Ce diaporama a bien été signalé.
Le téléchargement de votre SlideShare est en cours. ×

เทคนิคการเขียนเอกสารประกอบการสอน

Publicité
Publicité
Publicité
Publicité
Publicité
Publicité
Publicité
Publicité
Publicité
Publicité
Publicité
Publicité
Chargement dans…3
×

Consultez-les par la suite

1 sur 66 Publicité

เทคนิคการเขียนเอกสารประกอบการสอน

Télécharger pour lire hors ligne

เทคนิคการเขียนเอกสารประกอบการสอน เอกสารคำสอน
เน้นสมรรถนะตามผลลัพธ์การเรียนรู้ที่คาดหวัง (OBE)
วันที่ 25 เมษายน 2565
มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม

เทคนิคการเขียนเอกสารประกอบการสอน เอกสารคำสอน
เน้นสมรรถนะตามผลลัพธ์การเรียนรู้ที่คาดหวัง (OBE)
วันที่ 25 เมษายน 2565
มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม

Publicité
Publicité

Plus De Contenu Connexe

Similaire à เทคนิคการเขียนเอกสารประกอบการสอน (20)

Plus par Prachyanun Nilsook (20)

Publicité

Plus récents (20)

เทคนิคการเขียนเอกสารประกอบการสอน

  1. 1. การเขียนเอกสารประกอบการสอน เอกสารคําสอน เนนสมรรถนะตามผลลัพธการเรียนรูที่คาดหวัง (OBE) ศาสตราจารย ดร.ปรัชญนันท นิลสุข มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกลาพระนครเหนือ
  2. 2. ประเด็นสนทนา
  3. 3. Workshop : เทคนิคการเขียน • มคอ.2 : Program Learning Outcome : PLO • มคอ.3 : Outcome-based Education • Course Description • Course Syllabus • Course Learning Outcome : CLO • Expected Learning Outcome : ELO • Blended Learning : Face to Face (On-site) / Online • Vertical / Horizontal • Hybrid Learning • Synchronous & Asynchronous • Evaluation & Measurement มหาวิทยาลัย
  4. 4. หมวดที่ 1 .....................................
  5. 5. มคอ.3 AUN-QA
  6. 6. หมวดที่ 3
  7. 7. หมวดที่ 4
  8. 8. ระดับ ความหมายของผลการเรียน คาระดับคะแนน ชวงคะแนน A ยอดเยี่ยม (Excellent) 4.00 80-100 B+ ดีมาก (Very Good) 3.50 75-79 B ดี (Good) 3.00 70-74 C+ ดีพอใช (Fairly Good) 2.50 65-69 C พอใช (Average) 2.00 60-64 D+ ออน (Poor) 1.50 55-59 D ออนมาก (Very Poor) 1.00 50-54 E ตก (Fail) 0.00 0-49 เมื่อสิ้นสุดชวงการสอบปลายภาค อาจารยผูสอนดําเนินการประเมินผลการศึกษา จากคะแนนรวม 100 คะแนน โดยประเมินผลตามเกณฑการประเมินผลการเรียนดวยระบบคาคะแนน 8 ระดับ และใหคะแนนการเรียนรายวิชา ดังนี้ คือ
  9. 9. OBE & CBE
  10. 10. OBE Framework
  11. 11. OBASL
  12. 12. มคอ.2
  13. 13. Curriculum Map
  14. 14. มคอ.3
  15. 15. ELO & Subject
  16. 16. คําอธิบายรายวิชา
  17. 17. Outcome based Education : OBE •Programed Learning Outcome : PLO •Expected Learning Outcome : ELO • - Generic Learning Outcome : GLO • - Specific Learning Outcome : SLO •Course Leaning Outcome : CLO •Year Learning Outcome : YLO •Learning Outcome : LO
  18. 18. Program Learning Outcome : PLO PLO1 สามารถปฏิบัติงานด้าน ICT อย่างคุณธรรมจริยธรรม ความ รับผิดชอบ และมีจรรยาบรรณวิชาชีพ PLO2 สามารถเป็นผู้นําทางวิชาการด้าน ICT เพื่อการศึกษา PLO3 สามารถทําวิจัยและสร้างองค์ความรู้ใหม่ทาง ICT เพื่อการศึกษา PLO4 สามารถบริหารจัดการ วิเคราะห์และดูแลระบบ ICT เพื่อการศึกษา PLO5 สามารถสอน ออกแบบการเรียนรู้และการฝึกอบรมด้าน ICT เพื่อ การศึกษา
  19. 19. Program Learning Outcome : PLO Expected Learning Outcome : ELO GLO SLO ELO1 มีคุณธรรมจริยธรรมจรรยาบรรณวิชาชีพและความรับผิดชอบ  ELO2 มีความรู้ทางเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา  ELO3 มีทักษะในการทําวิจัยทาง ICT  ELO4 มีทักษะในการบริหารจัดการ ICT  ELO5 มีทักษะในการวิเคราะห์งานและระบบ ICT  ELO6 มีความสามารถในการออกแบบการเรียนการสอนด้าน ICT  ELO7 มีความสามารถในการสร้างองค์ความรู้ใหม่  ELO8 มีทักษะในการสอนและฝึกอบรม ICT  ELO9 มีทักษะในทาง ICT 
  20. 20. Course Learning Outcomes: CLOs ลําดับ TQF/ OBE ELO CLO 1 คุณธรรม จริยธรรม 2 ความรู้ 3 ทักษะทางปัญญา 4 ทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความ รับผิดชอบ 5 ทักษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสื่อสาร และการ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ 6 ทักษะเฉพาะวิชาชีพ
  21. 21. ExpectedLearning Outcomes: ELOs
  22. 22. หมวดที่ 3
  23. 23. มาตรฐาน AUN-QA
  24. 24. เทคนิคการเขียนเอกสารประกอบการสอน •การเรียงลําดับเนื้อหา •แผนผังความคิด •การเขียนความหมายของเรื่อง •การใชภาพประกอบเอกสาร •การใชแผนภูมิ •การใชตารางประกอบ •การใชสูตรและสมการ •การยกคํากลาวในเนื้อหา
  25. 25. แผนผังความคิด 7.4 ลําดับ และอนุกรม 7.1.1 แนวคิดเกี่ยวกับความสัมพันธ 7.1.2 โดเมนและเรนจความสัมพันธ 7.2 ฟงกชัน ความสัมพันธ และฟงกชัน 7.1.3 ความสัมพันธผกผัน 7.1 ความสัมพันธ 7.2.1 แนวคิดเกี่ยวกับฟงกชัน 7.2.2 พีชคณิตของฟงกชัน 7.2.3 ฟงกชันประกอบ 7.3.1 ฟงกชันไปทั่วถึง 7.3.2 ฟงกชันหนึ่งตอหนึ่ง 7.3.3 ฟงกชันสมนัยหนึ่งตอหนึ่ง 7.3.4 ฟงกชันเพิ่มและฟงกชันลด 7.4.1 ลําดับ 7.4.2 อนุกรม 7.3 สมบัติของฟงกชัน
  26. 26. การเรียงลําดับเนื้อหา ตอนที่ 7.1 ความสัมพันธ 7.1.1 แนวคิดเกี่ยวกับความสัมพันธ และ ผลคูณคารทีเซียน 7.1.2 โดเมนและเรนจของความสัมพันธ 7.1.3 ความสัมพันธผกผัน ตอนที่ 7.2 ฟงกชัน 7.2.1 แนวคิดเกี่ยวกับฟงกชัน 7.2.2 พีชคณิตของฟงกชัน 7.2.3 ฟงกชันประกอบ ตอนที่ 7.3 สมบัติของฟงกชัน 7.3.1 ฟงกชันไปทั่วถึง 7.3.2 ฟงกชันหนึ่งตอหนึ่ง 7.3.3 ฟงกชันสมนัยหนึ่งตอหนึ่ง 7.3.4 ฟงกชันเพิ่มและฟงกชันลด ตอนที่ 7.4 ลําดับ และอนุกรม 7.4.1 ลําดับ 7.4.2 อนุกรม
  27. 27. การเขียนความหมาย • การจัดการการเปลี่ยนแปลง หมายถึง การวางแผนการดําเนินการตาง ๆ ที่จะลดผลกระทบที่ เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงและสนับสนุนใหเกิดการปรับตัวและการยอมรับ พรอมทั้งสรางศัพย ภาพใหม ๆ เพื่อรองรับใหการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอยางเปนผลตามเปาหมายที่วางไว (สํานักงาน คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ, 2548) • การจัดการการเปลี่ยนแปลง หมายถึง การกระทําที่จะกอใหเกิดผลลัพธโดยการเปลี่ยนแปลง พฤติกรรม ทําใหเกิดผลกระทบตอกระบวนการทางธุรกิจ เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสรางองคกร หรือการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมภายในองคกร (Voehl & Harrington, 2016) • การจัดการการเปลี่ยนแปลง หมายถึง การดูแลผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงตอองคการเกิด จากการเปลี่ยนแปลงในสี่ดาน คือ การเปลี่ยนแปลงโครงสรางองคการ การเปลี่ยนแปลงคน การ เปลี่ยนแปลงกระบวนการทํางาน และการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรม (บุษกร วัชรศรีโรจน, 2548)
  28. 28. การใชภาพประกอบเอกสาร
  29. 29. การใชแผนภูมิในเนื้อหา
  30. 30. การใชตารางในเนื้อหา
  31. 31. การเขียนสูตรและสมการ
  32. 32. การยกคํากล่าว “...........” ในเนื้อหา
  33. 33. การแทรกเทคโนโลยีดิจิทัลในเนื้อหา
  34. 34. เขียนแทรกคุณธรรมจริยธรรม
  35. 35. บทที่ ..... เพิ่มเติมจากคําอธิบายรายวิชา •บทที่ ... กรณีศึกษา… (Case Study) •บทที่ ... ถอดบทเรียน.. (Lesson Learn) •บทที่ ... ประสบการณวิชาชีพ.. (Professional Experience) •บทที่ ... สมรรถนะวิชาชีพ… (Competency) •บทที่ ... ถายทอดเทคโนโลยี… (Technology Transfer) •บทที่ ... แลกเปลี่ยนเรียนรู … (Knowledge Sharing ) •บทที่ ... เรื่องเลา … (Storytelling)
  36. 36. เขียนกรณีศึกษา (Case Study)
  37. 37. เขียนถอดบทเรียน (Lesson Learn)
  38. 38. ประสบการณวิชาชีพ
  39. 39. สมรรถนะวิชาชีพ
  40. 40. เขียนถายทอดเทคโนโลยี
  41. 41. แลกเปลี่ยนเรียนรู
  42. 42. การเลาเรื่อง (Storytelling)
  43. 43. องคความรูใหม •ขอคนพบจากการวิจัย •ผลการทดลองจากหองปฏิบัติการ •การวิจัยดําเนินการ •ขอมูลเชิงประจักษ •ขอมูลภาคสนาม •การวิเคราะหอภิมาน •PRISMA
  44. 44. ผลการทดลองจากหองปฏิบัติการ
  45. 45. ข้อมูลเชิงประจักษ์/ ข้อมูลภาคสนาม
  46. 46. เขียนผลวิเคราะหอภิมาน (Meta Analysis)
  47. 47. PRISMA Preferred Reporting Items for Systematic Reviews and Meta Analyses
  48. 48. การประเมินสมรรถนะ
  49. 49. สมรรถนะ competency
  50. 50. หลักสูตรฐานสมรรถนะ
  51. 51. แบบวัดสมรรถนะ
  52. 52. การประเมินตามสภาพจริง
  53. 53. การประเมินตามสภาพจริงกับรูบริค
  54. 54. ตารางให้คะแนน Rubrics ขั้นตอน การปฏิบัติงาน ระดับคุณภาพการปฏิบัติงาน นํ้าหนัก คะแนน ๓ ๒ ๑ ๐ 1 - 2
  55. 55. ดี (3 คะแนน) พอใช(2คะแนน) ปรับปรุง(1 คะแนน) ๑. ความคิดริเริ่มสรางสรรค ๑. มีความคิดในการวาดภาพ ตามความคิดเห็นของกลุม ๒. ไมลอกความคิดในการวาด ภาพของคนอื่น ๓. ระบายสีอยางสวยงาม สอดคลองกับเซลลพืชและเซลล สัตว ปฏิบัติได ๒ ใน ๓ ขอ ปฏิบัติได ๑ ใน ๓ ขอ ๒. ความสมบูรณของชิ้นงาน ๓. การนําเสนอผลงาน เกณฑการใหคะแนนแบบระดับคุณภาพ แบบ Analytic Scoring Rubrics 58
  56. 56. ดี (3 คะแนน) พอใช(2คะแนน) ปรับปรุง (1 คะแนน) การเขียนแบบ ภาพสามมิติ ผลงานของนักเรียน แตกตางจากคนอื่นอยาง ชัดเจน ชิ้นงานมีความ สมบูรณถูกตองตามตาม คําสั่ง และมีการนําเสนอ ผลงานเหมาะสม ผลงานของนักเรียน แตกตางจากคนอื่นอยาง ชัดเจน ชิ้นงานมีความ สมบูรณถูกตองตามตาม คําสั่ง ผลงานของนักเรียนไม แตกตางจากคนอื่นอยาง ชัดเจน เกณฑการใหคะแนนแบบระดับคุณภาพ แบบ Holistic Scoring Rubrics 59
  57. 57. ขั้นตอนการสรางเกณฑการใหคะแนนแบบระดับคุณภาพ (Scoring Rubrics) 1. กําหนดระดับหรือคุณภาพที่ตองการใหคะแนน เชน 2 ระดับ คะแนนเต็ม กับไมไดคะแนน 3 ระดับ คือ คะแนนเต็ม (2 คะแนน) ไดคะแนนบางสวน (1 คะแนน) ไมไดคะแนน (0 คะแนน) 2. พิจารณาขอคําถามสถานการณ แลวกําหนดประเด็นสําคัญตามจุดประสงคของการวัดเพื่อ นําไปเปนประเด็นในแตละระดับใหครบถวนและคลอบคลุม พยายามเรียงตามลําดับ ความสําคัญของประเด็นที่ตองการวัด 60
  58. 58. 3. วิธีการเขียนคําอธิบายในแตละระดับสามารถเขียนได 3 รูปแบบ คือ แบบที่ 1 กําหนดคําอธิบายแบบลดลง หมายถึง การเขียนเกณฑการใหคะแนนโดยเริ่มเขียนเกณฑที่ระดับคุณภาพสูง สุดหรือไดคะแนนเต็มกอนแลวลดคะแนนตามคุณภาพที่ลดลง แบบที่ 2 กําหนดคําอธิบายแบบบวกหรือเพิ่มขึ้น หมายถึง การเริ่มตนที่ระดับคุณภาพต่ําสุดหรือไมไดคะแนนกอนแลว เพิ่มระดับคุณภาพตามระดับคะแนนที่เพิ่มขึ้นไปตามลําดับ แบบที่ 3 กําหนดคําอธิบายแบบเพิ่มขึ้นและลดลง หมายถึง การเริ่มตนที่ระดับคุณภาพกลาง(พึงพอใจ/ผานเกณฑ) แลวเพิ่มระดับคุณภาพตามคะแนนที่เพิ่มขึ้น(ดี/ดีมาก) และลดระดับคุณภาพตามคะแนนที่ลดลง(ปรับปรุง)ไป ตามลําดับ ขั้นตอนการสรางเกณฑการใหคะแนนแบบระดับคุณภาพ (Scoring Rubrics) 61
  59. 59. 4. ตรวจสอบโดยคณะผูมีสวนรวมหรือผูเชี่ยวชาญทางการวัดผล 5. ทดลองใชเกณฑในการตรวจผลงานที่มีมาตรฐาน/คุณลักษณะ ตามเกณฑที่กําหนด 6. หาความสอดคลองในการตรวจขอสอบอัตนัยของกรรมการ 3 ทาน ในลักษณะของ inter rater reliability 7. ปรับปรุงเกณฑที่ไมไดมาตรฐาน ขั้นตอนการสรางเกณฑการใหคะแนนแบบระดับคุณภาพ (Scoring Rubrics) 62
  60. 60. การประเมินผลที่ล้มเหลว
  61. 61. บทสรุป เทคนิคการเขียนเอกสารประกอบการสอนและเอกสารคําสอน มี แนวทางในการเขียนไมแตกตางไปจากการเขียนตําราและหนังสือ ผูที่ ฝกเขียนเอกสารประกอบการสอนใหมีคุณภาพเทียบเทาตําราและ หนังสือ จะทําใหไดเอกสารที่มีคุณภาพสูง สงผลตอคุณภาพของผูเรียน และสงผลใหผูเขียนมีคุณสมบัติที่จะไดดํารงตําแหนงทางวิชาการที่ สูงขึ้นเชนกัน การจัดทําเอกสารการสอนที่สมบูรณก็พัฒนาไปสูตํารา หรือหนังสือไดอยางงายดาย ไมตองเสียเวลาเขียนตําราใหมเนื่องจาก ใชเอกสารการสอนที่สมบูรณแลวพัฒนาเปนตําราและหนังสือได
  62. 62. Q/A
  63. 63. ศาสตราจารย ดร.ปรัชญนันท นิลสุข ภาควิชาครุศาสตรเทคโนโลยีและสารสนเทศ คณะครุศาสตรอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกลาพระนครเหนือ 081-7037515 LINE : prachyanun prachyanunn@kmutnb.ac.th http://www.facebook.com/prachyanun http://www.prachyanun.com

×