Ce diaporama a bien été signalé.
Nous utilisons votre profil LinkedIn et vos données d’activité pour vous proposer des publicités personnalisées et pertinentes. Vous pouvez changer vos préférences de publicités à tout moment.

พุทธบูรณาการสมานฉันท์และลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย

490 vues

Publié le

พุทธบูรณาการสมานฉันท์และลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย

Publié dans : Économie & finance
  • Soyez le premier à commenter

  • Soyez le premier à aimer ceci

พุทธบูรณาการสมานฉันท์และลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย

  1. 1. โดย พลเอก เอกชัย ศรีวิลาศ ผู้อานวยการสานักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า www.elifesara.com ekkachais@hotmail.com พุทธบูชาบูรณาการสมานฉันท์และลดความเหลื่อมล้าในสังคม
  2. 2. สังคมไทยวันนี้ ประชาธิปไตยแบบ ไทยๆ รู้แต่สิทธิ มิรู้หน้าที่ มุ่งเอาแต่ได้ แต่ไม่ยอมให้ใคร มีความเปราะบางและความตึงเครียด อุดมการณ์แตกสลาย ภาพลักษณ์ลบในสายตาต่างชาติ สิทธิมนุษยชน 13
  3. 3. สภาพสังคมไทยนาสู่ความขัดแย้ง  สังคมไก่ตรุษจีน สังคมทอนกาลัง สังคมอัตตวิบากกรรม  สังคมที่พูดแต่สมานฉันท์ แต่กลับใช้ความรุนแรง  สังคมแบ่งฝักแบ่งฝ่าย ตั้งป้อม ปกป้อง ยึดตัวเองเป็นที่ตั้ง  สังคมหลายมาตรฐาน ตั้งกฎเกณฑ์ของตนเอง  สังคมขาดระเบียบวินัย “ทาอะไรตามใจคือไทยแท้”  ขาดกฎ กติกา มารยาท คุณธรรม จริยธรรม  ชอบรวบอานาจ เผด็จการ รวมศูนย์อานาจ  ชอบลัทธิทุนนิยม
  4. 4. จุดอ่อนสังคมไทย  มีความไม่สุจริต  มีความเกรงใจ  ไม่ค่อยมีความอดทน  ไม่มีความกตัญญู  ไม่ชอบเห็นคนอื่นดีกว่าตน  ไม่เข้าใจแก่นแท้ของศาสนา  ยกย่องนับถือคนทีมียศฐาบรรดาศักดิ์มีฐานะทาง การเงินดี  เชื่อในเรื่องโชคลาภ เครื่องรางของขลัง
  5. 5. ทางออกของสังคมไทย  ผู้นาประเทศและนักวิชาการอย่าตามตะวันตกโดยไม่ได้ พิจารณาวัฒนธรรมไทย  อย่ารับทุกอย่างมาโดยไม่ปรับให้เข้ากับสังคมวัฒนธรรมและ ลักษณะประจาชาติไทย  สร้างภูมิปัญญาท้องถิ่นให้เป็นภูมิคุ้มกัน  สร้างแนวความคิดประชาธิปไตย ให้สิทธิเสรีภาพแก่ ประชาชน  โครงสร้างอานาจทางการเมืองไม่รวมศูนย์ที่ส่วนกลาง  คนไทยในภาคเกษตรและแรงงานจานวนมาก แต่ไม่ได้เข้าสู่ โครงสร้างทางการเมือง เข้าเป็นตัวแทนและบริหารประเทศ
  6. 6.  แลไปข้างหน้าการเมืองไทย  อยากเห็นนักการเมืองที่มีจิตสานึกที่ดี มีพื้นฐานทาง คุณธรรมที่เห็นแก่ประโยชน์ของประเทศชาติ  สร้าง Civic Societies / มีธรรมาภิบาล  อยากเห็นประชาธิปไตยเต็มร้อย ?  ให้ประชาชนเห็นคุณค่าของ “สิทธิ” ตนเอง  ไม่ต้องการเห็นความรุนแรงในการเมืองไทย  นักวิชาการ/NGO เป็นกลาง
  7. 7. การเมืองไทยที่ไร้รากเหง้า
  8. 8. 9
  9. 9. A Publica 10
  10. 10. ประเทศในอีก ๕ ถึง ๑๐ ปีข้างหน้า 13 “วางเฉย” “ตีกัน” • เศรษฐกิจล่มสลาย • ต่างชาติเข้าครอบครอง เศรษฐกิจไทย • เป็นเมืองขึ้นทางเศรษฐกิจ • แตกแยกระหว่างภาค • แย่งชิงอานาจการปกครอง ในท้องถิ่น • เกิดสงครามกลางเมือง มิคสัญญี • แนวคิดแบ่งแยกดินแดน • เปลี่ยนแปลงสถาบันหลัก • แบ่งแยกชนชั้น • ต่างคนต่างอยู่ • สงครามแบ่งชิงมวลชน • ชาติพันธ์/ภูมิภาคนิยม • ไม่ยอมรับกฎหมาย • อนาธิปไตย • เข้าถึงข่าวสารมากยิ่งขึ้น • เกิดวิกฤตรอบ ๓ • สังคมเกษตรล่มสลาย • ท่องเที่ยวตกต่า • คอรัปชั่นเชิงนโยบายมากขึ้น • ธุรกิจอยู่ในมือทุนต่างชาติ สังคม สังคม เศรษฐกิจ เศรษฐกิจ
  11. 11. ความหมายของคาว่า “ Fair ” การเห็นพ้องต้องกัน สู่สังคม เท่าเทียม กัน สู่สังคม ยุติธรรม สู่สังคม เป็นธรรม www.kpi.ac.th
  12. 12. สังคมที่ยอมรับกันว่า Fair “ Fair ” เท่าเทียมกันในเรื่อง โอกาส การที่ลูกหลาน จะมีอนาคต แจ่มใสพอๆ กัน ความมั่นคง ในชีวิต www.kpi.ac.th การมีส่วนร่วม ในทางการเมือง
  13. 13. สังคมไทยจะไปทางไหน ทิ การเมืองไทย?4 www.kpi.ac.th l สังคมไทยมีความเหลื่อมล้าสูงแค่ไหน?1 ทาไมสังคมไทยจึงมีความเหลื่อมล้าสูง?2 แล้วสังคมไทยจะก้าวไปข้างหน้าได้อย่างไร?3
  14. 14. www.kpi.ac.th ความเหลื่อมล้า สังคมไทยเหลื่อมล้า สูงแค่ไหน?
  15. 15. ความไม่เท่าเทียมกัน สังคม วัฒนธรรม การเมือง เศรษฐกิจ www.kpi.ac.th
  16. 16. ตัวบ่งชี้ www.kpi.ac.th รายได้ ความ มั่งคั่ง ความ เหลื่อมล้าทาง เศรษฐกิจ
  17. 17. ความมั่งคั่ง ที่มา : Kiatpong, Wilatluk and Nalin, 2007 ๑ = จนสุด - ๕ = รวยสุด ๓% ๙% ๑% ๑๘%
  18. 18. ตัวชี้วัดความมั่งคั่ง เงินออมในธนาคาร หุ้นในตลาดหลักทรัพย์ ที่ดิน การกระจายการถือครองที่ดิน พ.ศ.๒๕๔๙ พบว่า ร้อยละ ๔๒ ของเกษตรกรมีที่ดิน ๑๐ ไร่หรือน้อยกว่า หรือไม่มีที่ดินเลย ซึ่ง นับว่าเป็นสัดส่วนที่สูงมาก www.kpi.ac.th สถิติโดยธนาคารแห่งประเทศไทย(มิถุนายน ๕๒) : ๔๒% ของเงินฝากทั้งประเทศถูกถือโดย ๗๐,๐๐๐ บัญชี กระจุก ตัวอยู่ในมือคนกลุ่มเล็ก ๆ หุ้นในตลาดหลักทรัพย์ : ระหว่างปี ๒๕๓๘ ถึง ๒๕๔๗ พบว่า ๑๑ ตระกูลผลัดกันเป็นเจ้าของหุ้นที่มี มูลค่าสูงสุด ๕อันดับแรก
  19. 19. การกระจายการถือครองที่ดิน ปี ๒๕๔๙ www.kpi.ac.th 1 ขนาดที่ดิน ร้อยละ ไม่มีที่ดินเลย น้อยกว่า ๑๐ ไร่ มี ๑๐ - ๑๙ ไร่ มี ๒๐ ไร่หรือมากกว่า ๑๘.๔๒ ๒๓.๙๔ ๒๔.๙๑ ๒๒.๗๓
  20. 20. การกระจายรายได้ www.kpi.ac.th ๒ ● สัดส่วนคนจนของไทยที่มีรายได้ใกล้เคียงกับเส้นความยากจนมีร้อยละ ๒๐ - เมื่อคานวณรายได้เฉลี่ยของคนจนสุด ๒๐% สุดท้าย พบว่าไม่ต่างจากระดับ รายได้ที่กาหนดเส้นความยากจนที่ ๑,๔๔๓ บาทต่อเดือน ๑ ● ข้อมูลด้านรายได้ในกลุ่มคนรวย มักจะต่ากว่าความเป็นจริง -สานักงานสถิติเข้าไม่ถึงครอบครัวอันดับต้น ๆที่มีอยู่น้อยราย และแม้จะเข้าถึง ผู้ตอบก็จะไม่ บอกความจริงทั้งหมด -คนรวยมักจะได้รับผลประโยชน์ทางอ้อมมากกว่าคนฐานะด้อยกว่า จากการใช้จ่ายเงินของ รัฐบาล (เช่น การสร้างถนนตัดผ่านที่ดิน ทาให้ราคาที่ดินสูงขึ้น และอื่นๆ)
  21. 21. การกระจายรายได้ (ต่อ) www.kpi.ac.th ๓ ความต่างระหว่างครัวเรือนรวยสุดกับครัวเรือนจนสุด เท่ากับ ๑๓ เท่า หากเปรียบเทียบกับประเทศในต่างประเทศจะต่ากว่าของไทยมาก
  22. 22. การกระจายรายได้ (ต่อ) www.kpi.ac.th 0.30 0.40 0.50 1960 1965 1970 1975 1980 1985 1990 1995 2000 2005 Indonesia ThailandMalaysia Philippines Gini coefficients of household income, selected Southeast Asian countries Source: Adapted from a graph prepared by Hal Hill, ANU ๔ ● เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน ไทยมีความเหลื่อมล้าด้านรายได้สูงกว่ามาก - ระดับความเหลื่อมล้า ค่ายิ่งสูงความเหลื่อมล้ายิ่งสูง แผนภาพที่แสดงว่า ของไทยสูงขึ้นโดยตลอด และสูงกว่าประเทศ เพื่อนบ้านทั้งหมด ขณะที่ในประเทศเพื่อนบ้านมีแนวโน้มลดลง
  23. 23. www.kpi.ac.th ความเหลื่อมล้า ทาไมไทยจึงเป็น สังคมเหลื่อมล้าสูง?
  24. 24. ความเจริญทางเศรษฐกิจ VS การกระจายรายได้ ศาสตราจารย์ ไซมอน คุซเน็ท ศึกษา ความโยงใยระหว่างความเจริญทาง เศรษฐกิจกับการกระจายรายได้ ใน ประเทศสหรัฐฯ เยอรมนี และอังกฤษ พบว่า เมื่อประเทศเหล่านี้เริ่มพัฒนา ในสมัยแรก ๆ นั้น รายได้ต่อหัวเพิ่งจะ เริ่มผงกหัวขึ้น ความเหลื่อมล้าด้าน รายได้มีสูง แต่เมื่อพัฒนาไป รายได้ต่อ หัวก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อเพิ่มถึง จุดหนึ่ง ความเหลื่อมล้้าก็ค่อย ๆ ลดลง ในช่วงต้นของการพัฒนาเศรษฐกิจ เงินออมกระจุก ตัวอยู่ในกลุ่มคนจานวนน้อยกลุ่มหนึ่งที่สามารถลงทุน หารายได้ได้มากกว่าคนอื่น ๆ บางสาขาเศรษฐกิจมีความสามารถผลิต (ผลิตภาพ) สูงกว่าสาขาอื่น ๆ เช่น อุตสาหกรรมโตเร็วกว่าภาค เกษตร รายได้ของคนทางานในสาขาดังกล่าวก็จะเพิ่ม ในอัตราสูงกว่าสาขาอื่น ๆ นาไปสู่ความเหลื่อมล้า ภายในภาคเมือง ค่าแรงของคนงานมีฝีมือสูงกว่า คนงานไร้ฝีมือ ผลกาไรของนายจ้างเจ้าของโรงงานก็ เพิ่มได้เร็วกว่า ทาให้ความเหลื่อมล้าสูงขึ้น 1 2 3 สาเหตุ มาจาก เมื่อถึงจุดหนึ่ง ความเหลื่อมล้านี้จะค่อย ๆ ลดลง ด้วยหลายสาเหตุเช่นกัน เช่น เมื่อการกระจุกตัวของเงินออมผ่อน คลายลง เนื่องจากกลุ่มคนอื่น ๆ ที่มีรายได้สูงขึ้น มีโอกาสออมมากขึ้น ขณะเดียวกัน กลุ่มใหม่ ๆ ที่มีพลังทาง เศรษฐกิจเริ่มประสบความสาเร็จเรียกร้องให้รัฐบาลดาเนินนโยบายสาธารณะเพื่อลดความเหลื่อมล้าของรายได้
  25. 25. www.kpi.ac.th ทางหนึ่งคือ ทางสองคือ มีสองแนวทางต่างกันที่ จะลดความเหลื่อมล้าด้าน รายได้ ใช้ระบบภาษีและเงิน โอนเพื่อสร้างความ เท่าเทียมกันด้านความ มั่งคั่งและรายได้ ให้พลังทางสังคมเป็น ตัวส่งแรงกดดันให้ลด ความเหลื่อมล้า จากประวัติศาสตร์
  26. 26. www.kpi.ac.th กรณีศึกษา เยอรมนี เมื่อปลายคริสต์ศตวรรษที่ ๑๙บิสมาร์ค รับเอาระบบประกันสังคมซึ่ง กลุ่มสหภาพแรงงานได้เรียกร้องให้รัฐบาลจัดทามาเป็นเวลานาน เป็นหนึ่ง ในนโยบายสาธารณะ อังกฤษ ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ ๑ และ ๒รัฐบาลดาเนินนโยบายที่เพิ่มความเท่า เทียมกันระหว่างชนชั้นต่าง ๆ และเมื่อสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลง มี การเปลี่ยนแปลงที่สาคัญคือ พรรคแรงงานชนะการเลือกตั้ง จึงมีโอกาส เปลี่ยนอังกฤษเป็นรัฐสวัสดิการอยู่พักใหญ่ สวีเดน หลังจากที่ทหารยิงปืนใส่คนงาน ซึ่งกาลังพิพาทกับนายจ้างในปี ๒๔๗๕ ส่งผลให้พรรค Social Democracy ชนะการเลือกตั้งทั่วไปในปีนั้น พรรคนี้ได้เป็นรัฐบาลและเปลี่ยนสวีเดนเป็นรัฐสวัสดิการ
  27. 27. www.kpi.ac.th กรณีศึกษา สังคมที่มีความเท่าเทียมกันสูงนโยบายสาธารณะมีบทบาทสาคัญ - การยกเลิกระบบชนชั้นสมัยฟิวดัล - การยกเลิกระบบเจ้าของที่ดินและผู้เช่านา - การปฏิรูปที่ดิน - การล้มเลิกชนชั้นอภิสิทธิ์ - การปฏิรูปการเมืองที่ยอมให้พรรคการเมืองและ กลุ่มผลประโยชน์ที่หลากหลายมีส่วนร่วมในการเมือง - ระบบภาษีทรัพย์สินเก็บภาษีมรดกเพื่อลดความ เหลื่อมล้าและป้องกันไม่ให้มีการเก็งกาไรแบบเสือนอนกิน ญี่ปุ่น
  28. 28. ทาไมความเหลื่อมล้าจึงไม่ลดลงในเมืองไทย? อานาจ ถูกผูกขาดอยู่ในระบบ ราชการรวมศูนย์และ ทหารพาณิชย์ เมื่อ ๒ - ๓ทศวรรษ ที่ผ่านมา กองทัพ ยังคงเป็นใหญ่ใน การเมืองไทยและยังคง สามารถก่อการรัฐประหาร ล้มรัฐธรรมนูญและ รัฐสภาที่มาจากการ เลือกตั้ง ระบบรัฐสภา ได้พัฒนาขึ้นมาแต่ก็ยังอยู่ในกากับของ นักธุรกิจและข้าราชการเกษียณจานวน หยิบมือหนึ่ง (ทั้งฝ่ายพลเรือนและทหาร)
  29. 29. โดยสรุป www.kpi.ac.th เหตุที่ความเหลื่อมล้้ายังไม่ลดลง ในเมืองไทย เป็นเพราะ... ที่ผ่านมายังไม่เคยมีการดาเนินนโยบายสาธารณะเพื่อแก้ไขปัญหาความ เหลื่อมล้าที่แท้จริงเลยแม้แต่นโยบายเดียว อีกนัยหนึ่ง เรายัง ไม่มี Political will
  30. 30. www.kpi.ac.th มองอนาคต จะก้าวไปข้างหน้า ได้อย่างไร?
  31. 31. กลไกที่จะช่วยลดความเหลื่อมล้าด้านรายได้ www.kpi.ac.th มาตรการ การคลัง ระบบภาษี การใช้จ่ายภาครัฐ
  32. 32. มาตรการการคลังของไทยสนับสนุนคนจนหรือไม่? www.kpi.ac.th ระบบภาษี ทางตรง บุคคลธรรมดา นิติบุคคล ทางอ้อม อัตราก้าวหน้า อัตราเดียวกัน อัตราถดถอย Ex. ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา, ภาษีเงินได้นิติบุคคล Ex. ภาษีมูลค่าเพิ่ม, ภาษีสรรพสามิต, ภาษี น้ามัน, ภาษีศุลกากร เก็บจากบุคคลตามฐานรายได้และทรัพย์สิน คนยากจนรับภาระ ภาษีสูงกว่า คนรวย เพิ่มความเหลื่อมล้า
  33. 33. มาตรการที่ต่างประเทศใช้ประกอบความเหลื่อมล้า www.kpi.ac.th ภาษี ทรัพย์สิน ภาษี มรดก ภาษีเก็บจาก รายได้ การขายหุ้นText มาตรการการคลัง เพิ่มภาษีทางตรง ภาษีรายได้ จากดอกเบี้ย
  34. 34. เปรียบเทียบประเทศไทย VS ประเทศพัฒนาแล้ว www.kpi.ac.th สัดส่วนของภาษีทางตรงและภาษีทางอ้อม
  35. 35. สรุปแนวทางที่รัฐบาลควรดาเนินการ www.kpi.ac.th ควรจะต้องมีโครงการและบริการสาธารณะ(Public goods) ที่ประชาชนทุกคน จะได้ประโยชน์พอ ๆ กันให้มากกว่านี้ และควรจะเป็นสินค้าและบริการซึ่งจะ ส่งผลลดความเหลื่อมล้าโดยเฉพาะเกี่ยวกับสุขภาพ และการศึกษา ๑ รัฐบาลจะต้องหารายได้ภาษีเพิ่มขึ้น... - เพิ่มจานวนคนที่ต้องเสียภาษีเงินได้ - ปรับปรุงภาษีรายได้จากดอกเบี้ยที่ยังต่า - การปฏิรูประบบภาษีและการจัดเก็บให้มี ประสิทธิภาพ โดยให้ การลดความเหลื่อมล้้า เป็นเป้าหมาย
  36. 36. สรุปแนวทางที่รัฐบาลควรดาเนินการ (ต่อ) www.kpi.ac.th ต้องหลีกเลี่ยงระบบภาษีที่จะเพิ่มความเหลื่อมล้า2 ในประเด็นนี้ข้อมูลที่มีอยู่ชี้ชัดว่า... 2.1 ถ้าจะเพิ่มรายได้จากภาษี ต้องหลีกเลี่ยงที่จะ เพิ่มภาษีทางอ้อม แต่หันไปเพิ่มชนิดของภาษี ทางตรงใหม่ ๆ 2.2 ต้องคิดถึงการมีภาษีมรดก และภาษี ทรัพย์สินที่มีเป้าหมายเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ที่มี ทรัพย์สินมาก ๆ เก็บไว้เพื่อการเก็งกาไร โดยผลักดันให้ผู้มี ทรัพย์สินมาก ๆ ใช้ ทรัพย์สินดังกล่าว ให้เป็นประโยชน์ ได้แก่ การสร้างผลผลิต และการจ้างงาน
  37. 37. สรุปแนวทางที่รัฐบาลควรดาเนินการ (ต่อ) www.kpi.ac.th ต้องพยายามเลิกเงินอุดหนุนประเภทต่าง ๆ ที่ให้ประโยชน์กับคนรวยมากกว่าคนจน3 ผลการศึกษาวิจัยของ Harberger (1974) ... - นโยบายการคลังที่ประกอบด้วยภาษีก้าวหน้า & - การใช้จ่ายภาครัฐที่ให้ประโยชน์กับทุกคน
  38. 38. www.kpi.ac.th ส่วนที่ ๔ การเมืองไทย?
  39. 39. www.kpi.ac.th ..อีกสาเหตุหนึ่งที่ทาให้นโยบาย เพื่อเพิ่มความเท่าเทียมกันในอดีตไม่บังเกิด.. Political will เนื่องมาจากการไม่มี “Political will”… ผู้ต้องการนโยบายไม่เคยมีโอกาสเป็นรัฐบาล ผู้ต้องการนโยบายไม่ประสบความสาเร็จ ในการผลักดันรัฐบาลให้เปลี่ยนนโยบายได้
  40. 40. www.kpi.ac.th ประชาธิปไตย แม้ประสบการณ์ของประเทศต่าง ๆ จะบอกว่า Political will ที่จะทาให้เกิดนโยบายเพื่อความเท่า เทียมกันมากขึ้น น่าจะมีโอกาสดีที่สุดภายใต้ระบอบ ประชาธิปไตย ที่มีรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด ซึ่งการันตีสิทธิเสรีภาพของพลเมือง แต่ก็มีผู้ไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอนี้ โดยพยายามบอกว่า ระบอบประชาธิปไตยไม่เหมาะกับสังคมไทย...
  41. 41. www.kpi.ac.th ข้อโต้แย้งและข้อวิจารณ์ระบอบประชาธิปไตย ปชต.อิงความเห็นของคนส่วน ใหญ่ท้ายสุดนาไปสู่การปกครอง แบบMob เป็นใหญ่ คนไทยจานวนมากยังยากจน และยังไม่ได้รับการศึกษาที่ดีพอ ปชต.เป็นผลเสียต่อการ พัฒนาเศรษฐกิจ ที่ต้องการการตัดสินใจที่ รวดเร็ว ปัญหาคอร์รัปชั่นโดยนักการเมือง ปชต.เปิดช่องให้ นักการเมืองซื้อเสียง ข้อวิจารณ์
  42. 42. www.kpi.ac.th คุณค่าของระบอบประชาธิปไตย
  43. 43. www.kpi.ac.th ฝาก
  44. 44. www.kpi.ac.th ประการแรก ○ เราไม่สามารถสร้างประชาธิปไตยได้เพียงชั่วข้ามคืน ○  ผ่านกระบวนการทาไปเรียนไป + ความต่อเนื่องของระบบ “ป้องกันไม่ให้มีการท้ารัฐประหารอย่างเต็มก้าลัง”  ใช้ความรู้ที่สั่งสมมาจากประสบการณ์ ปรับปรุงสถาบันต่าง ๆ ที่จาเป็นอย่างต่อเนื่อง
  45. 45. www.kpi.ac.th ประการที่สอง ○ เราต้องมีสังคมที่ทุกคนยอมรับกันว่า Fair ○ เพื่อจะได้มีสังคมที่สันติสุข ระบอบการเมืองที่ประกอบด้วย ระบบรัฐสภาและรัฐธรรมนูญ ที่รับประกันสิทธิขั้นพื้นฐาน เสรีภาพ และกาหนดกฎเกณฑ์ทางการเมือง เปิดโอกาสให้เราได้บรรลุถึงเป้าประสงค์อันดีงามได้ดีในที่สุด
  46. 46. ขอบคุณครับ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น หรือถามคาถามเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/ekkachai.srivilas www.elifesara.com

×