Ce diaporama a bien été signalé.
Nous utilisons votre profil LinkedIn et vos données d’activité pour vous proposer des publicités personnalisées et pertinentes. Vous pouvez changer vos préférences de publicités à tout moment.

Behaviorism cm

563050525-6

  • Identifiez-vous pour voir les commentaires

Behaviorism cm

  1. 1. ทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มพฤติกรรมนิยม (Behavioral Theory) มีแนวคิดที่สาคัญ 3 แนวคิด คือ 1. ทฤษฎีเชื่อมโยงของธอร์นไดค์ 2. ทฤษฎีการวางเงื่อนไข 3. ทฤษฎีการเรียนรู้ของฮัลล์ ทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มพฤติกรรมนิยม เน้นการเรียนรู้ที่ เกิดขึ้นโดยอาศัยความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งเร้า(Stimulas) และ การตอบสนอง (Response) โดยอินทรีย์จะต้องสร้าง ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งเร้าและการตอบสนองอันนาไปสู่ ความสามารถในการแสดงพฤติกรรม คือการเรียนรู้นั่นเองทฤษฎีพื้นฐานทางความคิดของ ทฤษฎีกลุ่มพฤติกรรมนิยม คือ พฤติกรรมทุกอย่างเกิดขึ้นโดยการ เรียนรู้และสามารถสังเกต ได้ พฤติกรรมแต่ละชนิดเป็นผลรวม ของการเรียนรู้ที่เป็นอิสระหลาย อย่างเสริมแรง (Reinforcement) ช่วย ให้พฤติกรรมเกิดขึ้น ทฤษฎีการเชื่อมโยง (Connectionism Theory) ของธอร์นไดค์ สามารถสรุปเป็นกฎการเรียนรู้ได้ ดังนี้คือ 1. กฎแห่งความพร้อม (Law of Readiness) 2. กฎแห่งการฝึกหัด (Law of Exercise) 3. กฎแห่งการใช้ (Law of Use and Disuse) 4. กฎแห่งผลที่พึงพอใจ (Law of Effect) ทฤษฎีการวางเงื่อนไข (Conditioning Theory) จะแบ่ง ออกเป็น 3 ทฤษฎีคือ 1. พฤติกรรมเรสปอนเด้นท์ (Respondent behavioral) 2. ทฤษฎีการวางเงื่อนไขแบบต่อเนื่อง (Contiguous Conditioning Theory) ของกัทธรี 3. พฤติกรรมโอเปอแรนท์ (Operant behavioral) พฤติกรรมเรสปอนเด้นท์ นิยมเรียกกันว่า ทฤษฎีการเรียนรู้แบบการวางเงื่อนไขแบบ คลาสสิค ผู้ริเริ่มตั้งทฤษฎีนี้เป็นคนแรก คือ พาฟลอฟ (Pavlov) ต่อมาภายหลังวัตสัน (Watson) ได้นาเอาแนวคิดของพาฟลอฟไป ดัดแปลงแก้ไขให้เหมาะสมยิ่งขึ้น ใช้หลักการให้รางวัลและการลงโทษ มีการเสริมแรง นักเรียน ใช้ทฤษฎีการวางเงื่อนไขแบบคลาสสิกมาใช้ใน การเปลี่ยนทัศนคติที่ไม่ดีต่อวิชาต่างๆ เป็นต้น ทฤษฎีการเรียนรู้ของฮัลล์ สรุปเป็นกฎการเรียนรู้ ได้ดังนี้คือ 1. กฎแห่งสมรรถภาพในการตอบสนอง 2. กฎแห่งการลาดับกลุ่มนิสัย 3. กฎแห่งการใกล้จะบรรลุเป้าหมาย พฤติกรรมโอเปอแรนท์ หรือ ทฤษฎีการวาง เงื่อนไขแบบการกระทา มีสกินเนอร์ (B.F. Skinner) เป็นเจ้าของทฤษฎี เป็นการวางเงื่อนไขแบบ เสริมแรง ซึ่งมีทั้งการเสริมแรงทางบวกและทางลบ ลักษณะของทฤษฎี แนวคิดสาคัญ การนาไปใช้

×