Ce diaporama a bien été signalé.
Nous utilisons votre profil LinkedIn et vos données d’activité pour vous proposer des publicités personnalisées et pertinentes. Vous pouvez changer vos préférences de publicités à tout moment.

ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์

1 161 vues

Publié le

  • Soyez le premier à commenter

  • Soyez le premier à aimer ceci

ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์

  1. 1. ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ www.themegallery.com
  2. 2. การวัดผลประเมินผล <ul><li>คะแนนระหว่างภาคเรียน </li></ul><ul><li> คะแนนจิตพิสัย 10 คะแนน </li></ul><ul><li>คะแนนรายงาน 10 คะแนน </li></ul><ul><li>คะแนนปฏิบัติ 40 คะแนน </li></ul><ul><li> คะแนนสอบกลางภาค 20 คะแนน </li></ul><ul><li>คะแนนสอบปลายภาค 20 คะแนน </li></ul><ul><li>รวม 100 คะแนน </li></ul>
  3. 3. บทที่ 1 ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ความหมายของคอมพิวเตอร์ 1 3 ยุคของคอมพิวเตอร์ 3 2 หลักการทำงานของคอมพิวเตอร์ การแบ่งประเภทเครื่องคอมพิวเตอร์ 3 4 ส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์ 5
  4. 4. ความหมายของคอมพิวเตอร์ <ul><li>คอมพิวเตอร์ (Computer) หมายถึง เครื่องมือไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์ในการทำงานทางด้านการคำนวณเป็นหลัก </li></ul><ul><li>ขั้นตอนการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ เริ่มต้นเมื่อผู้ใช้ ป้อนกระแสไฟฟ้าให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งคอมพิวเตอร์จะมีหน่วยประมวลผลกลาง หรือซีพียู ทำหน้าที่ทำงานตามกลุ่มคำสั่งที่ผู้ใช้ป้อนคำสั่งเข้าไปในเครื่องคอมพิวเตอร์ เรียกว่าโปรแกรมคอมพิวเตอร์ </li></ul>
  5. 5. ความหมายของคอมพิวเตอร์ <ul><li>คอมพิวเตอร์รับคำสั่งเข้าไปในเครื่องทำการประมวลผลเรียบร้อยแล้ว เครื่องจะรายงานผลลัพธ์ออกมาทางหน้าจอ หรือเครื่องพิมพ์ </li></ul>
  6. 6. ยุคของคอมพิวเตอร์ <ul><li>ยุคที่ 1 ประมาณ พ . ศ . 2494 – 2501 </li></ul><ul><li>เป็นยุคที่คอมพิวเตอร์มีขนาดใหญ่ ลักษณะเครื่องเป็นแบบอิเล็กทรอนิกส์ดิจิตอลคอมพิวเตอร์ ซึ่งใช้ หลอดสูญญากาศ วงจรไฟฟ้าและมีความเร็วในการทำงานเป็นวินาที ซึ่งต้องใช้พลังงานความร้อนสูงในขณะทำงาน </li></ul>
  7. 7. ยุคของคอมพิวเตอร์ <ul><li>ยุคที่ 2 ประมาณ พ . ศ . 2502 – 2507 </li></ul><ul><li>เป็นคอมพิวเตอร์ที่ใช้ทรานซิสเตอร์ โดยมีแกนเฟอร์ไรท์เป็นหน่วยความจำ มีอุปกรณ์เก็บข้อมูลสำรองในรูปของสื่อบันทึกแม่เหล็ก เช่น จานแม่เหล็ก ส่วนทางด้านซอฟต์แวร์ก็มีการพัฒนาดีขึ้น โดยสามารถเขียนโปรแกรมด้วยภาษาระดับสูงซึ่งเป็นภาษาที่เขียนเป็นประโยคที่คนสามารถเข้าใจได้ เช่น ภาษาฟอร์แทน ภาษาโคบอล เป็นต้น ภาษาระดับสูงนี้ได้มีการพัฒนาและใช้งานมาจนถึงปัจจุบัน </li></ul>
  8. 8. ยุคของคอมพิวเตอร์ <ul><li>ยุคที่ 3 ประมาณ พ . ศ . 2508 – 2514 </li></ul><ul><li>เป็นคอมพิวเตอร์ที่ใช้วงจรรวม ( Integrated Circuit : IC) โดยวงจรรวมแต่ละตัวจะมีทรานซิสเตอร์บรรจุอยู่ภายในมากมายทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์จะออกแบบซับซ้อนมากขึ้น และสามารถสร้างเป็นโปรแกรมย่อย ๆ ในการกำหนดชุดคำสั่งต่าง ๆ </li></ul><ul><li>ทางด้านซอฟต์แวร์ก็มีระบบควบคุมที่มีความสามารถสูง </li></ul><ul><li>ทั้งในรูประบบแบ่งเวลาการทำงานให้กับงานหลาย ๆ อย่าง </li></ul>
  9. 9. ยุคของคอมพิวเตอร์ <ul><li>ยุคที่ 4 ประมาณ พ . ศ . 2515 – 2523 </li></ul><ul><li>เป็นยุคของคอมพิวเตอร์ที่ใช้วงจรรวมความจุสูงมาก ( Very Large Scale Integration : VLSI) เช่น ไมโครโพรเซสเซอร์ที่บรรจุทรานซิสเตอร์นับหมื่นนับแสนตัว ทำให้ขนาดเครื่องคอมพิวเตอร์มีขนาดเล็กลงสามารถตั้งบนโต๊ะในสำนักงานหรือพกพาเหมือนกระเป๋าหิ้วไปในที่ต่าง ๆ ได้ ขณะเดียวกันระบบซอฟต์แวร์ก็ได้พัฒนาขีดความสามารถสูงขึ้นมาก มีโปรแกรมสำเร็จให้เลือกใช้กันมากทำให้เกิดความสะดวกในการใช้งานอย่างกว้างขวาง </li></ul>
  10. 10. ยุคของคอมพิวเตอร์ <ul><li>ยุคที่ 5 ประมาณ พ . ศ . 2523 – ปัจจุบัน </li></ul><ul><li>เป็นคอมพิวเตอร์ที่มนุษย์พยายามนำมาเพื่อช่วยในการตัดสินใจและแก้ปัญหาให้ดียิ่งขึ้น โดยจะมีการเก็บความรอบรู้ต่าง ๆ เข้าไว้ในเครื่อง สามารถเรียกค้นและดึงความรู้ที่สะสมไว้มาใช้งานให้เป็นประโยชน์ คอมพิวเตอร์ยุคนี้เป็นผลจากวิชาการด้านปัญญาประดิษฐ์ ( Artificial Intelligence : AI) ประเทศต่างๆ ทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และประเทศในทวีปยุโรปกำลังสนใจค้นคว้าและพัฒนาทางด้านนี้กันอย่างจริงจัง </li></ul>
  11. 11. หลักการทำงานของคอมพิวเตอร์ <ul><li>การทํางานของคอมพิวเตอร์ แบ่งออกเป็น 4 ส่วน ดังนี้ </li></ul><ul><li>1. หน่วยรับข้อมูล ( Input Unit) ทําหน้าที่ในการรับข้อมูลหรือคําสั่งจากภายนอกเข้าไปเก็บไว้ในหน่วยความจํา เพื่อเตรียมประมวลผลข้อมูลที่ต้องการ </li></ul><ul><li>  ซึ่งอุปกรณ์ที่ใช้ในการนําข้อมูลที่ใช้กันอยู่ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันนั้น  มีอยู่หลายประเภทด้วยกัน             </li></ul>
  12. 12. หลักการทำงานของคอมพิวเตอร์ <ul><li>อุปกรณ์ที่นิยมใช้ในปัจจุบันมี ดังต่อไปนี้             - Keyboard            - Mouse            - Disk Drive            - Hard Drive            - CD-Rom            - Magnetic Tape            - Card Reader            - Scanner             </li></ul>
  13. 13. หลักการทำงานของคอมพิวเตอร์ <ul><li>2. หน่วยประมวลผลกลาง ( Central Processing Unit) </li></ul><ul><li>ทําหน้าที่ในการคํานวณและประมวลผล แบ่งออกเป็น 2 หน่วยย่อย </li></ul><ul><li>- หน่วยควบคุม  ทําหน้าที่ในการดูแล ควบคุมลําดับขั้นตอนของการประมวลผล และการทํางานของอุปกรณ์ต่างๆ ภายในหน่วยประมวลผลกลาง  และช่วยประสานงานระหว่างหน่วยประมวลผลกลาง กับอุปกรณ์นําเข้าข้อมูล อุปกรณ์ในการแสดงผล และหน่วยความจําสํารอง                        </li></ul>
  14. 14. หลักการทำงานของคอมพิวเตอร์ <ul><li>            </li></ul>     - หน่วยคํานวณและตรรก ทําหน้าที่ในการคํานวณและเปรียบเทียบข้อมูลต่างๆ ที่ส่งมาจากหน่วยควบคุม และหน่วยความจํา
  15. 15. หลักการทำงานของคอมพิวเตอร์ <ul><li>3. หน่วยความจํา ( Memory)         ทําหน้าที่ในการเก็บข้อมูลหรือคําสั่งต่างๆ ที่รับจากภายนอกเข้ามาเก็บไว้ เพื่อประมวลผลและยัง เก็บผลที่ได้จากการประมวลผลไว้เพื่อแสดงผลอีกด้วย ซึ่งแบ่งออกเป็น        หน่วยความจํา เป็นหน่วยความจําที่มีอยู่ ในตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ ทําหน้าที่ในการเก็บคําสั่งหรือข้อมูล </li></ul>
  16. 16. หลักการทำงานของคอมพิวเตอร์ <ul><li>  แบ่งออกเป็น     - ROM หน่วยความจําแบบถาวร     - RAM หน่วยความจําแบบชั่วคราว     - หน่วยความจําสํารอง  เป็นหน่วยความจําที่อยู่นอกเครื่อง มีหน้าที่ช่วยให้หน่วยความจําหลักสามารถเก็บข้อมูล </li></ul><ul><li>ได้มากขึ้น     </li></ul>
  17. 17. หลักการทำงานของคอมพิวเตอร์ <ul><li>4. หน่วยแสดงผล ( Output Unit)         ทําหน้าที่ในการแสดงผลลัทธ์ที่ได้หลังจากการคํานวณและประมวลผล สําหรับอุปกรณ์ที่ ทําหน้าที่ ในการแสดงผลข้อมูลที่ได้นั้นมีต่อไปนี้             - Monitor จอภาพ             - Printer เครื่องพิมพ์             - Plotter เครื่องพิมพ์ที่ใช้ปากกาในการเขียนข้อมูลต่างๆ ที่ต้องการลงกระดาษ             </li></ul>
  18. 18. การแบ่งประเภทเครื่องคอมพิวเตอร์ <ul><li>ลักษณะและประเภทของคอมพิวเตอร์ </li></ul><ul><li>การจัดแบ่งประเภทเครื่องคอมพิวเตอร์อาจจะแบ่งได้หลายกรณีด้วยกัน  แต่ในที่นี้จะอาศัยหลักการโดยใช้ความเร็ว และขนาดของหน่วยความจำบันทึกข้อมูลเป็นหลักของการแบ่งลักษณะและประเภทเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งสามารถแบ่งได้ 4 ประเภท ได้แก่ </li></ul><ul><li>                </li></ul>
  19. 19. <ul><li>1. Super Computer </li></ul><ul><li>เป็นคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพสูง มีความเร็วในการประมวลผลที่สูงประมาณ 100 คำสั่งต่อวินาที และมีขนาดความจำปริมาณมาก ต้องการห้องที่สามารถปรับอุณหภูมิได้ และมักจะใช้งานในวิจัยต่าง ๆ เช่น การวิจัยเกี่ยวกับ ดินฟ้าอากาศ ( อุตุนิยมวิทยา ) การวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียม การวิเคราะห์ด้านโมเลกุลของสารต่าง ๆ </li></ul><ul><li>                </li></ul>การแบ่งประเภทเครื่องคอมพิวเตอร์
  20. 20. <ul><li>2. Mainframe Computer </li></ul><ul><li>เป็นคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพรองมาจาก Super Computer มีความต้องการการบำรุงรักษาคล้าย ๆ กับ Super Computer   แต่มักจะพบในองค์กรขนาดใหญ่  เช่น ธนาคาร ธุรกิจการบิน บริษัท และมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เพราะเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่สามารถเชื่อมโยงกับเครื่องปลายทางได้จำนวนมาก ทำให้สามารถตอบสนองการใช้งานของผู้ใช้ได้พร้อมกันหลาย ๆ คน </li></ul><ul><li>            </li></ul>การแบ่งประเภทเครื่องคอมพิวเตอร์
  21. 21. <ul><li>3. Mini Computer </li></ul><ul><li>เป็นคอมพิวเตอร์ขนาดกลาง ที่มักจะพบในหน่วยงานบริษัทที่ใช้งานเฉพาะด้าน เช่น ประมวลผลงานบัญชี โดยสามารถนำไปเชื่อมต่อกับเครื่องปลายทางได้หลายเครื่อง โดยมีลักษณะการทำงานแบบ การประมวลผลกระทำอยู่ที่ส่วนกลาง แล้วนำไปประมวลผลที่เครื่องปลายทาง โดยที่เครื่องปลายทางไม่ต้องประมวลผลเอง ( Centralized) </li></ul><ul><li>            </li></ul>การแบ่งประเภทเครื่องคอมพิวเตอร์
  22. 22. <ul><li>4. Micro Computer </li></ul><ul><li>คอมพิวเตอร์ใช้งานที่พบได้อย่างแพร่หลาย โดยอาจจะพบได้ทั้งในรูปของเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลแบบตั้งโต๊ะ ( Personal Computer) หรือแบบพกพา ( Portable Computer) ลักษณะต่าง ๆ </li></ul><ul><li>            </li></ul>การแบ่งประเภทเครื่องคอมพิวเตอร์
  23. 23. ส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์ <ul><li>ส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์ </li></ul><ul><li>โดยหลักการแล้ว ส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์ ประกอบ </li></ul><ul><li>ไปด้วยอุปกรณ์ที่ทำงานตามหน้าที่ 4 ส่วนด้วยกัน คือ      1.) ส่วนรับข้อมูล ( Input Unit)     2.) ส่วนประมวลผลข้อมูล ( Central Processing Unit)     3.) ส่วนแสดงผล ( Output Unit)     4.) หน่วยความจำ ( Memory Unit) </li></ul><ul><li>            </li></ul>
  24. 24. <ul><li>1.) ส่วนรับข้อมูล ( Input Unit) </li></ul><ul><li>     ส่วนรับข้อมูล ( Input Unit) เป็น ส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์ ที่ทำหน้าที่รับข้อมูลจากคน และส่งต่อข้อมูลไปยัง หน่วยประมวลผล ( Process Unit) เพื่อทำการประมวลผลต่อไป รูปแบบการส่งข้อมูลจากอุปกรณ์รับข้อมูลจะอยู่ในรูปของการส่งสัญญาณเป็นรหัสดิจิตอล ( หรือเป็นเลข 0 กับ 1) นั่นเอง อุปกรณ์ส่วนรับข้อมูล ได้แก่      </li></ul><ul><li>            </li></ul>ส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์
  25. 25. <ul><li>คีย์บอร์ด ( keyboard)      - เมาส์ ( mouse)      - สแกนเนอร์ ( scanner)      - อุปกรณ์สแกนลายนิ้วมือ ( finger scan)      - ไมโครโฟน ( microphone)      - กล้องเว็บแคม ( webcam)      อุปกรณ์ใน ส่วนรับข้อมูล ยังมีอีกมากมายและสามารถจะยังมีเพิ่มตามขึ้นไปเรื่อยๆ ตามการพัฒนาด้านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์             </li></ul>ส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์
  26. 26. <ul><li>2.) ส่วนประมวลผลข้อมูล ( Central Processing Unit) </li></ul><ul><li>     ส่วนประมวลผลข้อมูล ( Central Processing Unit) เป็นส่วนที่ทำหน้าที่ในการประมวลผลข้อมูลที่รับมาจาก ส่วนรับข้อมูล ( Input Unit) เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ อีกทั้งยังทำหน้าที่ในการควบคุมการทำงานต่างๆ ภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ </li></ul><ul><li>            </li></ul>ส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์
  27. 27. <ul><li>3.) หน่วยแสดงผล ( Output Unit) </li></ul><ul><li>     หน่วยแสดงผล ( Output Unit) เป็นหน่วยที่แสดงผลลัพธ์ที่มาจากการประมวลผลข้อมูล ของส่วนประมวลผลข้อมูล โดยปกติรูปแบบของการแสดงผล มีอยู่ 2 แบบ ด้วยกันคือ แบบที่สามารถเก็บไว้ดูภายหลังได้ และแบบที่ไม่มีสำเนาเก็บไว้      - แบบที่สามารถเก็บไว้ดูภายหลังได้ เช่น เครื่องพิมพ์ ( Printer) และ เครื่องวาด ( Plotter) </li></ul><ul><li>            </li></ul>ส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์
  28. 28. <ul><li>แบบที่ไม่มีสำเนาเก็บไว้ เช่น จอภาพ ( Monitor) , เครื่องฉายภาพ ( LCD Projector) และ ลำโพง ( Speaker)             </li></ul>ส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์
  29. 29. หลักการทำงานของคอมพิวเตอร์ <ul><li>4.) หน่วยความจำ ( Memory Unit) </li></ul><ul><li>     หน่วยความจำ ( Memory Unit) อุปกรณ์เก็บสถานะข้อมูลและชุดคำสั่ง เพื่อการประมวลผลของคอมพิวเตอร์ แบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ หน่วยความจำชั่วคราวและหน่วยความจำถาวร           </li></ul><ul><li>            </li></ul>
  30. 30. หลักการทำงานของคอมพิวเตอร์ <ul><li>หน่วยความจำชั่วคราว คือ แรม ( RAM: Random Access Memory) เป็นหน่วยความจำที่ใช้ขณะคอมพิวเตอร์ทำงาน ข้อมูลและชุดคำสั่งจะหายไปทุกครั้งที่เราปิดเครื่อง   - หน่วยความจำถาวร หรือ หน่วยความจำหลัก ได้แก่ ฮาร์ดดิสก์ Hard Disk ที่ใช้ในการเก็บข้อมูล และ รอม ( ROM: Read Only Memory) ที่ใช้ในการเก็บค่าไบออส หน่วยความจำถาวรจะใช้ในการเก็บข้อมูลของเครื่องคอมพิวเตอร์และจะไม่สูญหายเมื่อปิดเครื่อง Harddisk </li></ul><ul><li>Kapook Glitter </li></ul><ul><li>Kapook Glitter รวบรวม Glitter Comment ใน Hi5 Myspace และ Planet มากมาย ที่นี่เลยค่ะ            มีอีกเพียบคลิกเล้ย </li></ul><ul><li>             </li></ul>
  31. 31. Thank You !

×