Ce diaporama a bien été signalé.
Nous utilisons votre profil LinkedIn et vos données d’activité pour vous proposer des publicités personnalisées et pertinentes. Vous pouvez changer vos préférences de publicités à tout moment.

Strategy for designing and developing Interactive e-Learning

1 425 vues

Publié le

หลักการออกแบบและพัฒนาบทเรียนอีเลิร์นนิงแบบปฏิสัมพันธ์
Strategy for designing and developing Interactive e-Learning

ชมรมวิชาชีพครูเทคโนโลยีการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
๒๔-๒๘ มีนาคม ๒๕๕๗
ณ อิงธารรีสอร์ท จังหวัดนครนายก

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปณิตา วรรณพิรุณ
คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ

Publié dans : Formation
  • Identifiez-vous pour voir les commentaires

Strategy for designing and developing Interactive e-Learning

  1. 1. ผูชวยศาสตราจารย ดร.ปณิตา วรรณพิรุณ คณะครุศาสตรอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกลาพระนครเหนือ
  2. 2. คุยกันวันนี้ อีเลิร์นนิงแบบปฏิสัมพันธ์คืออะไร1 การออกแบบอีเลิร์นนิงตามแนวคิดของกานเย2 การออกแบบโครงสร้างอีเลิร์นนิง3 Gestalt Theory of Visual Perception for e-Learning4
  3. 3. A Day Made of Glass 2014 https://www.youtube.com/watch?v=PfgmlVxLC9w
  4. 4. The Flipped Classroom Jonathan Bergmann & Aaron Sams. (2010). The flipped classroom.
  5. 5. How the Flipped Classroom works https://www.youtube.com/watch?v=iQWvc6qhTds
  6. 6. What is e-Learning? “The use of digital technologies and media to deliver, support and enhance teaching, learning, assessment and evaluation is the use of information and communication technologies in delivering learning and training” (AECT, 2007)
  7. 7. What is e-Learning? Online Learning / Training Web Based Learning / Training (WBL/WBT) Computer Based Learning / Training (CBL/CTB) Web Based Instruction (WBI) use of information and communication technologies in delivering learning and training.
  8. 8. What is e-Learning? การใช้ทรัพยากรต่างๆ ในระบบอินเทอร์เน็ต มาออกแบบ และจัดระบบ เพื่อสร้างระบบการเรียนการสอน โดยการ สนับสนุนและส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้อย่างมีความหมาย ตรงกับความต้องการของผู้สอนและผู้เรียน เชื่อมโยงระบบเป็ นเครือข่ายที่สามารถเรียนรู้ได้ ทุกที่ ทุกเวลา และทุกคน รศ.ดร.ถนอมพร (ตันพิพัฒน์) เลาหจรัสแสง
  9. 9. e- Learning : องค์ประกอบ e-Learning Content Communic ation LMS Evaluation Synchronous Asynchronous text chat, audio & video conferencing electronic whiteboards, file sharing e-mails discussion forums Pre-Test Exam Post-Test
  10. 10. e-Learning Design Framework https://www.youtube.com/watch?v=GLshskPhA2w
  11. 11. e-Learning : การนําไปใช้ สื่อหลัก (Comprehensive Replacement) ใช้แทนที่การบรรยายในห้องเรียน ผู้เรียนจะต้องศึกษาเนื้ อหาทั้งหมดออนไลน์ สื่อเติม (Complementary) ผู้สอนออกแบบเนื้ อหาให้ผู้เรียนเข้าไปศึกษาเนื้ อหาเพิ่มเติมจาก e-Learning สื่อเสริม (Supplementary) นอกจากเนื้ อหาที่ปรากฏในลักษณะ e-Learning แล้ว ผู้เรียนยังสามารถศึกษา เนื้ อหาเดียวกันนี้ ในลักษณะอื่นๆ เช่น จากเอกสารประกอบ การสอน เป็ นต้น เพื่อให้ผู้เรียนมีทางเลือกในการเข้าถึงเนื้ อหา
  12. 12. ประเภทการเรียนการสอนออนไลน์
  13. 13. ทฤษฎีทางการศึกษาสําหรับการออกแบบและพัฒนาอีเลิร์นนิง
  14. 14. Instructional System Design Evaluation Analysis Design Development Implementation
  15. 15. Learning Pyramid 16 PassiveActive
  16. 16. การออกแบบอีเลิร์นนิงตามแนวคิดของกานเย Designing of Interactive e-Learning Based on Robert Gangne’ Theory
  17. 17. การออกแบบอีเลิร์นนิงตามแนวคิดของกานเย 1. เร้าความสนใจ 2. บอกวัตถุประสงค์ 3. ทบทวนความรู้เดิม 4. นําเสนอเนื้ อหาใหม่ 5. ชี้แนะแนวทางการเรียนรู้ 6. กระตุ้นการตอบสนองบทเรียน 7. ให้ข้อมูลย้อนกลับ 8. ทดสอบความรู้ใหม่ 9. สรุปและนําไปใช้ Gain Attention เริ่มด้วยการใช้ภาพ แสง สี เสียง เลือกใช้ภาพกราฟิกที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา ขนาดใหญ่ชัดเจน ง่าย และไม่ซับซ้อน ใช้เทคนิคการนําเสนอที่ปรากฏภาพได้เร็ว ควรให้ภาพปรากฏบนจอภาพระยะหนึ่ง ควรบอกชื่อเรื่องบทเรียน เลือกใช้สีที่ตัดกับฉากหลังอย่างชัดเจน โดยเฉพาะสีเข้ม
  18. 18. Augmented Reality https://www.youtube.com/watch?v=oH_LfXnklRw
  19. 19. eLearning Africa 2010 NComputing Opening Video https://www.youtube.com/watch?v=Tdedatej4u8
  20. 20. การออกแบบอีเลิร์นนิงตามแนวคิดของกานเย 1. เร้าความสนใจ 2. บอกวัตถุประสงค์ 3. ทบทวนความรู้เดิม 4. นําเสนอเนื้ อหาใหม่ 5. ชี้แนะแนวทางการเรียนรู้ 6. กระตุ้นการตอบสนองบทเรียน 7. ให้ข้อมูลย้อนกลับ 8. ทดสอบความรู้ใหม่ 9. สรุปและนําไปใช้ Specify Objective วัตถุประสงค์ของบทเรียนเป็ นส่วนสําคัญ ต่อกระบวนการเรียนรู้ แจ้งให้ทราบล่วงหน้าถึงประเด็นสําคัญ ของเนื้อหาและเค้าโครงของเนื้อหา ผู้เรียนจะทราบถึงพฤติกรรมขั้นสุดท้าย ของตนเองหลังจบบทเรียนแล้ว ผู้เรียนที่ทราบวัตถุประสงค์ของการเรียน ก่อนเรียนบทเรียน จะสามารถจําและเข้าใจ เนื้อหาได้ดีขึ้น
  21. 21. การออกแบบอีเลิร์นนิงตามแนวคิดของกานเย 1. เร้าความสนใจ 2. บอกวัตถุประสงค์ 3. ทบทวนความรู้เดิม 4. นําเสนอเนื้ อหาใหม่ 5. ชี้แนะแนวทางการเรียนรู้ 6. กระตุ้นการตอบสนองบทเรียน 7. ให้ข้อมูลย้อนกลับ 8. ทดสอบความรู้ใหม่ 9. สรุปและนําไปใช้ Activate Prior Knowledge การทดสอบก่อนเรียน (Pre-test) เพื่อทบทวนเนื้อหาเดิมที่เคยศึกษาผ่านมาแล้ว เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับเนื้อหาใหม่
  22. 22. การออกแบบอีเลิร์นนิงตามแนวคิดของกานเย
  23. 23. การออกแบบอีเลิร์นนิงตามแนวคิดของกานเย 1. เร้าความสนใจ 2. บอกวัตถุประสงค์ 3. ทบทวนความรู้เดิม 4. นําเสนอเนื้ อหาใหม่ 5. ชี้แนะแนวทางการเรียนรู้ 6. กระตุ้นการตอบสนองบทเรียน 7. ให้ข้อมูลย้อนกลับ 8. ทดสอบความรู้ใหม่ 9. สรุปและนําไปใช้ Present New Information ใช้ภาพเคลื่อนไหว สําหรับเนื้อหาที่ยากและ ซับซ้อนที่มีการเปลี่ยนแปลงเป็ นลําดับขั้น ใช้แผนภูมิ แผนภาพ แผนสถิติ สัญลักษณ์ ภาพเปรียบเทียบ แทนข้อความคําอธิบาย
  24. 24. การออกแบบอีเลิร์นนิงตามแนวคิดของกานเย 1. เร้าความสนใจ 2. บอกวัตถุประสงค์ 3. ทบทวนความรู้เดิม 4. นําเสนอเนื้ อหาใหม่ 5. ชี้แนะแนวทางการเรียนรู้ 6. กระตุ้นการตอบสนองบทเรียน 7. ให้ข้อมูลย้อนกลับ 8. ทดสอบความรู้ใหม่ 9. สรุปและนําไปใช้ ควรเน้นข้อความสําคัญเนื้อหาที่ยากและ ซับซ้อน เช่น การตีกรอบ การกระพริบ การเปลี่ยนสีพื้น การโยงลูกศร การใช้สี การชี้แนะด้วยคําพูด เช่น สังเกตที่ด้านซ้าย ของภาพ ควรให้ผู้เรียนได้มีโอกาสทําอย่างอื่นบ้าง การปฏิสัมพันธ์กับบทเรียนโดยวิธีการพิมพ์ หรือตอบคําถาม
  25. 25. ศูนย์ความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่มา: http://elearning.stkc.go.th
  26. 26. การออกแบบอีเลิร์นนิงตามแนวคิดของกานเย LO : ศูนย์ความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี http://elearning.stkc.go.th/lms/html/bio/LO14/Flash_th/LO14.html
  27. 27. สีบนจอคอมพิวเตอร์
  28. 28. สีบนจอคอมพิวเตอร์
  29. 29. การออกแบบอีเลิร์นนิงตามแนวคิดของกานเย 1. เร้าความสนใจ 2. บอกวัตถุประสงค์ 3. ทบทวนความรู้เดิม 4. นําเสนอเนื้ อหาใหม่ 5. ชี้แนะแนวทางการเรียนรู้ 6. กระตุ้นการตอบสนองบทเรียน 7. ให้ข้อมูลย้อนกลับ 8. ทดสอบความรู้ใหม่ 9. สรุปและนําไปใช้ Guide Learning จัดระบบการเสนอเนื้อหาที่ดีและสัมพันธ์ กับประสบการณ์เดิม ความรู้เดิมของผู้เรียน การนําเสนอเนื้อหาที่ยาก ควรให้ตัวอย่าง ที่เป็ นรูปธรรมมากกว่านามธรรม นําเสนอตัวอย่างที่แตกต่างกัน เพื่อช่วย อธิบายความคิดรวบยอดใหม่ให้ชัดเจนขึ้น เช่น ตัวอย่างการเปิดหน้ากล้องหลายๆ ค่า เพื่อให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของรูรับแสง
  30. 30. การออกแบบอีเลิร์นนิงตามแนวคิดของกานเย 1. เร้าความสนใจ 2. บอกวัตถุประสงค์ 3. ทบทวนความรู้เดิม 4. นําเสนอเนื้ อหาใหม่ 5. ชี้แนะแนวทางการเรียนรู้ 6. กระตุ้นการตอบสนองบทเรียน 7. ให้ข้อมูลย้อนกลับ 8. ทดสอบความรู้ใหม่ 9. สรุปและนําไปใช้ นําเสนอตัวอย่างที่ไม่ใช่ตัวอย่างที่ถูกต้อง เพื่อเปรียบเทียบกับตัวอย่างที่ถูกต้อง เช่น นําเสนอภาพไม้ พลาสติก และยาง แล้วบอกว่าภาพเหล่านี้ไม่ใช่โลหะ
  31. 31. การออกแบบอีเลิร์นนิงตามแนวคิดของกานเย 1. เร้าความสนใจ 2. บอกวัตถุประสงค์ 3. ทบทวนความรู้เดิม 4. นําเสนอเนื้ อหาใหม่ 5. ชี้แนะแนวทางการเรียนรู้ 6. กระตุ้นการตอบสนองบทเรียน 7. ให้ข้อมูลย้อนกลับ 8. ทดสอบความรู้ใหม่ 9. สรุปและนําไปใช้ Elicit Response ควรให้ผู้เรียนการพิมพ์คําตอบ เติมข้อความ สั้นๆ เพื่อเรียกความสนใจ ถามคําถามเป็ นช่วงๆ สลับกับการนําเสนอ เนื้อหา ไม่ควรถามครั้งเดียวหลายๆ คําถาม เฟรมตอบสนองของผู้เรียน เฟรมคําถาม และเฟรมการตรวจปรับเนื้อหา ควรอยู่บน หน้าจอภาพเดียวกัน เพื่อสะดวกในการอ้างอิง
  32. 32. การออกแบบอีเลิร์นนิงตามแนวคิดของกานเย 1. เร้าความสนใจ 2. บอกวัตถุประสงค์ 3. ทบทวนความรู้เดิม 4. นําเสนอเนื้ อหาใหม่ 5. ชี้แนะแนวทางการเรียนรู้ 6. กระตุ้นการตอบสนองบทเรียน 7. ให้ข้อมูลย้อนกลับ 8. ทดสอบความรู้ใหม่ 9. สรุปและนําไปใช้ Provide Feedback ให้ข้อมูลย้อนกลับทันที หลังจากผู้เรียน โต้ตอบกับบทเรียน หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับที่ตื่นตา เกินไปในกรณีที่ผู้เรียนตอบผิด เฉลยคําตอบที่ถูกต้อง หลังจากที่ผู้เรียนตอบ ผิด 2 - 3 ครั้ง ใช้วิธีการให้คะแนนหรือแสดงภาพ เพื่อบอก ความใกล้-ไกลจากเป้ าหมาย
  33. 33. การออกแบบอีเลิร์นนิงตามแนวคิดของกานเย LO : ศูนย์ความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี http://elearning.stkc.go.th/lms/html/bio/LO10/Flash_th/LO10.html
  34. 34. การออกแบบอีเลิร์นนิงตามแนวคิดของกานเย 1. เร้าความสนใจ 2. บอกวัตถุประสงค์ 3. ทบทวนความรู้เดิม 4. นําเสนอเนื้ อหาใหม่ 5. ชี้แนะแนวทางการเรียนรู้ 6. กระตุ้นการตอบสนองบทเรียน 7. ให้ข้อมูลย้อนกลับ 8. ทดสอบความรู้ใหม่ 9. สรุปและนําไปใช้ Assess Performance การทดสอบหลังเรียน (Post-test) วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ชี้แจงวิธีการตอบคําถาม หลีกเลี่ยงแบบทดสอบแบบอัตนัยที่ให้ผู้เรียน พิมพ์คําตอบยาวๆ แบบทดสอบชุดหนึ่งควรมีหลายๆ ประเภท แบบทดสอบควรเป็ นข้อสอบที่มีคุณภาพ มีค่าอํานาจจําแนกดี ความยากง่ายเหมาะสม และมีความเชื่อมั่นเหมาะสม
  35. 35. การสร้างแบบทดสอบ แบบทดสอบก่อนเรียน แบบทดสอบระหว่างเรียน (แบบฝึกหัด) แบบทดสอบหลังเรียน แบบทดสอบครบทุกบท/ ครอบคลุมวัตถุประสงค์
  36. 36. การวิเคราะห์ข้อสอบปรนัย เทคนิค 25 % / เทคนิค 27% กลุ่มคะแนนสูง 25 % กลุ่มคะแนนตํ่า 25 % คะแนนกลาง ๆ ตัดทิ้งทั้งหมด ค่าความยากง่าย (P) อยู่ระหว่าง 0.2- 0.8 ค่าอํานาจจําแนก (D) ตั้งแต่ 0.2 ขึ้นไป ค่าความเชื่อมั่น 0.8 ขึ้นไป
  37. 37. การประเมินผล (Evaluation) สมมุติฐาน E1/E2 : 80/80 E1 คือ ค่าร้อยละของคะแนนเฉลี่ยของนักศึกษา ที่ทําแบบฝึกหัดระหว่างเรียนแต่ละหน่วย E2 คือ ค่าร้อยละของคะแนนเฉลี่ยของนักศึกษา ที่ทําแบบทดสอบหลังการเรียนเมื่อเรียน ครบทุกหน่วย
  38. 38. สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์หาประสิทธิภาพ 100 A N X E n 1i 1 ×= ∑ = ◌ียนจํานวนผู้เร ยนระหว่างเรีองแบบทดสอบคะแนนเต็มข ◌่างเรียนบทดสอบระหวจากการทําแบ นที�ได้ยละของคะแนคิดเป็นร้อ การพของกระบวนประสิทธิภา างเรียนทดสอบระหว่ ากแบบงนักเรียนจคะแนนรวมขอ = = = =∑ = N A E X 1 n 1i
  39. 39. สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์หาประสิทธิภาพ 100 B N F E n 1i 2 ×= ∑ = ◌ียนจํานวนผู้เร วมหลังเรียนรองแบบทดสอบคะแนนเต็มข เรียนรวมบทดสอบหลังจากการทําแบ นที�ได้ยละของคะแนคิดเป็นร้อ ◌์พของผลลัพธประสิทธิภา างเรียนทดสอบระหว่ ากแบบงนักเรียนจคะแนนรวมขอ = = = =∑ = N B E F 2 n 1i
  40. 40. การวิเคราะห์หาประสิทธิผล E post – Epre > 60 E post = ร้อยละของคะแนนที่ได้จากการทําแบบทดสอบหลังเรียนทั้งวิชา E pre = ร้อยละของคะแนนที่ได้จากการทําแบบทดสอบก่อนเรียนทั้งวิชา
  41. 41. การวิเคราะห์หาประสิทธิผล x 100 NB Epost = ∑= N i Xi 1 Xi = N = B = คะแนนเต็มของแบบทดสอบหลังเรียน จํานวนนักเรียนทั้งหมด คะแนนสอบหลังเรียนของนักเรียนคนที่ i
  42. 42. การวิเคราะห์หาประสิทธิผล x 100 NC Epre = ∑= N k X 1 Xk = N = C = คะแนนเต็มของแบบทดสอบก่อนเรียน จํานวนนักเรียนทั้งหมด คะแนนสอบก่อนเรียนของนักเรียนคนที่ k k
  43. 43. การออกแบบอีเลิร์นนิงตามแนวคิดของกานเย 1. เร้าความสนใจ 2. บอกวัตถุประสงค์ 3. ทบทวนความรู้เดิม 4. นําเสนอเนื้ อหาใหม่ 5. ชี้แนะแนวทางการเรียนรู้ 6. กระตุ้นการตอบสนองบทเรียน 7. ให้ข้อมูลย้อนกลับ 8. ทดสอบความรู้ใหม่ 9. สรุปและนําไปใช้ Review and Transfer สรุปองค์ความรู้เฉพาะประเด็นสําคัญๆ ชี้แนะความสัมพันธ์กับความรู้หรือ ประสบการณ์เดิมที่ผู้เรียนผ่านมาแล้ว ทบทวนแนวคิดที่สําคัญของเนื้อหา เพื่อเป็ นการสรุป เสนอแนะเนื้อหาความรู้ใหม่ ที่สามารถ นําไปใช้ประโยชน์ได้ บอกแหล่งข้อมูลที่เป็ นประโยชน์ในการศึกษา เนื้อหาต่อไป
  44. 44. การออกแบบโครงสร้างอีเลิร์นนิง Designing of e-Learning Site Structure
  45. 45. e-Learning : การนําไปใช้ สื่อหลัก (Comprehensive Replacement) ใช้แทนที่การบรรยายในห้องเรียน ผู้เรียนจะต้องศึกษาเนื้ อหาทั้งหมดออนไลน์ สื่อเติม (Complementary) ผู้สอนออกแบบเนื้ อหาให้ผู้เรียนเข้าไปศึกษาเนื้ อหาเพิ่มเติมจาก e-Learning สื่อเสริม (Supplementary) นอกจากเนื้ อหาที่ปรากฏในลักษณะ e-Learning แล้ว ผู้เรียนยังสามารถศึกษา เนื้ อหาเดียวกันนี้ ในลักษณะอื่นๆ เช่น จากเอกสารประกอบ การสอน เป็ นต้น เพื่อให้ผู้เรียนมีทางเลือกในการเข้าถึงเนื้ อหา
  46. 46. ประเภทการเรียนการสอนออนไลน์
  47. 47. ทฤษฎีทางการศึกษาสําหรับการออกแบบและพัฒนาอีเลิร์นนิง
  48. 48. Instructional System Design Evaluation Analysis Design Development Implementation
  49. 49. Learning Pyramid 51 PassiveActive
  50. 50. พฤติกรรมการใช้สื่อที่ส่งผลต่อการออกแบบ พฤติกรรมของผู้เรียน หลักในการออกแบบเว็บไซต์ 85 % ไม่อ่านข้อความจนจบ ควรจัดแบ่งออกเป็ นประเด็นย่อยๆ เพื่อให้ผู้เรียนไม่รู้สึกว่าเนื้อหามากจนเกินไป 10 % ไม่เคยเลื่อนหน้า เพื่ออ่านเนื้อหาในส่วนล่างของหน้าจอ เนื้อหาที่สําคัญ และจําเป็ นควรออกแบบ ให้อยู่ส่วนบนของหน้าจอเสมอ ไม่อดทนต่อการรอดาวน์โหลด ข้อมูลที่ช้าจนเกินไป ไม่ควรออกแบบเนื้อหาที่ยาวเกินไป / มีรูปภาพมากจนเกินไปในแต่ละหน้า ถ้ามีเนื้อหาเป็ นจํานวนมากต้องมีการ แบ่งเนื้อหาออกเป็ นส่วนๆ เพื่อการเข้าไปดู เนื้อหานั้นๆ โดยตรง ไม่ชอบที่จะเปิดผ่านหลายลิงค์เกินไป กว่าจะพบเนื้อหาที่ต้องการอ่าน หลีกเลี่ยงการออกแบบบทเรียน / โครงสร้าง บทเรียนที่มีความซับซ้อนมากและแบ่ง โครงสร้างเนื้อหาให้ตื้นขึ้น
  51. 51. การออกแบบโครงสร้างอีเลิร์นนิง การจัดลําดับเนื้ อหาโดยเรียงลําดับตามความสําคัญมากไปน้อย ภาพรวมลงไปสู่รายละเอียดปลีกย่อย (hierarchy of importance) จัดลําดับตามความสัมพันธ์ (Relations) เริ่มจากข้อมูลที่ผู้เรียนมีความคุ้นเคยมากไปน้อย
  52. 52. นําเสนอข้อมูลด้วยปุ่ มเมนูที่มากเกินไป นําเสนอข้อมูลด้วยปุ่ มเมนูที่มากเกินไป ผู้เรียนสับสน เนื่องจากปุ่ มและข้อมูลภายใต้ ลิงค์ไม่มีความสัมพันธ์กัน http://www.webdesign.org/web-design-basics/design-principles/site-design-introduction.6056.html
  53. 53. นําเสนอข้อมูลด้วยปุ่ มเมนูที่น้อยเกินไป http://www.webdesign.org/web-design-basics/design-principles/site-design-introduction.6056.html
  54. 54. การเชื่อมโยงที่สับสน http://www.webdesign.org/web-design-basics/design-principles/site-design-introduction.6056.html
  55. 55. การนําเสนอข้อมูลที่เหมาะสม http://www.webdesign.org/web-design-basics/design-principles/site-design-introduction.6056.html
  56. 56. โครงสร้างแบบขนาน (Linear) แบบเรียงลําดับ (Sequence) http://webstyleguide.com/wsg3/3-information-architecture/3-site-structure.html
  57. 57. โครงสร้างแบบไม่ขนาน (Non-linear) http://webstyleguide.com/wsg3/3-information-architecture/3-site-structure.html
  58. 58. โครงสร้างแบบลําดับขั้น (Hierarchies) http://webstyleguide.com/wsg3/3-information-architecture/3-site-structure.html
  59. 59. โครงสร้างแบบลําดับขั้น (Hierarchies) http://webstyleguide.com/wsg3/3-information-architecture/3-site-structure.html
  60. 60. โครงสร้างแบบเว็บ (Web) http://webstyleguide.com/wsg3/3-information-architecture/3-site-structure.html
  61. 61. การประยุกต์การออกแบบโครงสร้าง http://webstyleguide.com/wsg3/3-information-architecture/3-site-structure.html
  62. 62. Gestalt Theory of Visual Perception for e-Learning
  63. 63. Gestalt Theory : Closure
  64. 64. Gestalt Theory : Similarity
  65. 65. Gestalt Theory : Similarity
  66. 66. Gestalt Theory : Continuation
  67. 67. กระบวนการออกแบบ บทเรียนอีเลิร์นนิงแบบปฏิสัมพันธ์
  68. 68. การวิเคราะห์เนื้ อหา (Analysis) 1. สร้างแผนภูมิระดมสมอง (Brain Storm Chart) 2. สร้างแผนภูมิหัวเรื่องสัมพันธ์ (Concept Chart) ฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์Input Unit CPU Memory Output Unit Mouse Microphone Joystick Scanner KeyboardDigital Camera ALU CU Main Memory Secondary Memory RAM ROM Floppy Disk Hard Disk CDROM DVDROM Tape Monitor Printer Plotter Speaker Projector
  69. 69. 3. สร้างแผนภูมิโครงข่ายเนื้ อหา (Content Network Chart) 2 Input Unit 3 DigitalCamera4 5 6 7 8 9 10 Keyboard Mouse Scanner Joystick Microphone 13 15 14 ALU CU 29 30 OutputUnit 3731 32 33 35 36 34 Monitor Printer Speaker Plotter Projector Floppy Disk HardDisk 17 19 23 18 22 20 21 24 25 26 27 28 Main Memory Secondary Memory Ram Rom CDRom DVDRom Tape 12 16 CPU Memory 11 การวิเคราะห์เนื้ อหา (Analysis)
  70. 70. หน่วยเรียนที่ 1 หน่วยรับข้อมูล(Input Unit) รายละเอียดเนื้อหา วัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรม 1. หน่วยรับข้อมูล (Input Unit) 1.1 Keyboard 1.2 Mouse 1.3 Scanner 1.4 Joystick 1.5 Digital Camera 1.6 Microphone 1.1 อธิบายความหมายของอุปกรณ์ ทางด้านอินพุทได้ 1.2 บอกได้ว่าอุปกรณ์ชนิดใดเป็นอุปกรณ์ ทางด้านอินพุท 1.3 เข้าใจหน้าที่การทํางานของอุปกรณ์ อินพุทแต่ละตัว 1.4 อธิบายข้อแตกต่างของการนําอุปกรณ์ อินพุทไปใช้งานได้ 1.5 อธิบายข้อแตกต่างระหว่างอุปกรณ์อินพุทแต่ละตัวได้ 1.6 สามารถเลือกใช้อุปกรณ์ได้อย่างถูกต้อง
  71. 71. หน่วยเรียนที่ 2 หน่วยประมวลผลกลาง(Central Processing Unit) รายละเอียดเนื้อหา วัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรม 2. หน่วยประมวลผลกลาง (CPU) 2.1 ALU 2.2 CU 2.1 อธิบายหลักการทํางานของ CPU ได้ 2.2 อธิบายหน้าที่หลักการทํางานของ ALUได้ 2.3 อธิบายหน้าที่หลักการทํางานของ CUได้
  72. 72. หน่วยเรียนที่ 3 หน่วยความจํา(Memory) รายละเอียดเนื้อหา วัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรม 3. หน่วยความจํา(Memory) 3.1 Main Memory 3.1.1 Ram 3.1.2 Rom 3.2 Secondary Memory 3.2.1 Floppy Disk 3.2.2 Hard Disk 3.2.3 CD ROM 3.2.4 DVD ROM 3.2.5 Tape 3.1 อธิบายหน้าที่หลักการทํางานของ หน่วยความจํา ได้ 3.2 สามารถอธิบายได้ว่าอะไรเป็นหน่วย ความจําหลักอะไรเป็นหน่วยความจําสํารอง 3.3 อธิบายหลักการทํางานของอุปกรณ์เก็บ ข้อมูลแต่ละชนิดได้ 3.4 สามารถเลือกใช้อุปกรณ์เก็บข้อมูลแต่ละชนิด ได้อย่างถูกต้อง 3.5 สามารถบอกได้ว่าหน่วยความจําชนิดใดเป็นหน่วย ความจําชั่วคราวและหน่วยความจําชนิดใดเป็น หน่วยความจําถาวร
  73. 73. หน่วยเรียนที่ 4 หน่วยแสดงผล(Output Unit) รายละเอียดเนื้อหา วัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรม 4. หน่วยแสดงผล(Output Unit) 4.1 Monitor 4.2 Printer 4.3 Plotter 4.4 Projector 4.5 Speaker 4.1 อธิบายความหมายแลของอุปกรณ์ทางด้าน เอ้าท์พุทได้ 4.2 บอกได้ว่าอุปกรณ์ชนิดใดเป็นอุปกรณ์แสดงผล 4.3 เข้าใจหน้าที่การทํางานของอุปกรณ์เอ้าท์พุทแต่ละตัว 4.4 อธิบายข้อแตกต่างของการนําอุปกรณ์เอ้าท์พุท ไปใช้งานได้ 4.5 สามารถเลือกใช้อุปกรณ์เอ้าท์พุทได้อย่างถูกต้อง
  74. 74. ลําดับการนําเสนอเนื้อหาบทเรียน CourseFlow Chart Module 2 หน่วยประมวลผลกลาง(CPU) เริ่มเข้าสู่บทเรียน แบบทดสอบก่อนเรียน จบบทเรียน Module 1 หน่วยรับข้อมูล(Input Unit) Module 4 หน่วยแสดงผล (Output Unit) Module 3 หน่วยความจํา (Memory) แบบทดสอบหลังเรียน
  75. 75. หน่วยรับข้อมูล (Input Unit) แบบทดสอบก่อนเรียน(Pre-Test) Keyboard MicrophoneScanner แบบทดสอบหลังเรียน (Posttest) กลับเมนูหลัก Mouse JoystickDigital Camera การนําเสนอเนื้อหา Module 1
  76. 76. หน่วยประมวลผลกลาง (CPU) แบบทดสอบก่อนเรียน(Pre-Test) ALU CU แบบทดสอบหลังเรียน (Posttest) กลับเมนูหลัก การนําเสนอเนื้อหา Module 2
  77. 77. หน่วยความจํา (Memory) แบบทดสอบก่อนเรียน(Pre-Test) Main Memory Floppy Disk แบบทดสอบหลังเรียน (Posttest) กลับเมนูหลัก การนําเสนอเนื้อหา Module 3 Secondary Memory RAM ROM Hard Disk CD ROM DVD ROM Tape
  78. 78. หน่วยแสดงผล (Output Unit) แบบทดสอบก่อนเรียน(Pre-Test) Monitor ProjectorPlotter แบบทดสอบหลังเรียน (Posttest) กลับเมนูหลัก Printer Speaker การนําเสนอเนื้อหา Module 4
  79. 79. Script writer …วิภารัตน์ พุกเงิน…..……Graphic……….วิภารัตน์ พุกเงิน………………..……... VDO Shooter……-……………………….Narrator…..….วิภารัตน์ พุกเงิน………………..…….... Supervisor……เชษฐา คงพลปาน……..…Inspector…..…ณรงค์ชัย สุขสวคนธ์ ….……………...… Approved…….รศ. ไพโรจน์ ตีรณธนากุล...Date…………………….…………..……………………... Note………………………………………………………………………………. Narration Script…สวัสดีครับยินดีต้อนรับสู่หน่วยเรียนที่2 ทฤษฎีทาง ไฟฟ้ าขั้นพื้นฐานผู้เรียนสามารถเลือกเรียนเรื่องใดก่อนก็ได้แต่ถ้าจะให้สัมฤทธิ์ผล ผู้เรียนควรเลือกเรียนตามลําดับขั้นดังนี้ทําแบบทดสอบก่อนเรียน เมื่อทําแบบ ทดสอบก่อนเรียนเสร็จแล้วให้กลับมาเรียนเนื้อหาเรื่องกฎของโอห์มกําลังไฟฟ้ าและ พลังงานไฟฟ้ าตามลําดับหลังจากเรียนเนื้อหาจบแล้วให้กลับไปทําแบบทดสอบ หลังเรียนต่อไป Screen Show-out………………-………………...…………………………... ……………………………………….…………………….. ……………………………………………………………... Picture/VDO……กฎของโอห์ม……. File name..…Ohm.jpg ….………..… …….กําลังไฟฟ้ า…….... File name ….Power.jpg..………….. …….พลังงานไฟฟ้ า..…. File name …. Energy.jpg…………. ………..……………….File name…………………………… File name..………………Module2……………………..……………………... Filein From ...MainMenu... ……………..…… …………….. ……………….. Effect Click รายการหลักกลับแผนภูมิ Click.รูปเข้าสู่บทเรียน…………. Click.ปุ่ มคําสั่งเข้าสู่คํ าสั่งต่าง ๆ…. ……..………………………….... File Out to ...MainMenu... ………………… ………………… …….………….. Subject ...หน่วยเรียนที่2 ทฤษฎีทางไฟฟ้ าขั้นพื้นฐาน…... Title ...SubMenu: หัวเรื่องหน่วย2…………………….. Page no ..02-1..sheet no ..01..Main Icon …Basic…... Comp.&IT (SIE) ComputerInstructionScript Form No.…002… ตรา กฎของโอห์ม กําลังไฟฟ้ า พลังงานไฟฟ้ า ทฤษฎีทางไฟฟฟ้าขั้นพื้นฐาน ทฤษฎีวงจรไฟฟฟ้ากระแสตรงรายการหลัก ส่วนช่วยเหลือแบบทดสอบ ออก
  80. 80. ศูนย์ความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่มา: http://elearning.stkc.go.th
  81. 81. อีเลิร์นนิงของของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์: M@xlearn ที่มา: https://course.ku.ac.th/lms
  82. 82. http://www.e-trainingvec.org
  83. 83. การเขียนรายงานผลการจัดการเรียนการสอน เทคนิคการออกแบบการเรียนรู้เพื่อพัฒนาผู้เรียน เทคนิคบริหารจัดการเอกสารตามระเบียบงานสารบรรณ http://www.e-trainingvec.org
  84. 84. http://www.slideshare.net/drpanita
  85. 85. ผูชวยศาสตราจารย ดร.ปณิตา วรรณพิรุณ คณะครุศาสตรอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกลาพระนครเหนือ
  86. 86. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปณิตา วรรณพิรุณ หัวหน้าศูนย์วิจัยการจัดการนวัตกรรมและเทคโนโลยี สํานักวิจัยวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ panitaw@kmutnb.ac.th http://www.panitaw.com http://www.facebook.com/drpanita

×