Ce diaporama a bien été signalé.
Nous utilisons votre profil LinkedIn et vos données d’activité pour vous proposer des publicités personnalisées et pertinentes. Vous pouvez changer vos préférences de publicités à tout moment.
ชีวิตติดปีก ด้วยศิลปะ
แห่งการ "ช่างแม่ง"
The Subtle Art of Not Giving A F*ck
มองโลกในมุมกลับ เพื่อให้ชีวิตของคุณดีขึ้น
Mar...
ชีวิตติดปีก ด้วยศิลปะแห่งการ "ช่างแม่ง"
The Subtle Art of Not Giving A F*ck
Original English language copyright © 2016 Mar...
สารบัญ
บทที่ 1: อย่าพยายาม 1
วังวนอุบาทว์จากนรก	 6
ศิลปะแห่งการช่างแม่ง	 15
อ้าว	มาร์ก	แล้วเอ็งจะเขียนหนังสือเล่มนี้ท�าไมก...
บทที่ 4: คุณค่าของความทุกข์	 73
หัวหอมแห่งการเข้าใจตัวเอง	 81
ปัญหาของร็อคสตาร์	 88
ค่านิยมห่วยๆ	 94
ค่านิยมที่ดีและค่านิย...
บทที่ 7: ความล้มเหลวคือการก้าวไปข้างหน้า	 167
ความส�าเร็จอยู่ที่ใจ	 169
ความเจ็บปวดเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ	 173
หลักการ	...
1
ชีวิตติดปีก ด้วยศิลปะแห่งการ "ช่างแม่ง" อย่าพยายาม
บทที่ 1
อย่าพยายาม
าลส์ บูเคาว์สกี เป็นทั้งคนติดเหล้า เจ้าชู้ ผีพนัน ...
2
ชีวิตติดปีก ด้วยศิลปะแห่งการ "ช่างแม่ง" อย่าพยายาม
30 ปีผ่านไป ในความทรงจ�าของชาลส์เต็มไปด้วยแอลกอฮอล์
ยาเสพติด การพนัน ...
3
ชีวิตติดปีก ด้วยศิลปะแห่งการ "ช่างแม่ง" อย่าพยายาม
พยายาม เขาเชื่อมั่นในตัวเองมาตลอด เขายืนหยัดต่อสู้กับอุปสรรคต่างๆ
และ...
4
ชีวิตติดปีก ด้วยศิลปะแห่งการ "ช่างแม่ง" อย่าพยายาม
วัฒนธรรมของเราทุกวันนี้หมกมุ่นอยู่กับความโลกสวยจงมีความ
สุขมากขึ้น จง...
5
ชีวิตติดปีก ด้วยศิลปะแห่งการ "ช่างแม่ง" อย่าพยายาม
ไม่มีทางมายืนหน้ากระจกแล้วพูดซ�้าๆ กับตัวเองว่าฉันมีความสุขหรอก
เพราะ...
6
ชีวิตติดปีก ด้วยศิลปะแห่งการ "ช่างแม่ง" อย่าพยายาม
ที่ดีนั้นไม่ใช่การแคร์มากขึ้น แต่คือการแคร์ให้น้อยลง แคร์เฉพาะสิ่งที่...
ตัวอย่างหนังสือ ชีวิตติดปีกด้วย ศิลปะแห่งการช่างแม่ง
Prochain SlideShare
Chargement dans…5
×

ตัวอย่างหนังสือ ชีวิตติดปีกด้วย ศิลปะแห่งการช่างแม่ง

2 842 vues

Publié le

ชื่อหนังสือ : ชีวิตติดปีกด้วย ศิลปะแห่งการช่างแม่ง
ชื่อหนังสือต้นฉบับ : The Subtle Art of Not Giving A F*ck
ผู้เขียน : Mark Manson
สำนักพิมพ์ : บิงโก Bingo
จำนวนหน้า : 242 หน้า ปกอ่อน
ราคา : 220 บาท

Publié dans : Développement personnel
  • Soyez le premier à commenter

ตัวอย่างหนังสือ ชีวิตติดปีกด้วย ศิลปะแห่งการช่างแม่ง

  1. 1. ชีวิตติดปีก ด้วยศิลปะ แห่งการ "ช่างแม่ง" The Subtle Art of Not Giving A F*ck มองโลกในมุมกลับ เพื่อให้ชีวิตของคุณดีขึ้น Mark Manson
  2. 2. ชีวิตติดปีก ด้วยศิลปะแห่งการ "ช่างแม่ง" The Subtle Art of Not Giving A F*ck Original English language copyright © 2016 Mark Manson ThiseditionpublishedbyarrangementwithHarperOne,animprintofHarperCollinsPublishers Thai language translation copyright © 2018 by Superposition Co., Ltd. All rights reserved. เลขมาตรฐานสากลประจ�าหนังสือ ISBN 978-616-8109-06-9 ผู้เขียน Mark Manson ผู้แปล ยอดเถา ยอดยิ่ง กองบรรณาธิการ จิรวรรณ วงค�าเสา, ธีร์ มีนสุข, ปิยะพงษ์ ศิริสุทธานันท์ ออกแบบปกและรูปเล่ม Bookcreation ราคา 220 บาท จัดพิมพ์โดย ส�านักพิมพ์บิงโก ภายในเครือ บริษัท ซุปเปอร์โพซิชั่น จ�ากัด (Superposition Co., Ltd.) 18 ซอยดุลิยา ถนนกาญจนาภิเษก แขวงบางระมาด เขตตลิ่งชัน กทม. 10170 อีเมล superposition.books@gmail.com โทรศัพท์ 094-810-7272 เว็บไซต์ www.bingobook.co เฟซบุ๊ก www.facebook.com/bingobooks จัดจ�าหน่ายโดย บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จ�ากัด (มหาชน) SE-EDUCATION Public Company Limited เลขที่ 1858/87-90 ถนนบางนา-ตราด แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพฯ 10260 โทรศัพท์ 02-826-8222, 02-826-8000 โทรสาร 02-826-8356-9 เว็บไซต์ www.se-ed.com พิมพ์ที่ โรงพิมพ์ธนาเพรส โทรศัพท์ 02-530-4114 หากต้องการสั่งซื้อเป็นจ�านวนมาก กรุณาติดต่อรับส่วนลดได้ที่ บริษัท ซุปเปอร์โพซิชั่น จ�ากัด อีเมล์ superposition.books@gmail.com
  3. 3. สารบัญ บทที่ 1: อย่าพยายาม 1 วังวนอุบาทว์จากนรก 6 ศิลปะแห่งการช่างแม่ง 15 อ้าว มาร์ก แล้วเอ็งจะเขียนหนังสือเล่มนี้ท�าไมกันเล่า? 22 บทที่ 2: ความสุขคือปัญหา 25 การผจญภัยสุดเพี้ยนของแพนด้าไม่โกหก 29 ความสุขเกิดจากการแก้ปัญหา 34 อารมณ์ถูกให้ความส�าคัญมากเกินไป 37 เลือกความยากล�าบากที่คุณพร้อมเผชิญ 40 บทที่ 3: คุณไม่ได้พิเศษกว่าคนอื่น 47 ทุกอย่างย่อมพังทลายลงมา 54 ระบอบทรราชย์ของผู้ที่คิดว่าตัวเองพิเศษ 65 ถ้าฉันไม่มีวันเป็นคนพิเศษ แล้วจะพยายามไปท�าไมกัน 68
  4. 4. บทที่ 4: คุณค่าของความทุกข์ 73 หัวหอมแห่งการเข้าใจตัวเอง 81 ปัญหาของร็อคสตาร์ 88 ค่านิยมห่วยๆ 94 ค่านิยมที่ดีและค่านิยมที่เลว 99 บทที่ 5: คุณก�าลังเลือกเสมอ 105 ทางเลือก 106 เหตุผลวิบัติเกี่ยวกับความรับผิดชอบ/ความผิด 110 การรับมือกับเรื่องเศร้า 117 กรรมพันธุ์และไพ่ในมือเรา 121 เป็นผู้รับเคราะห์สิถึงจะกิ๊บเก๋ 126 ไม่มีค�าว่า “ยังไง” 129 บทที่ 6: คุณผิดหมดทุกเรื่องนั่นแหละ (ผมก็ด้วยเหมือนกัน) 131 เราคือผู้ออกแบบความเชื่อของเราเอง 137 ระวังในสิ่งที่คุณเชื่อ 140 อันตรายของความแน่ใจ 147 กฎการหลีกเลี่ยงของแมนสัน 154 จงฆ่าตัวตนของคุณซะ 158 คุณจะแน่ใจกับอะไรต่างๆ ให้น้อยลงอีกนิดได้อย่างไร 160
  5. 5. บทที่ 7: ความล้มเหลวคือการก้าวไปข้างหน้า 167 ความส�าเร็จอยู่ที่ใจ 169 ความเจ็บปวดเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ 173 หลักการ “ท�าอะไรสักอย่าง” 180 บทที่ 8: ความส�าคัญของค�าว่าไม่ 185 การปฏิเสธท�าให้ชีวิตดีขึ้น 191 ขอบเขต 193 วิธีสร้างความเชื่อใจ 203 อิสระผ่านทางการผูกมัด 208 บทที่ 9: ...แล้วคุณก็ตาย 213 บางอย่างที่ยิ่งใหญ่เหนือตัวเรา 218 ด้านสว่างของความตาย 224
  6. 6. 1 ชีวิตติดปีก ด้วยศิลปะแห่งการ "ช่างแม่ง" อย่าพยายาม บทที่ 1 อย่าพยายาม าลส์ บูเคาว์สกี เป็นทั้งคนติดเหล้า เจ้าชู้ ผีพนัน หยาบคาย งก ไร้ อนาคต และในวันที่ชีวิตพังทลายลงมา เขาได้กลายเป็นกวี ถ้าคุณ อยากขอค�าแนะน�าเกี่ยวกับการใช้ชีวิตจากใครสักคน ชายคนนี้น่าจะเป็น คนสุดท้ายบนโลกที่คุณนึกถึง และเป็นชื่อที่คุณคงไม่คิดว่าจะปรากฏอยู่ บนหนังสือพัฒนาตัวเอง แต่นั่นคือเหตุผลที่ท�าให้ชายคนนี้เหมาะที่สุดที่จะเป็นจุดเริ่มต้น ของเรา ชาลส์ใฝ่ฝันอยากจะเป็นนักเขียน แต่ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา งานเขียนของเขาถูกปฏิเสธจากนิตยสาร หนังสือพิมพ์ วารสาร และ ส�านักพิมพ์เกือบทุกแห่งที่เขาส่งผลงานไป ทุกคนบอกว่างานของเขาแย่ ห่าม ทุเรศ และไร้ศีลธรรม หลังจากจดหมายปฏิเสธกองพะเนิน เขาก็จม อยู่กับความล้มเหลวและตกลงสู่ภาวะซึมเศร้าที่ถูกเร่งเร้าด้วยแอลกอฮอล์ จนกลายเป็นฝันร้ายที่เกาะติดตัวเขาเกือบทั้งชีวิต ชาลส์มีงานประจ�าเป็นคนคัดแยกจดหมายเงินเดือนน้อยนิดของ เขาส่วนใหญ่จะหมดไปกับเหล้าไม่ก็สนามม้าแข่ง ในตอนกลางคืน ชาลส์ มักจะนั่งดื่มเหล้าคนเดียว บางครั้งเขาก็จะใช้เครื่องพิมพ์ดีดเก่าๆ พิมพ์ บทกวีขึ้นมา และบ่อยครั้งที่ชาลส์ตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองนอนอยู่กลางห้อง หลังจากที่เมาสลบไปเมื่อคืนก่อนหน้า ช
  7. 7. 2 ชีวิตติดปีก ด้วยศิลปะแห่งการ "ช่างแม่ง" อย่าพยายาม 30 ปีผ่านไป ในความทรงจ�าของชาลส์เต็มไปด้วยแอลกอฮอล์ ยาเสพติด การพนัน และโสเภณี แต่เมื่อชาลส์อายุได้ 50 ปี หลังจากที่ ผ่านความล้มเหลวและได้แต่เกลียดชังตัวเองมาทั้งชีวิต บรรณาธิการของ ส�านักพิมพ์อิสระเล็กๆ แห่งหนึ่งก็เกิดสนใจในตัวเขาขึ้นมา ถึงแม้ว่า บรรณาธิการคนนี้จะจ่ายค่าจ้างให้กับชาลส์ได้ไม่เยอะและไม่แน่ใจว่าจะ ขายงานของชาลส์ได้แต่เขาก็รู้สึกหลงใหลอย่างประหลาดในตัวชายขี้เมา อย่างชาลส์ เขาจึงตัดสินใจที่จะลองเสี่ยงกับขี้เมาคนนี้ดูสักตั้ง นี่ถือเป็นโอกาสจริงจังครั้งแรกที่ชาลส์เคยได้รับ และอาจเป็น โอกาสเพียงครั้งเดียว ชาลส์เขียนจดหมายตอบกลับถึงบรรณาธิการคนนี้ ว่า “ผมมีแค่สองทางเลือก หนึ่ง ท�างานกับไปรษณีย์ต่อ แล้วรอวันที่ตัวเอง จะกลายเป็นบ้า... หรือสอง ออกมาจากที่นั่นซะ แล้วอดตายกับอาชีพ นักเขียน ผมขอเลือกอดตายก็แล้วกัน” หลังจากเซ็นสัญญาเรียบร้อย ชาลส์เขียนนิยายเรื่องแรกของ ตัวเองเสร็จใน 3 สัปดาห์ นิยายเรื่องนี้มีชื่อง่ายๆ ว่า ที่ท�ำกำรไปรษณีย์ ในหน้าค�าอุทิศของหนังสือ เขาเขียนไว้ว่า “ไม่อุทิศให้ใครเลย” ชาลส์ประสบความส�าเร็จกับการเป็นนักเขียนนิยายและกวีในที่สุด เขาตีพิมพ์นิยายถึง 6 เรื่องและบทกวีอีกนับร้อยๆ ชิ้น หนังสือของเขามี ยอดขายรวมมากกว่า 2 ล้านเล่ม งานของชาลส์ได้รับความนิยมอย่าง เหนือความคาดหมาย แม้แต่ตัวเขาเองยังประหลาดใจ เรื่องราวชีวิตอย่างของชาลส์คือตัวแทนความฝันอเมริกัน ชาย คนหนึ่งต่อสู้เพื่อสิ่งที่ต้องการอย่างไม่ลดละ และในที่สุดก็ไปถึงตามความ ฝันสูงสุดของตนจริงๆแล้วก็เหมือนกับที่เราเห็นในภาพยนตร์หลายๆเรื่อง และสิ่งที่เราพูดออกมาก็คือ “เห็นมั้ย? เขาไม่เคยยอมแพ้ เขาไม่เคยหยุด
  8. 8. 3 ชีวิตติดปีก ด้วยศิลปะแห่งการ "ช่างแม่ง" อย่าพยายาม พยายาม เขาเชื่อมั่นในตัวเองมาตลอด เขายืนหยัดต่อสู้กับอุปสรรคต่างๆ และประสบความส�าเร็จในที่สุด!” แต่มันก็แปลกอยู่ เพราะค�าจารึกบนป้ายหลุมศพที่ชาลส์เลือกให้ กับตัวเองคือ “อย่าพยายาม” ไม่ว่าจะขายหนังสือได้มากขนาดไหนและมีชื่อเสียงมากเท่าไหร่ แต่ชาลส์ก็เป็นแค่ไอ้ขี้แพ้คนหนึ่งเท่านั้น และตัวเขาเองก็รู้ดี เขาเลือกที่จะ ยอมรับมันและเขียนถึงมันแบบไม่แต่งแต้มใดๆเขาไม่เคยพยายามจะเป็น มากกว่าที่เขาเป็นความอัจฉริยะในผลงานของชาลส์นั้นไม่ใช่การเอาชนะ อุปสรรคได้อย่างเหลือเชื่อ ไม่ใช่การพัฒนาตัวเองจนกลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่ ในวงการวรรณกรรม แต่ตรงกันข้าม เขาซื่อสัตย์ต่อตัวเองอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับส่วนที่แย่ที่สุดของตัวเขาเองและเขาสามารถแบ่งปัน เรื่องราวความล้มเหลวของเขาให้คนอื่นรับรู้ได้อย่างไม่ลังเล ความส�าเร็จที่แท้จริงของชาลส์ก็คือเขายอมรับความล้มเหลวของ ตัวเองชาลส์มองความส�าเร็จแล้วบอกว่าช่างแม่งแม้จะประสบความส�าเร็จ แล้ว แต่เขาก็ยังคงไปร่วมกลุ่มอ่านบทกวี และยังพูดจาดูถูกและด่ากลุ่ม ผู้ฟังอยู่เรื่อยๆ เขายังคงโชว์ของลับในที่สาธารณะและพยายามนอนกับ ผู้หญิงทุกคนที่เจอชื่อเสียงและความส�าเร็จไม่ได้ท�าให้ชาลส์เป็นคนที่ดีขึ้น และการเป็นคนที่ดีขึ้นก็ไม่ใช่สิ่งที่ท�าให้เขามีชื่อเสียงและความส�าเร็จเช่นกัน การพัฒนาตัวเองและความส�าเร็จมักจะมาคู่กัน แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าทั้งสองอย่างนั้นคือสิ่งเดียวกัน
  9. 9. 4 ชีวิตติดปีก ด้วยศิลปะแห่งการ "ช่างแม่ง" อย่าพยายาม วัฒนธรรมของเราทุกวันนี้หมกมุ่นอยู่กับความโลกสวยจงมีความ สุขมากขึ้น จงมีสุขภาพดีขึ้น จงเป็นที่หนึ่ง จงเก่งกว่าคนอื่น จงฉลาดขึ้น เร็วขึ้นรวยขึ้นเซ็กซี่ขึ้นมีชื่อเสียงมากขึ้นท�างานเก่งขึ้นมีคนอิจฉามากขึ้น เป็นที่รักของทุกคนมากขึ้น จงเป็นคนที่เพอร์เฟกต์และเจ๋งเป้ง จงขี้ออกมา เป็นทอง12กะรัตทุกเช้าจงหอมแก้มบ๊ายบายเมียที่ก�าลังท้องแล้วถ่ายรูป เซลฟี่น่ารักๆกับลูกอีกสองคนก่อนออกจากบ้านเสร็จแล้วขึ้นเฮลิคอปเตอร์ บินไปท�างานในฝันอย่างมีความสุขงานที่ช่างมีความหมายแบบสุดๆแล้ว กลายเป็นผู้กอบกู้โลกสักวันหนึ่ง แต่ถ้าคุณลองหยุดฝันแล้วหันกลับมาคิดดูให้ดี ค�าแนะน�าการใช้ ชีวิตที่เราเห็นๆ กันทั่วไป พวกวิธีคิดบวก วิธีมีความสุขทั้งหลายแหล่ที่เรา ได้ยินได้เห็นกันทุกวัน จริงๆ แล้วค�าพูดพวกนี้ก�าลังท�าให้คุณยึดติดกับสิ่ง ที่คุณขำด วิธีคิดพวกนี้พุ่งเป้าไปที่ควำมล้มเหลวและสิ่งที่คุณคิดว่ำตัวเอง ก�ำลังขำด แล้วเน้นย�้าสิ่งเหล่านี้ให้ชัดเจนขึ้นไปอีกขั้น คุณศึกษาวิธีที่ดีที่สุดในการหาเงิน เพรำะคุณรู้สึกว่าตอนนี้คุณมี เงินน้อยไป คุณยืนหน้ากระจก แล้วบอกกับตัวเองซ�้าๆ ว่าคุณสวย นั่นก็ เพรำะคุณรู้สึกว่าตอนนี้คุณไม่สวย คุณท�าตามค�าแนะน�าส�าหรับการหาคู่ และการคบใครสักคน ก็เพรำะคุณรู้สึกว่าตอนนี้ไม่มีใครรักคุณ คุณลอง ฝึกฝนตัวเองให้จินตนาการถึงความส�าเร็จ เพรำะคุณรู้สึกว่าตอนนี้คุณยัง ไม่ประสบความส�าเร็จ แต่ในความเป็นจริงแล้วการยึดติดกับความคิดแง่บวกการคิดถึง สิ่งที่ดีกว่าหรือสิ่งที่เหนือกว่ายิ่งเป็นการตอกย�้าซ�้าสิ่งที่เราไม่ได้เป็น สิ่งที่ เราขาด และสิ่งที่เราน่าจะท�าได้แต่ล้มเหลว คนที่มีความสุขอย่างแท้จริง
  10. 10. 5 ชีวิตติดปีก ด้วยศิลปะแห่งการ "ช่างแม่ง" อย่าพยายาม ไม่มีทางมายืนหน้ากระจกแล้วพูดซ�้าๆ กับตัวเองว่าฉันมีความสุขหรอก เพราะเขาเป็นสุขอยู่แล้ว ชาวเท็กซัสมีส�านวนที่ว่า“หมายิ่งตัวเล็กยิ่งเห่าดัง”ผู้ชายที่มั่นใจ อยู่แล้วไม่เห็นจะต้องพิสูจน์ให้คนอื่นเห็นว่ามั่นใจ ผู้หญิงที่รวยอยู่แล้ว ไม่เห็นจะต้องคอยบอกคนอื่นว่าเธอรวย มันอยู่ที่ว่าคุณเป็นแบบนั้นหรือ ไม่ได้เป็นแบบนั้นก็เท่านั้น และถ้าคุณฝันอยากจะเป็นอะไรสักอย่างอยู่ ตลอดเวลาก็เท่ากับว่าคุณยิ่งก�าลังตอกย�้าซ�้าไปซ�้ามาภายใต้จิตส�านึกของ ตัวเองว่าคุณไม่ได้เป็นสิ่งนั้น คนรอบตัวคุณทุกคนและโฆษณาทีวีทุกชิ้นต้องการให้คุณเชื่อว่า ชีวิตที่ดีหมายถึงงานที่ดีกว่า หรือรถที่หรูกว่า หรือแฟนที่สวยกว่า หรือการ นอนแช่อ่างน�้าร้อนพร้อมทั้งมีสระน�้าเป่าลมส�าหรับลูกๆตั้งไว้ข้างๆทั้งโลก ก�าลังตะโกนบอกคุณตลอดเวลาว่าการมีชีวิตที่ดีขึ้นหมายถึงการมีมากขึ้น มากขึ้น และมากขึ้น ไม่ว่าจะซื้อมากขึ้น มีของมากขึ้น หาเงินได้มากขึ้น มี เซ็กส์มากขึ้น หรือเป็นให้มากขึ้นกว่าเดิม คุณก�าลังโดนถล่มด้วยค�าพูดที่ คอยบอกให้คุณแคร์กับทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวตลอดเวลา แคร์ว่าต้องมีทีวี ใหม่ แคร์ว่าต้องซื้อของตกแต่งชิ้นใหม่ส�าหรับสวนหลังบ้าน แคร์ว่าต้องมี ไม้เซลฟี่เจ๋งๆ ท�าไมน่ะเหรอ? ถ้าให้ผมเดา ก็คงเพราะการที่คนเราแคร์กับอะไร ต่างๆ มากขึ้น มันดีส�าหรับธุรกิจไงล่ะ การสร้างธุรกิจที่ดีไม่ใช่เรื่องผิด แต่ปัญหาก็คือ การแคร์กับอะไร ต่างๆ มากเกินไป มันแย่ต่อสุขภาพจิตของคุณ มันท�าให้คุณยึดติดกับ ค่านิยมผิวเผินและจอมปลอม มันท�าให้ชีวิตของคุณต้องหมดไปกับการ ตามหาภาพลวงตาของความสุขและความพึงพอใจกุญแจที่จะน�าไปสู่ชีวิต
  11. 11. 6 ชีวิตติดปีก ด้วยศิลปะแห่งการ "ช่างแม่ง" อย่าพยายาม ที่ดีนั้นไม่ใช่การแคร์มากขึ้น แต่คือการแคร์ให้น้อยลง แคร์เฉพาะสิ่งที่จริง แท้ สิ่งที่เป็นปัจจุบัน และสิ่งที่ส�าคัญเท่านั้น วังวนอุบาทว์จากนรก สมองของคุณมีความแปลกประหลาดซ่อนอยู่ ซึ่งถ้าคุณปล่อยให้มันโผล่ ออกมา มันจะท�าให้คุณกลายเป็นบ้าได้ ลองบอกผมหน่อยว่าเรื่องราว ต่อไปนี้ฟังดูคุ้นๆ หรือเปล่า คุณกังวลกับการออกไปเจอใครสักคนหนึ่งความกังวลนี้ท�าให้คุณ ท�าตัวไม่ถูก คุณเริ่มสงสัยว่าท�าไมคุณถึงกังวลมากขนาดนี้ แล้วทีนี้คุณก็ ก�าลังกังวลกับควำมกังวลตายล่ะ!นี่มันกังวลสองชั้น!มันยิ่งท�าให้คุณกังวล มำกขึ้น แย่ล่ะ สงสัยต้องดื่มเหล้าย้อมใจหน่อยแล้วมั้ง หรือสมมติว่าตอนนี้คุณก�าลังมีปัญหาในการควบคุมอารมณ์คุณ โมโหกับเรื่องงี่เง่าไร้เหตุผล แต่คุณไม่รู้ว่าท�าไม พอคุณนึกถึงการที่ตัวเอง โมโหง่าย คุณก็เริ่มโมโหมากขึ้นไปอีก ขณะที่คุณก�าลังโมโหกับเรื่อง เล็กน้อยนี้ คุณก็รู้สึกตัวว่าการที่รู้สึกโมโหตลอดเวลาท�าให้คุณกลายเป็น คนโมโหร้าย ซึ่งคุณเกลียดตัวเองแบบนี้ที่สุด คุณเกลียดตัวเองจนกระทั่ง คุณรู้สึกโมโหตัวเอง เลยกลายเป็นว่าคุณก�าลังโมโหตัวเองที่ก�าลังโมโห เกี่ยวกับการโมโห ชกก�าแพงสักหมัดแก้เครียดแล้วกัน หรือไม่แน่ คุณอาจจะห่วงกับการท�าตัวให้ถูกต้องตลอดเวลา จน คุณห่วงว่าท�าไมตัวเองถึงได้ห่วงเรื่องนี้มากขนาดนี้หรือคุณอาจจะรู้สึกผิด ทุกครั้งที่ท�าอะไรผิดจนคุณรู้สึกผิดกับการที่คุณรู้สึกผิดหรือคุณอาจจะรู้สึก เศร้าและเหงาอยู่บ่อยๆ จนคุณรู้สึกเศร้าและเหงามากขึ้นไปอีก

×