพัฒนาการ (Age and development level) 1.4 ปั จจัยทางสรี รวิทยา (Physiological factors) 1.5 ปั จจัยทางด้านจิตใจ (Poychological Factors) 1.6 ความรู ้ ความเชื่อ ค่านิยม และทัศนคติ 1.7 พฤติกรรมอนามัย (Health behavior) หรื อสุ ขปฏิบติ (Health ัPractice) 2. องค์ประกอบด้านสิ่ งแวดล้อม (Environment Factors) สิ่ งแวดล้อมอาจแบ่งเป็ น 4 ด้านใหญ่ คือ

×