Ce diaporama a bien été signalé.
Nous utilisons votre profil LinkedIn et vos données d’activité pour vous proposer des publicités personnalisées et pertinentes. Vous pouvez changer vos préférences de publicités à tout moment.

วิทยาศาสตร์ วิทย์

676 vues

Publié le

งานวิทยาศาสตร์

Publié dans : Art & Photos
  • Soyez le premier à commenter

วิทยาศาสตร์ วิทย์

  1. 1. วิทยาศาสตร์
  2. 2. ประวัติศาสตร์ของวิทยาศาสตร์ โดยทั่วไปเราถือกันว่า วิทยาศาสตร์สมัยใหม่ เริ่มต้นในยุคฟื้นฟูศิลปะวิทยาการ โดยมี "บิดาแห่ง วิทยาศาสตร์สมัยใหม่" คือกาลิเลโอ กาลิเลอี เป็นผู้ถอนรื้อและปรับปรุงแนวความคิดเกี่ยวกับ วิทยาศาสตร์สมัยเก่า ที่ยึดกับแนวความคิดของอริสโตเติลทิ้งไป ณ ขณะนั้น กาลิเลโอได้กาหนดลักษณะสาคัญของวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ไว้ดังนี้ ทานายสิ่งที่เกิดขึ้นในปรากฏการณ์ธรรมชาติได้ โดยที่ไม่จาเป็นต้องอธิบายสาเหตุได้ เช่น ในขณะที่ยัง ไม่มีความรู้เรื่องแรงโน้มถ่วงนั้น กาลิเลโอไม่สนใจที่จะอธิบายว่า "ทาไมวัตถุถึงตกลงสู่พื้นดิน ?“ แต่สนใจคาถามที่ว่า "เมื่อมันตกแล้ว มันจะถึงพื้นภายในเวลาเท่าใด ?" ใช้คณิตศาสตร์เพื่อเป็นภาษาหลักของวิทยาศาสตร์ (ดูหัวข้อ คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์) ในเวลาต่อมา ไอแซค นิวตันได้ต่อเติมรากฐานและระบบระเบียบของแนวคิดเหล่านี้ และเป็นต้นแบบ สาหรับสาขาด้านอื่นๆ ของวิทยาศาสตร์ก่อนหน้านั้น,
  3. 3. โมเดล ทฤษฎีและกฎทางวิทยาศาสตร์ โมเดลอะตอมของบอห์ร เป็นหนึ่งในโมเดลทางวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียงมาก ได้ผ่านกระบวนการทาง วิทยาศาสตร์เพื่อทดสอบความถูกต้องหลายต่อหลายครั้ง ดังจะเห็นได้จากการถูกเสนอขึ้นเป็นโมเดลที่ แท้จริงของอะตอมเนื่องจากอธิบายปรากฏการณ์เส้นสเปกตรัมของไฮโดรเจนได้ และในเวลาต่อมาก็ถูก คัดค้านเนื่องจากอธิบายปรากฏการณ์อื่นๆ อีกหลายอย่างไม่ได้ คาว่า "โมเดล", "สมมติฐาน", "ทฤษฎี", และ"กฎทางกายภาพ"มีความหมายในทางวิทยาศาสตร์ไม่ เหมือนกับที่ใช้กันทั่วไป นักวิทยาศาสตร์ใช้คาว่า โมเดล เพื่อหมายถึงคาอธิบายปรากฏการณ์บางอย่าง ที่ สามารถนาไปใช้สร้างคาทานายซึ่งตรวจสอบความถูกต้องได้ด้วย การทดลองหรือการสังเกต ในขณะ ที่ สมมติฐาน คือความเชื่อที่ยังไม่ได้รับการสนับสนุนที่มากพอ และยังไม่ถูกพิสูจน์ว่าผิดพลาดด้วยการ ทดลอง ส่วน กฎทางกายภาพ หรือ กฎธรรมชาติ นั้น คือคาอธิบายทางวิทยาศาสตร์ที่มีนัยทั่วไป ที่ วางรากฐานอยู่บนผลของการสังเกตเชิงประจักษ์
  4. 4. ปรัชญาวิทยาศาสตร์ ความสาเร็จอันยิ่งใหญ่ของวิทยาศาสตร์ในประวัติศาสตร์มนุษย์ ได้สร้างประเด็นคาถามทางปรัชญาไว้มากมาย. โดยนักปรัชญาวิทยาศาสตร์ได้ตั้งคาถามทางปรัชญาที่สาคัญดังนี้ สิ่งใดเป็นตัวแบ่งแยกความรู้ทางวิทยาศาสตร์กับความรู้ประเภทอื่นๆ เช่น โหราศาสตร์ ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เป็นความจริงหรือไม่ ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เชื่อถือได้แค่ไหน วิทยาศาสตร์มีประโยชน์จริงๆ หรือไม่ ศีลธรรมของวิทยาศาสตร์ที่เหมาะสม คือรูปแบบใด ประเด็นเหล่านี้ยังเป็นที่ถกเถียงในหมู่นักปรัชญาวิทยาศาสตร์อย่างมากในปัจจุบัน และไม่มีความเห็นใดที่ได้รับการยอมรับทั่วไป
  5. 5. สาขาของวิทยาศาสตร์ มี 4 สาขา ได้แก่ 1.ฟิกสิกส์ 2.เคมี 3.โลกดาราศาสตร์ 4.ชีววิทยา
  6. 6. เคมีวิเคราะห์ (Analytical chemistry) ชีวเคมี (Biochemistry) เคมีการคานวณ (Computational chemistry) เคมีไฟฟ้า(Electrochemistry) เคมีอนินทรีย์ (Inorganic chemistry) วัสดุศาสตร์(Materials science) เคมีอินทรีย์ (Organic chemistry) เคมีฟิสิกส์(Physical chemistry) เคมีควอนตัม (Quantum chemistry) สเปกโตรสโคปี(Spectroscopy) สเตอริโอเคมิสตรี(Stereochemistry) เคมีความร้อน (Thermochemistry) เคมี
  7. 7. ฟิสิกส์เชิงทฤษฎี(en: theoretical physics) ฟิสิกส์เชิงคานวณ สวนศาสตร์ (Acoustics) ดาราศาสตร์ (Astronomy) ฟิสิกส์ดาราศาสตร์ (Astrophysics) ชีวฟิสิกส์ (Biophysics) จักรวาลวิทยา (Cosmology) อติสีตศาสตร์ (Cryogenics) พลศาสตร์ (Dynamics) พลศาสตร์ของไหล(Fluid dynamics) กลศาสตร์(Mechanics) นิวเคลียร์ฟิสิกส์ (Nuclear physics) ทัศนศาสตร์ (Optics) พลาสมาฟิสิกส์ พอลิเมอร์ฟิสิกส์ Vehicle dynamics ฟิสิกส์
  8. 8. ภูมิมาตรศาสตร์ (Geodesy) ภูมิศาสตร์(Geography) ธรณีวิทยา(Geology) อุตุนิยมวิทยา (Meteorology) สมุทรศาสตร์ (Oceanography) บรรพชีวินวิทยา(Paleontology) ชลธารวิทยา(Limnology) วิทยาแผ่นดินไหว (Seismology) วิทยาศาสตร์โลก
  9. 9. กายวิภาคศาสตร์ (Anatomy) ชีววิทยาดาราศาสตร์ (Astrobiology) ชีวเคมี (Biochemistry) ชีวสารสนเทศศาสตร์ (Bioinformatics) ชีวฟิสิกส์ (Biophysics) พฤกษศาสตร์ (Botany) ชีววิทยาของเซลล์(Cell biology วิทยาเซลล์ (Cytology) นิเวศวิทยา (Ecology) กีฏวิทยา (Entomology) วิทยาการระบาด (Epidemiology) พันธุศาสตร์ (Genetics) (Population genetics), มิญชวิทยา (Histology) วิทยาภูมิคุ้มกัน (Immunology จุลชีววิทยา (Microbiology) อณูชีววิทยา (Molecular Biology) สัณฐานวิทยา(Morphology) ประสาทวิทยาศาสตร์ (Neuroscience) พัฒนาการของพื วิวัฒนาการชาติพันธุ์ สรีรวิทยา (Physiology) อนุกรมวิธาน (Taxonomy) พิษวิทยา (Toxicology) วิทยาไวรัส (Virology) สัตววิทยา(Zoology) ชีววิทยา

×