Ce diaporama a bien été signalé.
Nous utilisons votre profil LinkedIn et vos données d’activité pour vous proposer des publicités personnalisées et pertinentes. Vous pouvez changer vos préférences de publicités à tout moment.

โครงงาน อนุรักษ์หนองน้ำสร้าง (จริง)

13 621 vues

Publié le

เป็นโครงงานที่ดี และส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อมในบ้านหนองคูอย่างยิ่ง

Publié dans : Environnement
  • Soyez le premier à commenter

โครงงาน อนุรักษ์หนองน้ำสร้าง (จริง)

  1. 1. 1 บทที่ 1 บทนำ 1. หลักกำรและเหตุผล เนื่องจากหนองน้าสร้าง ของหมูบ่้านหนองคู เป็นหนองน้าที่ชาวบ้านชว่ยกนัขุดลอกขึ้นมา เพื่อใช้ประโยชน์ในการอุปโภคและทา การเกษตรร่วมกนัของชาวบ้าน ปัจจุบันหนองน้าสร้างได้ถูกทา ลายเป็นอันมาก เนื่องจากความรู้เทา่ไมถึ่งการณ์ของชาวบ้าน โดยการทิ้งขยะมูลฝอยลงในแหลง่น้าทา ให้น้าสกปรก การใช้ปุ๋ยเคมีและยาฆา่แมลในสวนผักเมื่อฝนตกลงมาน้าที่ปนเปื้อนด้วยสารเคมีเหลา่นั้นก็ไหลลงสู่ หนองน้าสร้าง การนาสัตว์เลี้ยงลงไปกินน้าทา ให้ตลิ่งพังเสียหาย การใช้ไฟฟ้าช๊อตปลาทา ให้สัตว์น้าตายเป็นจา นวนมาก ด้วยความจา เป็นดังกลา่วจึงจา เป็นต้องทา การอนุรักษ์แหลง่น้าของชุมชน เพื่อให้เป็นแหลง่น้าเพื่อก ารอุปโภคและทา การเกษตร กลับมาสู่สภาพปกติ 2. วัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษานาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการปฏิบัติในกิจกรรม 2. เพื่อฝึกปฏิบัติกิจกรรมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ “หนองน้าสร้าง” 3. สมมติฐำน การอนุรักษ์หนองน้าสร้างจะทา ให้โรงเรียนบ้านหนองคูโนนแกว้หนองอียา่ และชาวบ้านหนองคู มีแหลง่น้าเพื่อการอุปโภคและทา การเกษตรที่สมบูรณ์ พร้อมทั้งทา ให้นักเรียนและคนในชุมชนมีจิตสานึกและเห็นความสาคัญของหนองน้าสร้าง 4. ขอบเขตของโครงงำน 1. อนุรักษ์หนองน้าสร้าง บ้านหนองคู หมู่ 5 ตา บลธาตุ อ.วงัหิน จ. ศรีสะเกษ 2. ครู นักเรียน และบุคลากรโรงเรียนบ้านหนองคูโนนแกว้หนองอียา่ จา นวน 150 คน 3. ชาวบ้านหนองคู จา นวน 100 คน 5. นิยำมศัพท์เฉพำะ การอนุรักษ์ หมายถึง การปฏิบัติกิจกรรมที่ส่งผลให้สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติของหนองน้าสร้างคง สภาพที่ปกติ หนองน้าสร้าง หมายถึง หนองน้าสาธารณะบ้านหนองคู
  2. 2. 2 6. กำรบูรณำกำรกับปรัชญำเศรษฐกิจพอเพียง 1. ควำมพอประมำณ 1. กิจกรรมไมก่ระทบการเรียน 2. ใช้งบประมาณน้อยที่สุด 3. ทา กิจกรรมที่เด็กสามารถทา ได้ 2. ควำมมีเหตุผล 1. หนองน้าสร้างเป็นแหลง่น้าหลักของหมูบ่้าน 2. แหลง่น้าเป็นสิ่งจา เป็นของชุมชน 3. การกกัเก็บน้าทา ให้สภาพแวดล้อมอุดมสมบูรณ์ 4. แหลง่น้าเป็นองค์ประกอบของทฤษฎีใหม่ 3. กำรมีภูมิคุ้มกันในตัวทดีี่ 1. ควรมีข้อตกลงการใช้หนองน้า 2. ควรทา มีการเฝ้าระวงัตลอดปี 4. เงื่อนไขควำมรู้ 1. ศึกษารูปแบบการอนุรักษ์ 2. ปฏิบัติการอนุรักษ์ 3. บันทึกกิจกรรมอนุรักษ์ 5. เงื่อนไขคุณธรรม 1. มีจิตสานึกเพื่อส่วนรวม 2. ขยัน หมนั่เพียรทา กิจกรรม 3. ซื่อสัตย์ เคารพกฎ ข้อตกลง 7 ประโยชน์ทคี่ำดว่ำจะได้รับ 1. หนองน้าสร้างมีสภาพที่สมบูรณ์ สามารถใช้เป็นแหลง่น้าเพื่อการอุปโภคและทา การเกษตรได้ เป็นอยา่งดี 2 หนองน้าสร้างสามารถใช้เป็นแหลง่เพราะพันธุ์ของสัตว์น้าเพื่อใช้เป็นแหลง่อาหารของคนในชุ มชนได้
  3. 3. 3 3 นักเรียนและคนในชุมชนมีจิตสานึกและเห็นความสาคัญของหนองน้าสร้างซึ่งเป็นสมบัติของส าธารณะชน
  4. 4. 4 บทที่2 เอกสำรทเี่กี่ยวข้อง แนวทำงกำรอนุรักษ์ทรัพยำกรธรรมชำติ การเพิ่มประชากรอยา่งรวดเร็ว (Exponential) ทา ให้มีการนาทรัพยากรธรรมชาติมาใช้สนองความต้องการในการดา รงชีวิตมากยิ่งขึ้นทั้งทางด้านปริมาณแล ะคุณภาพ ซึ่งบางครั้งเกินความจา เป็น จนทา ให้ระบบนิเวศตา่ง ๆ เสียสมดุล ทรัพยากรธรรมชาติบางอยา่งเสื่อมโทรม ร่อยหรอหรือเกิดการเปลี่ยนแปลงจนไมส่ามารถเอื้อประโยชน์ได้เชน่เดิม จึงมีความจา เป็นอยา่งยิ่งที่จะต้องหาวิธีการ หรือมาตรการในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอยา่งเหมาะสมและมีเหตุผลเพียงพอ ทั้งนี้รวมไปถึงการควบคุมขนาดประชากรโลกให้มีความเหมาะสมกบัทรัพยากรของโลก ขณะเดียวกนัก็ต้องอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมควบคูไ่ปด้วย ในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติตามหัวข้อที่ 3.1.3นั้น ควรเน้นทรัพยากรธรรมชาติประเภทที่ 1 และ2 โดยมีมาตรการที่ทา ให้สามารถใช้ประโยชน์ได้ตลอดไปทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ ส่วนทรัพยากรธรรมชาติประเภทที่ 3 และ 4 ควรใช้กนัอยา่งประหยัดและเหมาะสม ทรัพยากรธรรมชาติที่ใช้แล้วหมดสิ้นไปควรใช้อยา่งประหยัดที่สุด แนวทำงกำรพัฒนำทรัพยำกรมนุษย์เพอื่สิ่งแวดล้อม มนุษย์เป็นผู้ใช้ทรัพยากรโดยตรง ซึ่งยอ่มจะต้องได้รับผลกระทบ อันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลง ของสิ่งแวดล้อม ถ้าหากพิจารณา ถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมแล้ว จะเห็นได้วา่ ล้วนเป็นเหตุมาจาก การเพิ่มจา นวนประชากร และการเพิ่มปริมาณ การบริโภคทรัพยากร ของมนุษย์เอง โดยมุง่ยกระดับมาตรฐาน การดา รงชีวิต และมีการผลิตเครื่องอุปโภคมากขึ้น มีการนาใช้ ทรัพยากรธรรมชาติมากขึ้น กอ่ให้เกิดสารพิษ อยา่งมากมาย สิ่งแวดล้อมหรือธรรมชาติ ไมส่ามารถจะปรับตัวได้ทัน และทา ให้ธรรมชาติ ไมส่ามารถรักษาสมดุลไวไ้ด้ อันจะส่งผลตอ่มนุษย์และโลกในที่สุด ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นนี้ จะเห็นได้วา่ เกิดจากการขาดความรู้ ความเข้าใจในความเป็นจริง ของสิ่งแวดล้อม และธรรมชาติ ขาดความรู้ความเข้าใจ ในความเป็นจริงของชีวิต และองค์ประกอบอื่น ของความเป็นมนุษย์ โดยที่มนุษย์เอง ก็เป็นส่วนหนึ่ง ของสิ่งแวดล้อม และธรรมชาติ ดังนั้น การนาความรู้
  5. 5. 5 ความเข้าใจ มาปรับปรุง พัฒนาการดา รงชีวิต ของมนุษย์ให้กลมกลืน กบัสิ่งแวดล้อม จึงน่าจะเป็น มาตราการที่ดีที่สุด ในการที่จะทา ให้มนุษย์ สามารถที่จะดา รงชีวิตอยู่ได้ อยา่งมนั่คง มีความสอดคล้อง และสามารถกลมกลืน กบัสิ่งแวดล้อมได้ทั้งในปัจจุบัน และอนาคต แนวทำงกำรพัฒนำทรัพยำกรมนุษย์เพอื่สิ่งแวดล้อมควรมีดังนี้ 1. การให้การศึกษาเกี่ยวกบัสิ่งแวดล้อม โดยเน้นให้ผู้เรียน ได้รู้จักธรรมชาติ ที่อยูร่อบตัวมนุษย์อยา่งแท้จริง โดยให้มีการศึกษาถึง นิเวศวิทยา และความสัมพันธ์ ระหวา่งมนุษย์ และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้มีความรู้จริง ในการดา รงชีวิต ให้ผสมกลมกลืน กบัธรรมชาติที่อยูโ่ดยรอบ ได้มุง่สอน โดยยึดหลักศาสนา โดยสอนให้คนมีชีวิต ความเป็นอยูอ่ยา่งเรียบง่าย ไมท่า ลายชีวิตอื่น ๆ ที่อยูใ่นธรรมชาติด้วยกนั พิจารณาถึง ความเป็นไปตามธรรมชาติที่เป็นอยู่ยอมรับความเป็นจริง ของธรรมชาติ และยอมรับความจริงนั้น โดยไมฝื่นธรรมชาติ ใช้ประโยชน์จากธรรมชาติ อยา่งสิ้นเปลืองน้อยที่สุด ทา ให้เกิดทรัพยากรมนุษย์ ที่มีคุณภาพเป็นที่ต้องการ ของสังคมและประเทศชาติ ในการพัฒนา 2. การสร้างจิตสานึกแห่งการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เป็นการทา ให้บุคคล เห็นคุณคา่และตระหนัก ในสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติ รวมทั้งผลกระทบ จากการทา กิจกรรม ที่ส่งผลตอ่สิ่งแวดล้อม สร้างความรู้สึก รับผิดชอบตอ่ปัญหาที่เกิดขึ้น ระหวา่งสิ่งแวดล้อม และการพัฒนา การสร้างจิตสานึก โดยการให้การศึกษา เกี่ยวกบัสิ่งแวดล้อม จะเป็นพื้นฐานในการพัฒนาจิตใจ ของบุคคล และยังมีผลตอ่ พฤติกรรม ของบุคคล ให้มีการเปลี่ยนแปลง การดา เนินชีวิต ได้อยา่งเหมาะสม สอดคล้องกลมกลืน กบัธรรมชาติ 3. การส่งเสริมให้มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยให้เอื้อต่อสิ่งแวดล้อม ดา รงชีวิต โดยสอดคล้องกบัธรรมชาติ ซึ่งการปรับเปลี่ยน พฤติกรรม ที่เอื้อตอ่สิ่งแวดล้อมนี้ จะเป็นสิ่งที่เกิดตามมา จากการให้การศึกษา และการสร้างจิตสานึก ทา ให้มีการดา รงชีวิต โดยไมเ่บียดเบียนธรรมชาติ หลักกำรอนุรักษ์ทรัพยำกรธรรมชำติ ในการอนุรักษ์และจัดการทรัพยากรธรรมชาติให้เหมาะสมและได้รับประโยชน์สูงสุด ควรคา นึงถึงหลักตอ่ไปนี้ 1. การอนุรักษ์และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ต้องคา นึงถึงทรัพยากรธรรมชาติอื่นควบคู่กนัไป เพราะทรัพยากรธรรมชาติตา่งก็มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์และส่งผลตอ่กนัอยา่งแยกไมไ่ด้ 2. การวางแผนการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอยา่งชาญฉลาด ต้องเชื่อมโยงกบัการพัฒนา สังคม
  6. 6. 6 เศรษฐกิจ การเมือง และคุณภาพชีวิตอยา่งกลมกลืน ตลอดจนรักษาไวซ้ึ่งความสมดุลของระบบนิเวศควบคู่กนัไป 3. การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ต้องร่วมมือกนัทุกฝ่าย ทั้งประชาชนในเมือง ในชนบท และผู้บริหาร ทุกคนควรตระหนักถึงความสาคัญของทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมตลอดเวลา โดนเริ่มต้นที่ตนเองและท้องถิ่นของตน ร่วมมือกนัทั้งภายในประเทศและทั้งโลก 4. ความสาเร็จของการพัฒนาประเทศขึ้นอยูกั่บความอุดมสมบูรณ์และความปลอดภัยของทรัพยากรธรรมชาติ ดังนั้นการทา ลายทรัพยากรธรรมชาติจึงเป็นการทา ลายมรดกและอนาคตของชาติด้วย 5. ประเทศมหาอา นาจที่เจริญทางด้านอุตสาหกรรม มีความต้องการทรัพยากรธรรมชาติเป็นจา นวนมาก เพื่อใช้ป้อนโรงงานอุตสาหกรรมในประเทศของตน ดังนั้นประเทศที่กา ลังพัฒนาทั้งหลายจึงต้องชว่ยกนัป้องกนัการแสวงหาผลประโยชน์ของประเทศมหาอา นา จ 6. มนุษย์สามารถนาเทคโนโลยีตา่ง ๆ มาชว่ยในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติได้ แตก่ารจัดการนั้นไมค่วรมุง่เพียงเพื่อการอยู่ดีกินดีเทา่นั้น ต้องคา นึงถึงผลดีทางด้านจิตใจด้วย 7. การใช้ทรัพยากรธรรมชาติในสิ่งแวดล้อมแต่ละแห่งนั้น จา เป็นต้องมีความรู้ในการรักษาทรัพยากรธรรมชาติที่จะให้ประโยชน์แกม่นุษย์ทุกแง่ทุกมุม ทั้งข้อดีและข้อเสีย โดยคา นึงถึงการสูญเปลา่อันเกิดจากการใช้ทรัพยากรธรรมชาติด้วย 8. รักษาทรัพยากรธรรมชาติที่จา เป็นและหายากด้วยความระมัดระวงั พร้อมทั้งประโยชน์และการทา ให้อยูใ่นสภาพที่เพิ่มทั้งทางด้านกายภาพและเศรษฐกิจเทา่ที่ทา ได้ รวมทั้งจะต้องตระหนักเสมอวา่ การใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่มากเกินไปจะไมเ่ป็นการปลอดภัยตอ่สิ่งแวดล้อม 9. ต้องรักษาทรัพยากรที่ทดแทนได้ โดยให้มีอัตราการผลิตเทา่กบัอัตราการใช้หรืออัตราการเกิดเท่ากับอัตราการตายเป้นอย่างน้อย 10. หาทาวปรับปรุงวิธีการใหม่ๆ ในการผลิต และการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งพยายามค้นควา้สิ่งใหมม่าใช้ทดแทน 11. ให้การศึกษาเพื่อให้ประชาชนเข้าใจถึงความสาคัญในการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ
  7. 7. 7 สาหรับวิธีการในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาตินั้น ศิริพรต ผลสิทธุ์ (2531 : 196-197) ได้เสนอวิธีการไวดั้งนี้ 1. กำรถนอม เป็นการรักษาทรัพยากรธรรมชาติทั้งปริมาณและคุณภาพให้มีอยูน่านที่สุดโดยพยายามใ ช้ทรัพยากรธรรมชาติให้มีประสิทธิภาพ เชน่ การเลือกจับปลาที่มีขนาดโตมาใช้ในการบริโภค ไมจั่บปลาที่มีขนาดเล็กเกินไป เพื่อให้ปลาเหลา่นั้นได้มีโอกาสโตขึ้นมาแทนปลาที่ถูกจับไปบริโภคแล้ว 2. กำรบูรณะซ่อมแซม เป็นการบุรณะซอ่มแวมทรัพยากรธรรมชาติที่เกิดความเสียหายให้มีสภาพเหมื อนเดิมหรือเกือบเทา่เดิม บางครั้งอาจเรียกวา่พัฒนาก็ได้ เชน่ ป่าไมถู้กทา ลายหมดไป ควรมีการปลูกป่าขึ้นมาทดแทน จะทา ให้มีพื้นที่บริเวณนั้นกลับคืนเป็นป่าไม้อีกครั้งหนึ่ง 3. กำรปรับปรุงและกำรใช้อย่ำงมีประสิทธิภำพ เชน่การนาแร่โลหะประเภทตา่ง ๆ มาถลุงแล้วนาไปสร้างเครื่องจักรกล เครื่องยนต์ หรืออุปกรณ์ตา่ง ๆ ซึ่งจะให้ประโยชน์แกม่นุยษ์เรามากยิ่งขึ้น 4. กำรนำมำใช้ใหม่ เป็นกำรนำทรัพยำกรธรรมชำติทใี่ช้แล้วมำใช้ใหม่ เชน่ เศษเหล็ก สามารถนากลับมาหลอม แล้วแปรสภาพสาหรับการใช้ประโยชน์ใหมไ่ด้ 5. กำรใช้สิ่งอื่นทดแทน เป็นการนาเอาทรัพยากรอยา่งอื่นที่มีมากกวา่ หรือหาง่ายกวา่ มาใช้ทดแทนทรัพยากรธรรมชาติที่หายากหรือกา ลังขาดแคลน เชน่ นาพลาสติกมาใช้แทนโลหะในบางส่วนของเครื่องจักรหรือยานพาหนะ 6. กำรสำรวจหำแหล่งทรัพยำกรธรรมชำติเพมิ่เติม เพื่อเตรียมไวใ้ช้ประโยชน์ในอนาคต เชน่ การสารวจแหลง่น้ามนัในอา่วไทย ทา ให้ค้นพบแหลง่ก๊าซธรรมชาติเป็นจา นวนมาก สามารถนามาใช้ประโยชน์ทั้งในระยะสั้นและในระยะยาว อีกทั้งชว่ยลดปริมาณการนาเข้าก๊าซธรรมชาติจากต่าง 7. กำรประดิษฐ์ของเทียมขึ้นมำใช้ เพื่อหลีกเลี่ยงหรือลดปริมาณในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ชนิดอื่น ๆ ที่นิยมใช้กนั ของเทียมที่ผลิตขึ้นมา เชน่ ยางเทียม ผ้าเทียม และผ้าไหมเทียม เป็นต้น 8. กำรเผยแพร่ควำมรู้ เป็นกำรเผยแพร่ควำมรู้ควำมเข้ำใจในเรื่องทรัพยำกรธรรมชำติและสิ่งแวดล้อม เพื่อที่จะได้รับความร่วมมืออ ยา่งเต็มที่ และรัฐควรมีบทบาทในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยการวางแผนจัดทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างรัดกุม
  8. 8. 8 9. กำรจัดตั้งสมำคม เป็นการจัดตั้งสมาคมหรือชมรมในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อ ม กำรอนุรักษ์ทรัพยำกรน้ำ ดังได้กลา่วมาแล้วจะเห็นวา่ น้ามีความสาคัญและมีประโยชน์มากมายมหาศาล เราจึงควรชว่ยกนัอนุรักษ์ทรัพยากรน้าดังนี้ 1. กำรใช้น้ำอย่ำงประหยัด นอกจากจะชว่ยลดคา่ใช้จา่ยเกี่ยวกบัคา่น้าลงได้แล้ว ยังทา ให้ปริมาณน้าเสียที่จะทิ้งลงแหลง่น้าลดลง และป้องกนัการขาดแคลนน้าได้ด้วย 2. กำรสงวนน้ำไว้ใช้ ในบางฤดูหรือในสภาวะที่มีน้ามากเหลือใช้ ควรมีการเก็บน้าไวใ้ช้ เชน่ การทา บอ่เก็บน้า การสร้างโอง่น้า การขุดลอกแหลง่น้า รวมทั้งการสร้างอา่งเก็บน้าไวใ้ช้เพื่อการเกษตร และพลังงานแล้วยังชว่ยป้องกนัการเกิดอุทกภัย ป้องกนัการไหลชะล้างหน้าดินที่อุดมสมบูรณ์และใช้เป็นที่พักผอ่นหยอ่นใจ 3. กำรพัฒนำแหล่งน้ำ ในบางพื้นที่ขาดแคลนน้า จา เป็นที่จะต้องหาแหลง่น้าเพิ่มเติม เพื่อให้มีน้าไวใ้ช้ทั้งในครัวเรือนและในการเกษตรได้อยา่งเพียงพอ ปัจจุบันการนาน้าบาดาลขึ้นมาใช้กา ลังแพร่หลายมาก แตอ่าจมีปัญหาเรื่องแผน่ดินทรุด เชน่ในบริเวณกรุงเทพ ฯ ทา ให้เกิดดินทรุดได้ จึงควรมีมาตรการกา หนดวา่เขตใดควรใช้น้าใต้ดินได้มากน้อยเพียงใด 4. กำรป้องกันน้ำเสีย การไมทิ่้งขยะ สิ่งปฏิกูล และสารพิษลงในแหลง่น้า น้าเสียที่เกิดจากโรงงานอุตสาหกรรม โรงพยาบาล ควรมีการบา บัดและขจัดสารพิษกอ่นที่จะปล่อยลงสู่แหลง่น้า การวางทอ่ระบายน้าจากบ้านเรือน การวางฝังการกอ่สร้างโดยไมใ่ห้น้าสกปรกไหลลงสู่แมน่้าลา คลอง 5. กำรนำน้ำเสียกลับไปใช้ น้าที่ไมส่ามารถใช้ได้ในกิจการหนึ่ง เชน่ น้าทิ้งจากการล้างภาชนะอาหาร สามารถนาไปรดต้นไม้โรงงานบางแห่งอาจนาน้าทิ้งมาทา ให้สะอาดแล้วนากลับมาใช้ใหม่
  9. 9. 9 บทที่3 วิธีกำรดำเนินงำน ขั้นตอนวิธีกำรดำเนินงำน กิจกรรม วันท/ี่ระยะเวลำทดี่ำเนินกำร ผู้รับผิดชอบ กา หนดหัวข้อโครงงาน มิ.ย. 2557 เด็กชายชลวฒัน์ อินทโรเด็กชายเกริกาทองเด็กชายสันติ วิลัย เสนอโครงร่างโครงงาน เด็กชายชลวฒัน์ อินทโรเด็กชายเกริ1.หลักการและเหตุผล กาทองเด็กชายสันติ วิลัย 2.วตัถุประสงค์ มิ.ย. 2557 3.สมมติฐาน 4.ขอบเขตของโครงงาน 5.ประโยชน์ที่คาดวา่จะได้รับจากการทา โครงงาน ประชุมวางแผนงาน มิ.ย. – ก.ค. 2557 เด็กชายชลวฒัน์ อินทโรเด็กชายเกริกาทองเด็กชายสันติ วิลัย ครูที่ปรึกษาโครงงาน รวบรวมและศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรน้า เด็กชายชลวฒัน์ อินทโรเด็กชายเกริกาทองเด็กชายสันติ วิลัย ออกสารวจสถานที่ เด็กชายชลวฒัน์ อินทโรเด็กชายเกริกาทองเด็กชายสันติ วิลัย ปฏิบัติการอนุรักษ์หนองน้าสร้าง นักเรียนโรงเรียนบ้านหนองคูโนนแกบันทึกกิจกรรม เวรประจา วนั เฝ้าระวงั มิ.ย. – ก.ค. 2557 เด็กชายชลวฒัน์ อินทโรเด็กชายเกริกาทองเด็กชายสันติ วิลัย จัดทา ผลงาน สิงหาคม 2557 เด็กชายชลวฒัน์ อินทโรเด็กชายเกริกาทองเด็กชายสันติ วิลัย
  10. 10. 10 กิจกรรม วันท/ี่ระยะเวลำทดี่ำเนินกำร ผู้รับผิดชอบ นาเสนอโครงงาน กนัยายน 2557 เด็กชายชลวฒัน์ อินทโรเด็กชายเกริกาทอง เด็กชายสันติ วิลัย ประเมินผลโครงงาน กนัยายน 2557 คุณครูเรณู เสาเวียง
  11. 11. 11 บทที่4 ผลกำรดำเนินงำน ก า ร ท า โ ค ร ง ง า น ก า ร อ นุ รัก ษ์ ห น อ ง น า ส ร้า ง มีจุด ป ร ะ ส ง ค์ ส า คัญ คื อ เ พื่ อ ศึก ษ า น า ห ลัก ป รัช ญ า เ ศ ร ษ ฐ กิจ พ อ เ พีย ง ม า ใ ช้ใ น ก า ร ป ฏิบัติใ น กิจ ก ร ร ม และเพื่อฝึกปฏิบัติการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ หนองน้าสร้าง มีผลการศึกษาดังนี้ กำรนำหลักปรัชญำเศรษฐกิจพอเพียงมำใช้ในกำรปฏิบัติในกิจกรรม ควำมพอประมำณ 1. ได้เกิดประชุมและสรุปขอบเขตของการดา เนินกิจกรรมโดยไมก่ระทบการเรียน 2. ใช้งบประมาณน้อยที่สุดเนื่องจากการอนุรักษ์หนองน้าสร้างเป็นการรักษาสภาพแวดล้อมที่ดีอยูแ่ล้วให้คงสภ าพอยูใ่ห้นานที่สุด 3. ได้เกิดการประชุมกลุม่ย่อย ถึงขอบขา่ยของงานและกิจกรรมที่ทา สรุปได้เลือกกิจกรรมที่เด็กสามารถทา ได้แก่ การปลูกหญ้าแฝกกนัตลิ่ง การเก็บขยะสิ่งปฏิกูล การปั้นคันดินเตี้ยก้นัไมใ่ห้น้าจากการปลูกผักขอบบอ่และคอกปศุสัตว์ที่อยูใ่กล้เคียง ควำมมีเหตุผล 1. เหตุผลและความจา เป็นสาคัญที่ต้องจัดกิจกรรมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติหนองน้าสร้างที่สาคัญที่สุดคือ หนองน้าหลักของระบบประปาภายในโรงเรียน หากตื้นเขินหรือเน่าเสีย หรือมีสารพิษเจือปน จะมีผลกระทบชีวิตและจิตใจครู นักเรียน และผู้ปกครองทุกคน 2. ในอดีตหนองน้าสร้างคือ บอ่น้าใต้ดินที่เป็นบอ่น้าดื่มของคนทั้งหมูบ่้าน ผู้คนเชื่อวา่ ดินและสารใต้ดินสะอาดจึงทา ให้น้าดื่มมีรสชาติดี จึงเป็นแหลง่น้าหลักของชุมชน 3. การกกัเก็บน้าทา ให้สภาพแวดล้อมอุดมสมบูรณ์ 4. หนองน้าสร้างเป็นแหลง่น้าเป็นองค์ประกอบของทฤษฎีใหมต่ามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบา ทสมเด็จพระเจ้าอยูหั่ว ดังนั้นหนองน้าสร้างจะต้องสะอาด มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ให้คงสภาพที่ดีอยูต่ลอดไป กำรมีภูมิคุ้มกัน 1. การป้องกนัที่ดีที่สุดที่กลุ่มผู้ศึกษายอมรับคือ ควรมีข้อตกลงการใช้หนองน้า ประกาศไวใ้ช้เดน่ชัดเพื่อเตือนใจผู้ที่ประมาทเลินเลอ่ที่ให้เกิดมลภาวะขึ้นในหนองน้า
  12. 12. 12 2. การดูแลที่ยั่งยืนกลุม่ได้ข้อสรุปวา่ ควรทา มีการเฝ้าระวงัตลอดปี โดยการติดตามบันทึกข้อมูลที่พบทุกสัปดาห์ หากพบข้อน่าวิตกต้องระดมกา ลังเข้าแกไ้ขสถานการณ์ทันที เชน่ ฝั่งหนองพัง มีสัตว์ตายในบอ่ มีผู้ลักลอบจับสัตว์น้าในบ่อทา ให้น้าขุน่ข้น เป็นต้น ควำมรู้ 1. ศึกษารูปแบบการอนุรักษ์ 2. ปฏิบัติการอนุรักษ์ 3. บันทึกกิจกรรมอนุรักษ์ คุณธรรม 1 . มี จิ ต ส า นึ ก เ พื่ อ ส่ ว น ร ว ม จิ ต ส า นึ ก รั ก ท้ อ ง ถิ่ น เจริญรอยตามพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูหั่วที่ทรงห่วงใยสภาพแวดของประเทศไทย 2. การทา กิจกรรมได้บ่มเพาะความขยัน หมนั่เพียร เสียสละและรับผิดชอบ ทา กิจกรรม 3.ในการป้องกนัและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติหนองน้าสร้าง ผู้ศึกษาได้พัฒนาความ ซื่อสัตย์ เคารพกฎ ข้อตกลง และผู้มีมีส่วนเกี่ยวข้องก็พัฒนาคุณธรรมดังกลา่วขึ้น โดยธรรมชาติ การเคารพกฎ และข้อตกจะบังเกิดได้ก็ต้องใช้คุณธรรมความซื่อสัตย์ ซื่อตรงเป็นพื้นฐาน กำรฝึกปฏิบัติกำรอนุรักษ์ทรัพยำกรธรรมชำติหนองน้ำสร้ำง ได้เกิดผลการปฏิบัติดังนี้ 1.รวบรวมและศึกษาข้อมูลเกี่ยวกบัการอนุรักษ์ทรัพยากรน้า 2.ร่วมกนัออกสารวจสถานที่เพื่อศึกษาสภาพปัญหาที่แท้จริง พบวา่ปัจจุบันหนองน้าสร้างได้ถูกทา ลายเป็นอันมาก เนื่องจากความรู้เทา่ไมถึ่งการณ์ของชาวบ้าน โดยการทิ้งขยะมูลฝอยลงในแหลง่น้าทา ให้น้าสกปรก การใช้ปุ๋ยเคมีและยาฆา่แมลงในสวนผักเมื่อฝนตกลงมาน้าที่ปนเปื้อนด้วยสารเคมีเหลา่นั้นก็ไหลลงสู่หนอง น้าสร้าง การนาสัตว์เลี้ยงลงไปกินน้าทา ให้ตลิ่งพังเสียหาย การใช้ไฟฟ้าช๊อตปลาทา ให้สัตว์น้าตายเป็นจา นวนมาก 3.ปฏิบัติการอนุรักษ์หนองน้าสร้าง โดยการจัดประชุมพูดคุย นัดแนะทา ความเข้าใจกบัผู้นาชุมชน พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้นักเรียนในโรงเรียนบ้านหนองคูโนนแกว้หนองอียา่ได้รับทราบวิธีการอนุรักษ์ห นองน้าสร้าง จัดทา ป้ายข้อตกลงในการอนุรักษ์หนองน้าสร้าง พร้อมทั้งจัดตั้งเวรตรวจสอบความเรียบร้อย และเฝ้าระวงัการกระทา ผิด 4.ข้อตกลงในกำรอนุรักษ์หนองน้ำสร้ำง มีดังนี้ 1. ปั้นคันดินป้องกนัสารเคมีไหลลงหนองน้า 2.ไมน่าสัตว์เลี้ยงลงหนองน้าสร้าง
  13. 13. 13 3.ไมจั่บปลาด้วยการเบื่อและช๊อตไฟฟ้า 4.ไมทิ่้งสิ่งปฏิกูลลงหนอง ผลการดา เนินกิจกรรมอนุรักษ์ ส่งผลให้เกิดผลกระทบในทางที่ดีดังนี้ 1. นักเรียนและคนในชุมชนเกิดความตระหนักที่จะรับผิดชอบดูแลและให้ความร่วมมือในการอนุรักษ์ หนองน้าสร้างมากขึ้น 2. หนองน้าสร้างมีสภาพที่สมบูรณ์ สามารถใช้เป็นแหลง่น้าเพื่อการอุปโภคและทา การเกษตรไดเป็นอย่างดี 3. หนองน้าสร้างสามารถใช้เป็นแหลง่เพราะพันธุ์ของสัตว์น้าเพื่อใช้เป็นแหลง่อาหารของคนในชุ มชนได้ 4 .นักเรียนและคนในชุมชนมีจิตสานึกและเห็นความสาคัญของหนองน้าสร้างซึ่งเป็นสมบัติของส าธารณะชน
  14. 14. 14 บทที่5 สรุป อภิปรำยผล และข้อเสนอแนะ 1. สรุปและอภิปรำย จากการทา การอนุรักษ์หนองน้าสร้างโดยการรวบรวมและศึกษาข้อมูลเกี่ยวกบัการอนุรักษ์ทรัพ ยากรน้า ร่วมกนัออกสารวจสถานที่เพื่อศึกษาสภาพปัญหาที่จากนั้นจัดประชุมพูดคุย นัดแนะทา ความเข้าใจกบัผู้นาชุมชน พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้นักเรียนในโรงเรียนบ้านหนองคูโนนแกว้หนองอียา่ได้รับทราบวิธีการอ นุรักษ์หนองน้าสร้าง จัดทา ป้ายข้อตกลงในการอนุรักษ์หนองน้าสร้าง พร้อมทั้งจัดตั้งเวรตรวจสอบความเรียบร้อย และเฝ้าระวงัการกระทา ผิด พบวา่นักเรียนและคนในชุมชนให้ความร่วมมือในการอนุรักษ์หนองน้าสร้างเป็นอยา่งดี ทา ให้หนองน้าสร้างมีสภาพที่สมบูรณ์ สามารถใช้เป็นแหลง่น้าเพื่อการอุปโภคและทา การเกษตรได้ อีกทั้งยังเป็นแหลง่เพราะพันธุ์ของสัตว์น้าเพื่อใช้เป็นแหลง่อาหารของคนในชุมชน นักเรียนและคนในชุมชนมีจิตสานึกและเห็นความสาคัญของหนองน้าสร้างซึ่งเป็นสมบัติของสาธาร ณะชน 2. ข้อเสนอแนะ ควรมีการอนุรักษ์หนองน้าสร้าง และปลูกฝังจิตสานึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรในท้องถิ่นให้กบันักเรียนและคนในชุมชนอยา่งต่อเนื่อง ควรมีการศึกษาและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติประเภทอื่น ๆ
  15. 15. 15 เอกสำรอ้ำงอิง จากการสัมภาษณ์ นายเภอ ทองพูล “การใช้หนองน้าสร้างในอดีต” http://www.rmuti.ac.th/user/thanyaphak/Web%20EMR/Web%20IS%20Environment%20gr.3/main.htm
  16. 16. 16 ภำคผนวก
  17. 17. 17 แบบบันทึกกำรเฝ้ำระวังรักษำอนุรักษ์ทรัพยำกรธรรมชำติและสิ่งแวดล้อม หนองน้ำสร้ำง โรงเรียนบ้ำนหนองคูโนนแก้วหนองอีย่ำ วันที่ รำยกำร น้าอยู่ในสภาพปกติ น้าขุ่นข้น/มีกลิ่น มีร่องน้าไหลลงหนอง มีขยะและในน้าและริมฝั่ง ตน้ไม้ริมฝั่งหนองปกติ ตน้ไม้ถูกตดั/
  18. 18. 18 สังเกตสภำพน้ำ มีคอกเลี้ยงสัตว์ริมฝั่งหนอง
  19. 19. 19 ปั้นคันดินกันน้ำในแปลงผักไหลลงสู่หนองน้ำ กำรสำรวจสภำพแวดล้อม
  20. 20. 20 กำรสังเกตสภำพน้ำ หนองน้ำสร้ำง ปฏิบัติกำรอนุรักษ์
  21. 21. 21 ปักป้ำยข้อตกลงเพอื่กำรอนุรักษ์ ป้ำยข้อตกลงริมฝั่งหนอง
  22. 22. 22 ปั้นคันดินป้องกันน้ำไหลลงสู่หนองน้ำ คุณครูทปี่รึกษำ และประธำนชุมนุนคนรักหนองหนองน้ำสร้ำง
  23. 23. 23 สัตว์เลี้ยงได้กินน้ำในหนองเป็นประจำ ร่วมกันรักษำสภำพแวดล้อมริมฝั่งรอบหนองน้ำสร้ำง
  24. 24. 24
  25. 25. 25
  26. 26. 26
  27. 27. 27 กำรศึกษำสำรวจตำมแบบรำยงำนบันทึก ทุกสัปดำห์
  28. 28. 28 สำรวจสภำพหนองน้ำประจำสัปดำห์
  29. 29. 29 สังเกตสภำพน้ำ
  30. 30. 30 ตรวจสอบร่องรอยกำรไหลของน้ำรอบฝั่งหนอง ไม่มีทำงน้ำไหลลงสู่บ่อ
  31. 31. 31 ปั้นคันดินเพมิ่เติม ป้ำยข้อตกลงอยู่ในสภำพปกติ
  32. 32. 32 ติดตั้งชุดแยกขยะริมฝั่งหนอง
  33. 33. 33
  34. 34. 34
  35. 35. 35
  36. 36. 36 ระดมควำมคิดกำรปฏิบัตกำรอนุรักษ์หนองน้ำสร้ำง ระดวำมคิดโดยใช้หลักปรัชญำเศรษฐกิจพอเพียง
  37. 37. 37 กำรสำรวจสภำพน้ำประจำสัปดำห์ หัวใจอนุรักษ์
  38. 38. 38 กำรรักษำควำมสะอำดริมฝั่งหนองประจำสัปดำห์
  39. 39. 39
  40. 40. 40
  41. 41. 41
  42. 42. 42
  43. 43. 43 รำยงำนผลกำรศึกษำ
  44. 44. 44
  45. 45. 45
  46. 46. 46 ครูทปี่รึกษำให้เสนอแนะเพมิ่เติม และชื่นชมผลงำน
  47. 47. 47

×