Ce diaporama a bien été signalé.
Nous utilisons votre profil LinkedIn et vos données d’activité pour vous proposer des publicités personnalisées et pertinentes. Vous pouvez changer vos préférences de publicités à tout moment.

1 การพัฒนาที่ยั่งยืน

Presentation to 4th year students, Faculty of Dental Medicine, Rangsit university
Lecture on 19 August 2014

  • Soyez le premier à commenter

1 การพัฒนาที่ยั่งยืน

  1. 1. ในระบบแค่ส่วนหนึ่ง แต่ส่วนใหญ่ชีวิตคน อยู่กับการศึกษานอกระบบหรือการเรียนรู้จากสังคมตามความต้องการของ ตนเอง หรือเรียนรู้จากสภาพแวดล้อม ทั้งการสื่อสารมวลชนและจากคนรอบข้าง เมื่อคุณธรรมค่อยๆ จางหายไปจาก สังคมไทย อบาย(มาร) ต่างๆ ค่อยเข้ามาทดแทน เป็นเงามืดบดบังความมีสติปัญญา และทิศทางการเรียนรู้ (สัมมาทิฏฐิ) หากนาเอาเกณฑ์หลักธรรม ในมรรค 8 มาเทียบ ถือได้ว่า คน มีคุณภาพลดลง แต่ถ้าหาก เอาเทคโนโลยี มาเป็นเกณฑ์ จะเห็นได้ชัดว่า คนพัฒนาสูงขึ้น ดังนั้นการมองในภาพรวมในความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์แล้ว สอดคล้อง กับคากล่าวของ ท่าน พุทธทาสภิกขุ ว่า "การศึกษาหมาหางด้วน..." หมายความว่า การศึกษาที่ขาดคุณธรรม แม้มี 2 รัฐบาล ที่ผ่านมาจะกาหนดปรัชญาว่า "ความรู้ คู่คุณธรรม" และ "คุณธรรม นาความรู้" ก็ตาม แต่ในเชิงปฏิบัติ คุณธรรมในแต่ละศาสนารวมทั้งบุคลากรทางศาสนาก็อยู่ส่วนศาสนา การศึกษาก็อยู่ส่วนการศึกษา เป็นการศึกษาที่แยก ส่วนจากหลักธรรม จึงไม่แปลกเลยที่ผู้มีหน้าที่นาทางวิญญาณ จะเบี่ยงเบนหน้าที่ไปเอากะพี้ธรรมที่ไม่ใช่หลักธรรม มา ปลุกระดม โฆษณา อย่างเป็นธุรกิจ เช่นเดียวกับวงการศึกษา ที่เน้นการประชาสัมพันธ์ การเข้าเรียน ที่ไม่มีการประกัน คุณภาพเมื่อจบออกมา การศึกษาไทยอิงอยู่กับรัฐ และนโยบายของนักการเมือง การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างและ นโยบายมีอย่างต่อเนื่อง ขาดการเชื่อมต่อ ระหว่างรัฐบาลและรัฐมนตรี จะเห็นได้จากข้อมูลการเปลี่ยนรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการค่อนข้างบ่อยที่สุดในรัฐบาลไทย อาจเป็นสาเหตุประการหนึ่งที่ความต่อเนื่องในการจัดการศึกษาไม่ สอดคล้องกับความเป็นจริงของสังคม เป็นไปเพื่อความหวือหวา ชั่วครั้งชั่วคราว แต่ความเป็นจริง การศึกษา เป็นการ เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ในชีวิตคนๆ หนึ่ง ตั้งแต่แรกเกิดจน กระทั่งตาย ซึ่งอิงการศึกษาในระบบเฉพาะเพื่อมีใบรับรอง คุณวุฒิ หากว่าใบรับรองคุณวุฒิดังกล่าวขาดซึ่งคุณภาพแล้ว จะเอาอะไรเป็นหลักประกันได้ว่า การศึกษามีคุณภาพ ...
  2. 2. Sustainable Development and Public Health Management Watcharin Chongkonsatit M.B.A., M.Ed. Certificate in Health Management
  3. 3. พัฒนาการของสังคมไทย ยุคก่อนการปฏิรูป สุโขทัย-รัชกาลที่ 4 1826-2426 ยุคปฏิรูป รัชกาลที่ 5 - รัชกาลที่ 9 2426-2536 ยุคปฏิรูป รัชกาลที่ 9 - ปัจจุบัน 2536-ปัจจุบัน อนาคต ยุคเกษตรกรรม Agricultural era ยุคอุตสาหกรรม Industrial era ยุคข้อมูลสารสนเทศ Information era อิทธิพลของจีนและอินเดีย อิทธิพลของอังกฤษและฝรั่งเศส อิทธิพลของสหรัฐอเมริกาและรัสเซีย อิทธิพลของสหรัฐอเมริกา/สหภาพยุโรป อิทธิพลของเอเซีย ? ยุคล่าอาณานิคม สงครามโลกครั้งที่ 1 สงครามโลกครั้งที่ 2 สงครามเย็น Globalization MulticulturalAge of exploration เส้นทางสายไหม การปฏิวัติอุตสาหกรรม Post-agricultural Post-industrialization Post-information New economic BRICK ASEAN ?
  4. 4. ยุคเกษตรกรรม ผลิต สินค้าเกษตร ข้าว พืชไร่ พืชสวน เลี้ยงสัตว์ การทอผ้า ลักษณะการผลิต เป็นการผลิตเพื่อการบริโภคในครัวเรือน ถ้าเหลือก็นาไปแลกเปลี่ยน วิธีการ ใช้แรงงานของคน/สัตว์ และมีการขนถ่ายสินค้าโดยใช้เรือ เกวียน การสื่อสาร นกพิราบ คนส่งข่าวสาร สัญญาณไฟ/ควัน ระบบการค้าขาย แลกเปลี่ยนระหว่างสินค้าต่อสินค้า ศูนย์กลาง/ที่พัก วัด หมู่บ้าน ชุมชน ลักษณะของคน ไม่เร่งรีบ ไม่เคร่งครัด มีการช่วยเหลือร่วมมือ มีการพึ่งพาอาศัยกัน ประนีประนอม มีคนกลางในการต่อรอง ไม่เน้นเรื่องผลประโยชน์ ปรับปรุงจาก ไพฑูรย์ สินลารัตน์, 2554
  5. 5. ยุคอุตสาหกรรม ผลิต สินค้าอุปโภค บริโภค สินค้าอุตสาหกรรมจากโรงงานของอังกฤษ และฝรั่งเศษ ลักษณะการผลิต การปลูกสินค้าเกษตรกรรมเพื่อการค้าขาย ผลผลิตดีๆ ที่มีคุณภาพใช้ในการส่งออกเพื่อค้าขาย ผลิตเพื่อการพาณิชย์ มุ่งให้เกิดกาไร สูงสุด วิธีการ เครื่องจักรกล เรือกลไฟ รถไฟ เครื่องจักรไอน้า การสื่อสาร โทรเลข ไปรษณีย์ ระบบการค้าขาย ระบบเงินตรา ธนบัตร มีร้านค้าขายของชาวตะวันตก มีธนาคารแห่งแรก คือ แบงก์สยามกัมมาจล ศูนย์กลาง/ที่พัก ตลาด มีโรงแรมแห่งแรกเกิดขึ้น ลักษณะของคน เร่งรีบ มีความเคร่งครัดเรื่องเวลา?? ต่างคนต่างอยู่ สังคมเป็นเรื่องของการต่อรองเพื่อผลประโยชน์ ปรับปรุงจาก ไพฑูรย์ สินลารัตน์, 2554
  6. 6. ยุคข้อมูลข่าวสาร (โลกาภิวัตน์) ผลิต สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ สินค้าบริการ Throw-away industry ลักษณะการผลิต มุ่งให้เกิดกาไรสูงสุด วิธีการ ผลิตด้วยคอมพิวเตอร์ควบคุม ขนส่งด้วยเครื่องบิน การสื่อสาร E-mail โทรศัพท์ไร้สาย เครือข่ายสังคม (Social network) ระบบการค้าขาย E-commerce ศูนย์กลาง/ที่พัก ห้างสรรพสินค้า โลกดิจิตอล ลักษณะของคน ต่างคนต่างอยู่ ปรับปรุงจาก ไพฑูรย์ สินลารัตน์, 2554
  7. 7. The keys trends to shape your future • The age of instant communications • A world without economic borders • 4 steps to one world economy • The new service society • From big to small • The new age of leisure • The changing shape of work • Women in leadership • The decade of brain • Cultural nationalism • The growing underclass • The active aging of the population • The new do-it-yourself boom • Cooperative enterprise Gordon Dryden, 1997
  8. 8. Trends in 2008 • Trend 1: Fueling the future • Trend 2: The innovation economy • Trend 3: The next workforce • Trend 4: Longevity medicine • Trend 5: Weird science • Trend 6: Securing the future • Trend 7: The future globalization-Cultures in collision • Trend 8: The future of climate change • Trend 9: The future of individualization • Trend 10:The future of American and China James Canton, 2006
  9. 9. V-U-C-A world Volatility (ความผันผวน) Uncertainty (ความไม่แน่นอน) Complexity (ความซับซ้อน) Ambiguity (ความคลุมเครือ)
  10. 10. ทัศนะทางการเมือง เน้นทางด้านสังคม  กษัตริยนิยม (Royalism/Monachism)  เสรีนิยม (Liberalism)  อนุรักษ์นิยม (Conservatism)  เผด็จการฟาสซิสต์ (Facism) เน้นทางด้านเศรษฐกิจ  ทุนนิยม (Capitalism)  สังคมนิยม (Communism)  ลัทธิเลนิน  ลัทธิสตาลิน  ลัทธิเหมา
  11. 11. เสือทั้ง 4 ของเอเซีย NICs สิงคโปร์ มาเลเซีย เกาหลีใต้ ไต้หวัน
  12. 12. การพัฒนาจากเศรษฐกิจเป็ นฐาน เพื่อการแก้ปัญหา ทศวรรษแห่งการพัฒนา ระยะที่ 1 (พ.ศ. 2503 - 2513) วิกฤติการพัฒนา •ทรัพยากรธรรมชาติร่องหรอลง •ของเสีย สารพิษ และมลภาวะ เพิ่มขึ้น •ประชากรก่อปัญหาอย่างต่อเนื่อง ความไม่รู้ ความ ยากจน ความ เจ็บป่วย
  13. 13. Sustainable development Sustainable development is development which meets the needs of the present generation without compromising the ability of future generations to meets their own needs. แนวคิดที่ 1 ความต้องการของมนุษย์ แนวคิดที่ 2 ขีดจากัดของสิ่งแวดล้อม แนวคิดที่ 3 ความยุติธรรมในสังคม Intergenerational equity Intragenerational equity
  14. 14. เศรษฐศาสตร์ของความพอดี The economics of enough เศรษฐศาสตร์แบบยิ่งมากยิ่งดี The economics of more and more “โลกเรานี้มีทรัพยากรเพียงพอสาหรับตอบสนองความต้องการของมนุษย์ แต่มีไม่ เพียงพอสาหรับความโลภของมนุษย์” มหาตมะ คานธี
  15. 15. Shift of social development Government sector Public sector Policy Law and regulation Empathy Participation Achievemen t People centered developmentNon- governme nt organizati on Business organizati onPeople organizati on People participati on
  16. 16. ทุนทาง กายภาพ (Physica l capital) ทุนมนุษย์ (Human capital) ทุนทาง ธรรมชาติ (Natural capital) ทุนทาง สังคม (Social capital) การพัฒนาที่ยั่งยืน Sustainable development การอยู่ดีมีสุขของสังคม คุณภาพสิ่งแวดล้อม การพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืน การเติบโตที่ยั่งยืน (Sustainable growth) ความมีชีวิตชีวา (Vitality) ประสิทธิภาพ (Efficiency) ความเป็นธรรม (Equity) การแข่งขันและการร่วมมือ (Competition/Cooperati on)
  17. 17. หลักการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน • การฟื้นฟูความเจริญเติบโต • การเปลี่ยนแปลงคุณภาพของการเจริญเติบโต • การบูรณาการเรื่องของสิ่งแวดล้อมสู่การตัดสินใจ • การรักษาระดับจานวนประชากร • การกาหนดทิศทางใหม่ของเทคโนโลยี และการบริหารความเสี่ยง • การอนุรักษ์และการขยายฐานทรัพยากร • การปฎิรูปความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศ • การสร้างความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างประเทศ Brundtland Commission, WCED
  18. 18. การพัฒนาที่ยั่งยืนในบริบทไทย การบริหารจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน การพัฒนาเศรษฐกิจ อย่างยั่งยืน การพัฒนาสังคม อย่างยั่งยืน BearableEquitable Viable ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง วัฒนธรรมไทย สภาพสังคมไทยค่านิยมไทย
  19. 19. การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน การเติบโตอย่างมีคุณภาพ การเติบโตอย่างมี เสถียรภาพ การเติบโตอย่างมี ดุลยภาพ ด้านมหภาค มีเสถียรภาพด้านการเงินและการคลังทาให้เอื้อต่อการลงทุน และการดาเนินธุรกิจ อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถแข่งขันได้ ด้านจุลภาค มีการเลือกผลิตอย่างชาญฉลาด ให้ความสาคัญกับการพัฒนาอุตสาหกรรมและการ บริการ โดยมีเป้ าหมายที่ศักยภาพในการผลิตภายในที่สอดคล้องกับความต้องการ เสถียรภาพภายใน ได้แก่ อัตราเงินเฟ้ อต่า ไม่ผันผวน หนี้สาธารณะอยู่ในฐานะที่จัดการได้ เสถียรภาพด้านต่างประเทศ ได้แก่ ทุนสารองเงินตราระหว่างประเทศอยู่ในระดับพอเพียง มูลค่านาเข้ารายเดือน ทาให้อัตราการแลกเปลี่ยนมีเสถียรภาพ มีปัจจัยการผลิตที่ไม่ทาลายสิ่งแวดล้อม
  20. 20. การพัฒนาสังคมที่ยั่งยืน การพัฒนาคนและสิ่งแวดล้อมให้เชื่อมโยงกับการพัฒนาเศรษฐกิจ ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล การพัฒนาคนให้มีผลิตภาพ (Productivity) สูงขึ้น สามารถปรับตัวรู้เท่าทันการ เปลี่ยนแปลงที่จะนาไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของ ประเทศอย่างยั่งยืน มีจิตสานึก พฤติกรรม และวิถีชีวิตที่ไม่ทาลายทรัพยากรธรรมชาติ และ สิ่งแวดล้อม การพัฒนาให้มีคุณภาพชีวิต (Quality of life) ที่ดีสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคง มี ระบบการจัดการทางสังคมที่เสริมสร้างการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนของสังคมในการพัฒนา มี การนาทุนทางสังคมและทุนทางธรรมชาติมาประยุกต์ใช้อย่างเหมาะสม
  21. 21. ยุทธศาสตร์สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน • พลวัตแห่งความสมดุล • ความตระหนักและความเข้าใจของมหาชน • วิถีการดาเนินชีวิต • หลักจริยธรรมและวัฒนธรรมที่จาเป็น • ยุทธศาสตร์การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน • ยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน • ยุทธศาสตร์การพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน • ดัชนีวัดการพัฒนาที่ยั่งยืน
  22. 22. พลวัตแห่งความสมดุล สิ่งแวดล้อมธรรมชาติ ความต้องการในการพัฒนาของ มนุษย์ เพิ่มขีดความสามารถในการรองรับของ ธรรมชาติ ลดความต้องการการใช้ ทรัพยากรธรรมชาติ ปี 2000 ประชากร 6,000 ล้านคน ปี 2030 ประชากร 9,000 ล้านคน การพัฒนาที่ยั่งยืน Supply Demand
  23. 23. ความเข้าใจและความตระหนักของมหาชน ประเด็นท้องถิ่น Local issues ประเด็นระดับโลก Global issues มหาชนผู้ที่ไม่ต้องการรับรู้ ผู้ที่ไม่เห็นด้วย มหาชนผู้ต้องการรับรู้ ผู้ที่เห็นด้วย เชื่อมโยง โน้มน้าว ในสังคมประชาธิปไตย การปฏิบัติที่ส่งผลต่อการพัฒนาที่ยั่งยืนขึ้นอยู่กับความตระหนัก ความเข้าใจ และการสนับสนุนของมหาชน
  24. 24. การแก้ปัญหาอิทธิพลของผู้เสียประโยชน์จาเป็นต้องใช้วิธีการเชิงประชาธิปไตย (Democratic means) การแก้ปัญหาความสลับซับซ้อนของข้อความรู้ หรือข่าวสารเกี่ยวกับการพัฒนาที่ยั่งยืนจะต้อง เริ่มต้นด้วยการนาเสนอปัญหาซึ่งประชาชนรู้สึกและเข้าใจ ในระดับท้องถิ่น (Local issues) เพื่อเป็นพื้นฐานไปสู่ความเข้าใจในปัญหาซับซ้อนระดับชาติ (Country issues) และระดับโลก (Global issues) การแก้ปัญหากลยุทธ์การสื่อสารที่ไม่เหมาะสมควรนาเสนอปัญหาในลักษณะที่แสดงให้เห็นว่า สามารถจัดการแก้ไขได้ด้วยการปฏิบัติที่มีความรับผิดชอบ (Manageable through responsible conduct) โดยการนาเสนอทางออกในการแก้ปัญหาที่เป็นไปได้ (Realistic solution) และวิธีการปฏิบัติในการป้ องกัน (Means to take preventive action)
  25. 25. วิถีการดาเนินชีวิต ขึ้นอยู่กับ • ระดับการเปลี่ยนทัศนคติและพฤติกรรมของประชาชนทั้งใน บทบาทผู้ผลิตและผู้บริโภค • การรับผิดชอบร่วม • การปฏิบัติหน้าที่ในฐานะพลเมือง และพลโลกที่ดี ประสิทธิผลของการเสริมสร้างความตระหนักของมหาชน เกี่ยวกับการพัฒนาที่ยั่งยืน • เปลี่ยนรูปแบบการผลิตและการบริโภคของประชาชนรายบุคคล ด้วยวิธีการบริโภคที่แตกต่าง เช่น การใช้ผลิตภัณฑ์ที่คงทน (Longer life products) การใช้ผลิตสีเขียว (Green product) ซึ่งบริโภคพลังงานน้อยกว่า • ต้องมีการตัดสินใจร่วมเชิงนโยบายและการปฏิบัติที่เหมาะสมจาก องค์การภาครัฐและภาคเอกชน • พลเมืองในสังคมประชาธิปไตยสามารถแสดงบทบาทที่เข้มแข็งใน การตัดสินใจร่วมเพื่อกาหนดนโยบายสาธารณะ การพัฒนาระเบียบ กฏหมายภาษีและนโยบายการเงินของประเทศที่จะเสริมสร้างการ พัฒนาที่ยั่งยืนได้โดยการเลือกตั้งผู้แทนที่เข้าใจ เปลี่ยนวิถีการดาเนินชีวิตไปสู่วิถีชีวิตที่ยั่งยืน (Sustainable lifestyles)
  26. 26. หลักจริยธรรมและวัฒนธรรมที่จาเป็ น หลักจริยธรรมของเวลา (Ethic of timing) ที่จาเป็ นต้อง เริ่มลงมือปฏิบัติให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนก่อนที่จะไม่มีเวลา หรือก่อนที่จะสายเกินไป “Take action before reaching the point of no point of no return.” หลักจริยธรรมและวัฒนธรรมที่จาเป็ นสาหรับการพัฒนาที่ ยั่งยืน ได้แก่ • สิทธิและความรับผิดชอบของมนุษย์ • ความเป็นธรรมของคนรุ่นปัจจุบันและคนรุ่นหลัง • ความเป็นปึกแผ่น • ความยุติธรรม • ประชาธิปไตย • เสรีภาพในการแสดงออกและความใจกว้าง • ความทนทาน หรือความอดทน
  27. 27. ยุทธศาสตร์การพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน  ยุทธศาสตร์การพัฒนาศักยภาพคน มุ่งให้คนมีคุณภาพและรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงโดยการเสริมสร้าง กระบวนการเรียนรู้ เสริมสร้างศักยภาพสถาบันการศึกษา ปรับระบบการผลิตกาลังคนระดับกลางและ ระดับสูงให้มีความเชื่อมโยงกับเป้ าหมายของการพัฒนา  ยุทธศาสตร์พัฒนาระบบการคุ้มครองสังคม มุ่งป้ องกัน ช่วยเหลือ และพัฒนาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการ พัฒนาที่ไม่ยั่งยืน โดยการสร้างหลักประกันความมั่งคั่งในการดารงชีวิต เสริมสร้างระบบการคุ้มครองทาง สังคมอย่างต่อเนื่อง วางแผนจัดบริการและสวัสดิการให้สอดคล้องกับประชนชนแต่ละช่วงวัย  ยุทธศาสตร์การสร้างระบบการบริหารจัดการสังคมที่ดี มุ่งเสริมสร้างความเข้มเข็งขององค์กรภาคประชา สังคม ภาคธุรกิจ และภาคเอกชนให้มากขึ้น โดยการพัฒนาระบบธรรมาภิบาลในองค์กรทุกกลุ่มให้มีความ รับผิดชอบต่อสังคม มีกติกาในการทางานร่วมกันเพื่อลดความขัดแย้ง  ยุทธศาสตร์การเสริมสร้างและพัฒนาทุนทางสังคม มุ่งการใช้ทุนทางสังคมให้เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนา โดยการศึกษาวิเคราะห์และพัฒนาทุนทางสังคมให้เกิดมูลค่าเพิ่มอย่างต่อเนื่อง อันจะเป็นฐานในการพึ่งพา ตนเองอย่างยั่งยืน
  28. 28. ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง “ในการพัฒนาประเทศนั้น จาเป็นต้องทาตามลาดับขั้น เริ่มด้วยการสร้างพื้นฐาน คือ ความมีกินมีใช้ของประชาชนก่อนด้วยวิธีการประหยัดระมัดระวัง แต่ถูกต้องตามหลักวิชา เมื่อพื้นฐานเกิดขึ้นมั่นคงพอควรแล้ว การช่วยเหลือสนับสนุนประชาชนในการประกอบ อาชีพและตั้งตัวให้มีความพอกินพอใช้ก่อนอื่นเป็นพื้นฐานนั้นเป็นสิ่งสาคัญอย่างยิ่งยวด เพราะผู้ที่มีอาชีพและฐานะเพียงพอที่จะพึ่งตนเองย่อมสามารถสร้างความเจริญก้าวหน้า ระดับที่สูงขึ้นต่อไปโดยแน่นอน ส่วนการถือหลักที่จะส่งเสริมความเจริญ ให้ค่อยเป็นค่อย ไปตามลาดับด้วยความรอบคอบระมัดระวังและประหยัดนั้น ก็เพื่อป้ องกันการผิดพลาด ล้มเหลว” พระบรมราโชวาทเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2517
  29. 29. ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง พระบรมราโชวาทเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2517 “ให้เมืองไทยอยู่แบบพออยู่พอกิน ไม่ใช่ว่ารุ่งเรืองอย่างยอด แต่ว่ามีความพออยู่พอกิน มีความสงบ เปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ถ้าเรารักความพออยู่พอกินนี้ได้ เราก็ยอดยิ่งยวด”
  30. 30. 3 ห่วง 2 เงื่อนไข ความพอประมาณ ความมีเหตุผล การมีภูมิคุ้มกันในตัว เงื่อนไขความรู้ รอบรู้ รอบคอบ ระมัดระวัง เงื่อนไขคุณธรรม ซื่อสัตย์ สุจริต ขยัน อดทน แบ่งปัน ชีวิต เศรษฐกิจ สังคม สมดุล มั่นคง ยั่งยืน ทางสายกลาง จิรายุ อิสรางกูร ณ อยุธยา, 2548 ความรอบรู้ คือ มีความรู้ ทางวิชาการอย่างรอบ ด้าน เพื่อใช้เป็น ประโยชน์พื้นฐาน นาไปใช้ปฏิบัติอย่าง พอเพียงความรอบคอบ คือ มี การวางแผนโดยสามารถ ที่จะนาความรู้และหลัก วิชามีพิจารณาเชื่อมโยง กัน ความระมัดระวัง คือ มี สติตระหนักถึงการ เปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้ รู้เท่าทันเหตุการณ์ที่ เปลี่ยนแปลง ความพอประมาณ คือ ความพอดี ยืนด้วยลาแข้งของ ตนเอง มีการกระทาไม่มากเกินไป/ไม่น้อยเกินไป ไม่ สร้างความเดือดร้อนให้แก่ตนเอง พร้อมรับการ เปลี่ยนแปลง ความมีเหตุมีผล คือ การตัดสินใจเกี่ยวกับความ พอประมาณ มองระยะยาว คานึงถึงความเสี่ยง การมีภูมิคุ้มกันในตัว คือ การเตรียมตัวพร้อมรับ ผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลง ด้านต่างๆ
  31. 31. บทบาทของรัฐกับการพัฒนา การป้ องกันการรุกรานจากต่างประเทศ การรักษาความสงบเรียบร้อยของ สังคม การสร้างสาธารณูปโภคที่เอกชนไม่ สามารถทาได้ กลไกตลาด เสรีนิยม
  32. 32. แผนฯ 1 2504- 2509 แผนฯ 2 2510- 2514 แผนฯ 3 2515- 2519 แผนฯ 4 2520- 2524 แผนฯ 5 2525- 2529 แผนฯ 6 2530- 2534 แผนฯ 7 2535- 2539 แผนฯ 8 2540- 2544 แผนฯ 9 2545- 2549 แผนฯ 10 2550- 2554 ยุคเปลี่ยนผ่านสู่กระบวนทัศน์ใหม่ ยึดการปฏิบัติตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งมุ่งสู่ สังคมอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกัน ยึดคนเป็นศูนย์กลาง เน้นการมีส่วนร่วม ใช้เศรษฐกิจเป็น เครื่องมือพัฒนาคน เน้นเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ มุ่งพัฒนาภูมิภาค และ ชนบท ยุคประชาธิปไตย เน้นการพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่ กับการพัฒนาทางสังคม ยุคทองของการวางแผน เน้นการเติบโตทางเศรษฐกิจด้วย การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ยุคผันผวนทางการเมือง แผนฯ 11 2555- 2559
  33. 33. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 9 จุดแข็ง •ภาคประชาชนและพลังท้องถิ่นมีความเข้มแข็งมากขึ้น •สื่อทั้งกระแสหลักและกระแสรองมีเสรีภาพมากขึ้น •ฐานการผลิตทางเกษตรมีความหลากหลาย •มีธุรกิจบริการที่มีความเชี่ยวชาญ •แหล่งท่องเที่ยวมีคุณภาพ และมีเอกลักษณ์ความเป็นไทย •มีวัฒนธรรมที่โดดเด่น •ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สั่งสมเป็นปึกแผ่น •มีสถาบันหลักยึดเหนี่ยวทางจิตใจ โอกาสและภัยคุกคาม •การเปลี่ยนแปลงของระบบเศรษฐกิจโลก •การรวมกลุ่มในภูมิภาค •การเข้าสู่สังคมฐานความรู้จุดอ่อน •การรวมศูนย์กลาง (Centralization) ของระบบบริหารเศรษฐกิจ การเมือง และราชการ •การขาดประสิทธิภาพ กฎหมายล้าสมัย •การทุจริต ความเสื่อมโทรมทางจริยธรรม และศีลธรรม •คุณภาพการศึกษายังไม่ก้าวหน้า •ความเหลื่อมล้าของการกระจายรายได้ •ความขัดแย้งทางสังคม สังคมตกอยู่ในกระแสวัตถุนิยม •ความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติ
  34. 34. วัตถุประสงค์ • เพื่อพื้นฟูเศรษฐกิจให้มีเสถียรภาพและมีภูมิคุ้มกัน สร้างความเข้มแข็งของภาคการเงิน ความมั่นคงและเสถียรภาพของฐานะการคลัง ปรับ โครงสร้างเศรษฐกิจเพื่อให้เศรษฐกิจระดับฐานรากมีความเข้มแข็งและสามารถพึ่งตนเองได้มากขึ้น ตลอดจนเพิ่มสมรรถนะของระบบ เศรษฐกิจโดยรวมให้สามารถแข่งขันได้และก้าวทันเศรษฐกิจสมัยใหม่ • เพื่อวางรากฐานการพัฒนาประเทศให้เข้มแข็ง ยั่งยืน สามารถพึ่งตนเองได้อย่างรู้เท่าทันโลก ดดยการพัฒนาคุณภาพคน ปฏิรูปการศึกษา ปฏิรูประบบสุขภาพ สร้างระบบภูมิคุ้มกันทางสังคม รวมทั้งการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนและเครือข่ายชุมชน ให้เกิดการเชื่อมโยง การพัฒนาชนบทและเมืองอย่างยั่งยืน มีการดูแลจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการพัฒนาวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับคนไทย
  35. 35. วัตถุประสงค์ (ต่อ) • เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการที่ดีในสังคมไทยทุกระดับ เป็นพ้ืนฐานให้การพัฒนาประเทศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ เน้นการปฏิรูประบบบริหารจัดการภาครัฐ การบริหารจัดการที่ดีของภาคเอกชน การมีส่วนร่วมของภาคประชาชนใน กระบวนการพัฒนา การสร้างระบบการเมืองที่รับผิดชอบต่อสังคม และลดการประพฤติมิชอบ • เพื่อแก้ปัญหาความยากจนและเพิ่มศักยภาพและโอกาสของคนไทยในการพึ่งพาตนเอง ให้ได้รับโอกาสในการศึกษาและบริการทางสังคม อย่างเป็นธรรมและทั่วถึง สร้างอาชีพ รายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ให้ชุมชนและประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาและปรับ กลไกภาครัฐให้เอื้อต่อการแก้ปัญหา
  36. 36. เป้ าหมาย เป้ าหมายดุลยภาพทางเศรษฐกิจ เป้ าหมายการยกระดับคุณภาพชีวิต เป้ าหมายการบริหารจัดการที่ดี เป้ าหมายการลดความยากจน
  37. 37. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 10
  38. 38. วิสัยทัศน์การพัฒนาประเทศ สังคมคุณภาพ สร้างทุกคนให้เป็นคนดี คนเก่ง พร้อมด้วย คุณธรรม จริยธรรม มีวินัย รับผิดชอบ มีจิต สาธารณะ พึ่งตนเองได้ มีเมืองและชุมชนน่า อยู่ มีระบบดี มีประสิทธิภาพ ระบบ เศรษฐกิจมีเสถียรภาพ มีความเข้มแข็ง และ แข่งขันได้ ระบบการบริหารโปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีความเป็นธรรม สังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้ เปิดโอกาสให้คนไทยคิดเป็น ทาเป็น มี เหตุผล สร้างสรรค์เป็น เรียนรู้ได้ตลอดชีวิต รู้เท่าทัน พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง สามารถ สั่งสมทุนทางปัญญา รักษาและต่อยอดภูมิ ปัญญาท้องถิ่นได้อย่างเหมาะสม สังคมสมานฉันท์และเอื้ออาทรต่อกัน ธารงไว้ซึ่งคุณธรรม คุณค่าของเอกลักษณ์ ทางสังคมไทยที่พึ่งพา เกื้อกูล รู้รัก สามัคคี มีจารีตประเพณีที่ดีงาม เอื้ออาทร ภาคภูมิใจ ในชาติและท้องถิ่น สถาบันครอบครัวและ เครือข่ายชุมชนมีความเข้มแข็ง ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สังคมอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกัน การมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ระบบการบริหารจัดการที่ดี การใช้ศักยภาพด้านเอกลักษณ์วัฒนธรรมไทย
  39. 39. การพัฒนาคุณภาพคน การพัฒนาชุมชนและ แก้ปัญหาความยากจน ด้านธรรมาภิบาล การสร้างความมั่นคงของ ฐานทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ด้านเศรษฐกิจ
  40. 40. เรียนรู้ตามรอยพระยุคลบาท เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา “...ให้ทุกฝ่ายทาความเข้าใจ พยายามเข้าถึงประชาชน และร่วมกันพัฒนา...”
  41. 41. แนวคิด “เข้าใจ” • ทาความเข้าใจในปรัชญา แนวคิดที่อยู่เบื้องหลังงานที่ทา อันจะนาไปสู่การเกิดปัญญา จากนั้น จะทาให้เกิดศรัทธา ความเชื่อมั่นในสิ่งที่ทาว่าจะยังประโยชน์ให้แก่สังคมชุมชนอย่างแท้จริง • ทาความเข้าใจในกลุ่มเป้ าหมายให้ละเอียด อันจะนาไปสู่ความสาเร็จในการสร้างบทบาทอันพึง ประสงค์ของกลุ่มเป้ าหมายต่างๆ • ทาความเข้าใจถึงสภาวะแวดล้อมอย่างลึกซึ้ง อันจะนาไปสู่การวางมาตรการทางสังคมต่างๆ ซึ่งมี ความจาเป็นมากสาหรับการแก้ปัญหาสุขภาพปัจจุบัน
  42. 42. ทาความเข้าใจปรัชญาสาธารณสุข การพัฒนาที่ ยั่งยืน ความเสมอ ภาค คนเป็น ศูนย์กลาง ความคุ้มค่า ยุทธศาสตร์สาธารณสุขมีที่มาจากปรัชญา 4 ประการ
  43. 43. ทาความเข้าใจกลุ่มเป้ าหมายอย่างละเอียด  ใครคือกลุ่มเป้ าหมาย (ผู้ที่มี หรือเสี่ยงที่จะมีปัญหาทางสุขภาพ)  คนในชุมชนมีจิตสานึกเรื่องสุขภาพที่แตกต่างกัน แม้กระทั่งในกลุ่มผู้นาชุมชน อาสาสมัคร สาธารณสุข  การมีส่วนร่วมของคนในชุมชน และกลุ่มเป้ าหมาย
  44. 44. แนวคิด “เข้าถึง” กลุ่มที่มีปัญหา กลุ่มที่จะช่วยแก้ปัญหา
  45. 45. สิ่งที่ควรพิจารณาในแนวคิด “เข้าถึง” ระบบสื่อสาร การสร้างและใช้สื่อมวลชน การถ่ายโอนหน้าที่ของผู้ส่งสาร
  46. 46. เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ศิริกัญญา ตันสกุล มูลนิธิสถาบันอนาคตไทยศึกษา
  47. 47.  1  2  3  4  5  6  7  8  9  10    ครอบครัวที่จนที่สุด 10% มีรายได้เฉลี่ย 4,300 บาท/เดือน ครอบครัวที่รวยที่สุด 10% มีรายได้เฉลี่ย 90,000 บาท/เดือน ประเทศไทยมี 22 ล้านครัวเรือน •รายได้ต่ากว่า 5,300 บาท/เดือน •40% มีชายชราเป็นหัวหน้า ครอบครัว โดยมีรายได้หลักจากเงินที่ ลูกหลานส่งมาให้ •1 ใน 4 เป็นครอบครัวเกษตรกร •รายได้ต่ากว่า 13,000 บาท/ เดือน (12,000-15,000) •มีหัวหน้าครอบครัวทาอาชีพเสมียน พนักงานขาย (20%) พ่อค้า แม่ค้า พนักงานโรงงาน (16%) •40% ของหัวหน้าครอบครัวทา อาชีพเฉพาะทาง (แพทย์/วิศวกร) •12% เป็นเถ้าแก่ หรือเจ้าของ กิจการ Thailand Future Foundation, 2
  48. 48.  1  2  3  4  5  6  7  8  9  10   ครอบครัวที่จนที่สุด 10% มีรายได้เฉลี่ย 4,300 บาท/เดือน ครอบครัวที่รวยที่สุด 10% มีรายได้เฉลี่ย 90,000 บาท/เดือน Thailand Future Foundation, 2 ปัญหาความเหลื่อมล้าไม่ได้ดีขึ้นเลย จาก 3 ทศวรรษที่ผ่าน มา ครอบครัวที่จนที่สุด 10% มีรายได้เฉลี่ย 1,429 บาท/เดือน ครอบครัวที่รวยที่สุด 10% มีรายได้เฉลี่ย 28,808 บาท/เดือน พ.ศ.2529 19.65 เท่า 3.126 เท่า2.985 เท่า พ.ศ.2554 21.11 เท่า
  49. 49. ความแตกต่างทางรายได้ของครอบครัวที่จนที่สุด 10% กับ ครอบครัวที่รวยที่สุด 10% ในปี 2529 และ 2554 2529 2554 หน่วย: บาท/เดือน (ปรับผลอัตราเงินเฟ้ อโดยใช้ดัชนีราคาปี 2554 28,808 1,429 4,266 90,048 ครอบครัวที่รวยที่สุด 10% ครอบครัวที่จนที่สุด 10% ช่องว่างทางรายได้ไม่ได้ลดลงเลย ความแตกต่างทางรายได้ของครอบครัวที่รวย ที่สุด 10% กับครอบครัวที่จนที่สุด 10% อยู่ที่ประมาณ 20 เท่า (2529) แต่เพิ่ม เป็น 21 เท่า (2554) แสดงว่าครอบครัว ที่สุดที่สุด 10% ต้องทางานถึง 21 เดือน เพื่อให้ได้รายได้เท่ากับครอบครัวที่รวยที่สุด 10% หามาได้ใน 1 เดือน Thailand National Consensus, 19 Thailand National Consensus, 20
  50. 50. รายได้เฉลี่ยของครอบครัวไทยประมาณ 23,000 บาทต่อเดือน 0.0 10.0 20.0 30.0 40.0 รายได้ของครัวเรือนไทยปี 2554 Thailand Bangkok Central North North-east South
  51. 51. ถ้ามีใครถามว่ารายได้ของครอบครัวคนไทยประมาณกี่บาทต่อเดือน ตัวเลขแรกที่คนมักจะนึกถึงก็คือ รายได้เฉลี่ย รายได้เฉลี่ยครอบครัวไทยตกประมาณ 23,000 บาทต่อเดือน แต่ตัวเลขนี้น่าจะเป็น ตัวแทนของรายได้ครอบครัวของคนทั้งประเทศหรือไม่ ณ รายได้เฉลี่ยที่ 23,000 บาท เราพบว่ามี เพียงครอบครัวไม่ถึง 30% ที่มีรายได้สูงกว่า และคนส่วนมากราว 2 ใน 3 ได้รายได้น้อยกว่านี้ 0 10 20 30 40 50 60 less than 10,000 10,001-20,000 20,001-30,000 30,001-40,000 40,001-50,000 50,001-60,000 60,001-70,000 70,001-80,000 80,001-90,000 90,001-100,000 More than 100,000 การกระจายรายได้ของครอบครัวคนไทย Series 1 รายได้ที่คนส่วนมากได้รับ 7,000-8,000 บาท รายได้ของครอบครัวกึ่งกลาง (Median) 15,000 บาท รายได้ของครอบครัวเฉลี่ย (Mean) 23,000 บาท
  52. 52. ยังมีความเหลื่อมล้าในด้านโอกาสการเข้าถึงการศึกษา และการสาธารณสุขที่มีคุณภาพ โอกาสในการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ โอกาสในการเข้าถึงการสาธารณสุขที่มี คุณภาพ 3 เท่า คือ โอกาสที่จะได้เรียนต่อในระดับ ปริญญาตรีระหว่างเด็กจากครอบครัวที่ รวยที่สุด 20% กับเด็กจากครอบครัว ที่ยากจนที่สุด 20% 2 เท่า คือ โอกาสที่จะสอบผ่านวิชาเลขขั้นต่า ของการสอบ PISA ระหว่างเด็กจาก ครอบครัวที่รวยที่สุด 20% กับเด็ก จากครอบครัวที่ยากจนที่สุด 20% 5 เท่า คือจานวนหมอต่อประชากรระหว่าง โรงพยาบาลในกรุงเทพกับภาคอีสาน 9 เท่า คือ จานวนเครื่อง MRI ต่อประชากร ของโรงพยาบาลในกรุงเทพ ต่อ ภาค อีสาน
  53. 53. ความเหลื่อมล้าที่สาคัญที่สุดที่ควรแก้คือความเหลื่อมล้าด้านโอกาส “ความเหลื่อมล้าทั้ง 2 แบบเป็นสิ่งที่ต้องได้รับการแก้ไข แต่ความไม่เท่าเทียมกันในแบบแรก ยังเป็นเรื่องพอรับได้ เพราะระบบตลาดจะเป็นกลไกที่ท้าให้แต่ละคนได้รับผลลัพธ์ต่างกันตาม ความสามารถ ตราบใดที่รัฐยังเข้ามาควบคุมไม่ให้มีความแตกต่างมากจนเกินไป แต่สาหรับ ความไม่เท่าเทียมกันด้านโอกาสนั้นมีแต่ผลเสีย หากความเหลื่อมล้านี้เกิดขึ้นกับคนต่างชาติ พันธุ์ ศาสนา วรรณะ หรือเพศใดเพศหนึ่ง ความอยุติธรรมเช่นนี้จึงขัดต่อความสงบสุขของ สังคมและก่อให้เกิดความไม่สงบทางการเมืองได้ อันเป็นผลให้เกิดความแตกแยก และยิ่งท้า ให้การพัฒนาเศรษฐกิจชะงักงัน” Commission on Growth and Development (2011)
  54. 54. ปัจจุบันมีความพยายามอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อลดความเหลื่อม ล้าอะไรบ้าง
  55. 55. Production of dentists in Thailand 4,961 1,9741,064 1,313 430 Dentists in Thailand (By region) in 2012 Bangkok Central Southern Northern North-Eastern 600-700 dental graduates 11,607 dentists in 2012 37% 13% 50% Dentists in Thailand (By sector) in 2012 Ministry of Public Health Other government sectors Private
  56. 56. การพัฒนา  เป็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงที่มีมิติครอบคลุมการเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆ ของสังคม ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ การเมือง การศึกษา ศาสนา ครอบครัว เครือญาติ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี บรรทัดฐาน ค่านิยม กฎเกณฑ์ข้อบังคับของสังคม  แนวทางการพัฒนากระแสหลักถูกใช้เป็นแนวทางการพัฒนาประเทศต่างๆ โดยมอง สังคมเหมือนสิ่งมีชีวิตที่ประกอบด้วยส่วนต่างๆ ซึ่งทาหน้าที่อย่างเป็นระบบ  ผลของการเปลี่ยนแปลงเป็นการพึ่งพิงระหว่างกันและของส่วนประกอบต่างๆ ใน สังคม
  57. 57. เป้ าหมายของการพัฒนา  การสร้างชุมชนให้สามารถพึ่งพาตนเองได้  ควบคุมการใช้ทรัพยากร (ธรรมชาติ) และไม่ก่อให้เกิดผลต่อ สิ่งแวดล้อม  มีอานาจต่อรองทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองกับชุมชนภายนอก  การเพิ่มระดับความเป็นประชาธิปไตย ลดอานาจการควบคุมจาก ส่วนกลาง และเพิ่มอานาจการปกครองตนเองให้แก่ท้องถิ่น
  58. 58. Decentralization Decentralization is the process of dispersing decision-making governance closer to the people and/or citizens. It includes the dispersal of administration or governance in sectors or areas like engineering, management science , political science, political economy, sociology and economics. Decentralization is also possible in the dispersal of Deconc en- tration Delegation Devoluti on
  59. 59. Administrative decentralization Deconcentra tion Devolution Delegation Deconcentration is the weakest form of decentralization and is used most frequently in unitary states—redistributes decision making authority and financial and management responsibilities among different levels of the national government. It can merely shift responsibilities from central government officials in the capital city to those working in regions, provinces or districts, or it can create strong field administration or local administrative capacity under the supervision of central government ministries. Delegation is a more extensive form of decentralization. Through delegation central governments transfer responsibility for decision-making and administration of public functions to semi-autonomous organizations not wholly controlled by the central government, but ultimately accountable to it. Governments delegate responsibilities when they create public enterprises or corporations, housing authorities, transportation authorities, special service districts, semi-autonomous school districts, regional development corporations, or special project implementation units. Usually these organizations have a great deal of discretion in decision-making. They may be exempted from constraints on regular civil service personnel and may be able to charge users directly for services. Devolution is an administrative type of decentralisation. When governments devolve functions, they transfer authority for decision-making, finance, and management to quasi-autonomous units of local government with corporate status. Devolution usually transfers responsibilities for services to local governments that elect their own elected functionaries and councils, raise their own revenues, and have independent authority to make investment decisions. In a devolved system, local governments have clear and legally recognized geographical boundaries over which they exercise authority and within which they perform public functions. Administrative decentralization always underlies most cases of political decentralization.
  60. 60. Human securities Freedom Freedom from want Freedom from fear
  61. 61. จะต้องปฏิวัติภายใน สร้างฐานความคิด ขึ้นใหม่ โดยพัฒนามนุษย์ให้เป็นอิสระ อย่างแท้จริง คือข้างในมีความสุขอิสระ สันโดษ สมถะเป็น ข้างนอกอยู่อย่าง พึ่งพาอาศัย เกื้อกูลกันไปกับคนอื่นและ ธรรมชาติ ปรับฐานระบบความสัมพันธ์ กับธรรมชาติให้ถูกต้อง

    Soyez le premier à commenter

    Identifiez-vous pour voir les commentaires

  • oranutninkhet

    Jan. 28, 2015
  • ThepCheangtung

    Jun. 18, 2015
  • johntotti52

    Oct. 16, 2017

Presentation to 4th year students, Faculty of Dental Medicine, Rangsit university Lecture on 19 August 2014

Vues

Nombre de vues

3 594

Sur Slideshare

0

À partir des intégrations

0

Nombre d'intégrations

20

Actions

Téléchargements

0

Partages

0

Commentaires

0

Mentions J'aime

3

×