Ce diaporama a bien été signalé.
Nous utilisons votre profil LinkedIn et vos données d’activité pour vous proposer des publicités personnalisées et pertinentes. Vous pouvez changer vos préférences de publicités à tout moment.

รวยด้วย E book

3 802 vues

Publié le

อนาคต EBook ประเทศไทย
เรื่องนี้เป็นเรื่องของอนาคตที่ไม่มีใครรู้ว่าจะเป็นอย่างไร แต่ด้วยแนวโน้มที่เนื้อหาแบบนี้จะมีมากขึ้น คนที่มีความเชี่ยวชาญในแต่ละอย่างมีความรู้ และประสบการณ์อยู่แล้ว เพียงแต่ไม่รู้ว่าจะสามารถถ่ายทอดออกมาเป็น EBook ได้อย่างไร ผมเชื่อว่าบทความนี้จะช่วยให้คุณสามารถเริ่มต้นเขียน EBook ได้จากความสามารถของคุณเอง ผมเพียงชี้แนะแนวทางในการเขียนเท่านั้น หากมีข้อสงสัยอะไร สามารถถามผมได้คอมเม้นด้านล่าง หรือเข้าไปถามผมใน Facebook ก็ได้ครับ ผมยินดีตอบและแนะนำเพิ่มเติมได้

  • Soyez le premier à commenter

รวยด้วย E book

  1. 1. รวยด้วย EBook ขั้นตอนและแนวคิดสร้างรายได้ Passive incom กระแส EBook ในประเทศกาลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นทุกวัน หลายคนเริ่มต้นเขียน EBook เพื่อเผยแพร่ และจาหน่ายด้วย ตัวเอง(E-book Self-Publishing) อีกหลายคนอยากที่จะ เริ่มต้นแต่ยังไม่แน่ใจว่าควรจะเขียนดีไหม มีหลากหลายความ คิดเห็นที่แสดงทัศนะต่อเรื่องนี้ ผมเองคิดว่า EBook นั้นคือความเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจใน อนาคตอันใกล้กับวงการหนังสือของบ้านเรา มีความต้องการ ข้อมูลบางอย่างที่สามารถนาไปใช้งานได้เลยมีเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากหนังสือมีต้นทุนการผลิตที่สูง ใช้ระยะเวลาค่อนข้างนาน เรื่องที่เฉพาะด้านมากๆ มักไม่ได้รับความสนใจจะตีพิมพ์เพื่อ ออกจาหน่ายด้วยเงื่อนไขทางการตลาด EBook ได้ทาลายกาแพงที่ขวางกั้นการเผยแพร่เนื้อหาด้วย เงื่อนไขที่หนังสือไม่สามารถทาได้ลงอย่างสิ้นเชิง ต้นทุนของการ เผยแพร่และจัดจาหน่ายต่าลง อีบุ๊กสามารถเข้าถึงกลุ่มคนที่
  2. 2. ต้องการข้อมูลนั้นจริงๆ ข้อมูลที่จาเป็นและสามารถนาไปใช้งานได้ ทันที โดยที่ประยุกต์เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ยุคของข้อมูลข่าวสาร ความรวดเร็วของการเข้าถึงองค์ความรู้ เฉพาะด้านต่างๆมีมากขึ้นทุกวัน ไม่ต้องพูดถึงเรื่องประหยัดพื้นที่ ในการจัดเก็บข้อมูล เพราะใช้พื้นที่น้อยมาก เมื่อเปรียบเทียบกับ หนังสือเล่ม ต้นทุนในการผลิตที่ต่าลง อุปกรณ์ที่สามารอ่าน EBook ได้ง่ายมากขึ้น สามารถอ่านหรือเข้าถึงข้อมูลนั้นๆได้ทุก ที นั้นคือความเปลี่ยนแปลง ให้ผู้คนได้มีทางเลือกมากขึ้น อีกทาง หนึ่ง คนที่ต้องการข้อมูลเฉพาะด้านที่หนังสือเล่มไม่สามารถ ตอบสนองได้ และคนที่ต้องการที่จะเผยแพร่เนื้อหาที่สานักพิมพ์ไม่ อยากจะพิมพ์เพราะกลัวจะขายไม่ออก
  3. 3. สาหรับคนที่ยังลังเล และมีข้ออ้างในการเริ่มต้นเขียน หรือสร้าง EBook ขึ้นมาซักเล่มนั้น ก็ยังจะมีต่อไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ ตาม ความรู้และประสบการณ์ของผม กลายเป็น Information Product ที่มีคนต้องการ มีคนยอมเสียเงินซื้อ และแน่นอนสร้าง รายได้ที่ดี ผมจะแชร์สิ่งที่ผมให้คุณได้รับทราบ และนาไปใช้งาน สร้าง EBook ได้จริงๆ เขียน EBook ขาย ทาได้จริงเหรอ? หากจะหาหลักฐานหรือข้อมูลมาอ้างอิงว่า EBook ในประเทศ ไทยสามารถทาได้ และมีรายได้จริงๆนั้น ผมก็คงไม่สามารถขนาด นั้น แต่ผลงานจาก EBook เล่มก่อนของผมน่าจะพอพิสูจน์อะไร บางอย่างได้ว่า ผมสามารถปลุกกระแสการทาเงินจาก Affiliate ไทย ให้แพร่หลายได้ในระดับหนึ่ง หลังจากที่คนไทยทาเงินออนไลน์ จาก Affiliate ต่างประเทศมาโดยตลอด เมื่อมี Affiliate ไทย เกิดขึ้น ผมก็แค่เริ่มต้นลองทาเงินกับมันดูว่าจะสามารถทาได้จริง หรือเปล่า เมื่อทาแล้วมันทาได้จริงผมได้เขียนเป็นบทความหลายๆ บทความ [รวมเว็บไซต์ทาเงินออนไลน์จาก Affiliate ไทย] รวมทั้งผลิต EBook ออกมาขายด้วย ทาเงินออนไลน์ได้ จริงจาก Affiliate ไทย ผู้คนต้องการข้อมูลมากกว่าที่เราคาดคิด และข้อมูลที่อยู่ใน ลักษณะของ EBook ก็มีความต้องการมากเช่นเดียวกัน การ
  4. 4. สร้างหรือโปรโมทเพื่อขาย EBook นั้น ทาได้ไม่ยาก ทั้งหมดที่ กล่าวมานั้น ผมเขียนออกมาในบทความนี้ เพื่อให้คุณมีแนวคิดที่ สามารถสร้างดึงออกมาใช้ในการสร้าง หรือเขียน EBook เพื่อ เผยแพร่แนวคิด วิธีการ หรือเพื่อทาเงินจากมันได้ทั้งนั้น ผมเชื่อ ว่าประสบการณ์ที่ผ่านมาของผมพอที่จะแบ่งปันสู่คุณผู้อ่านได้ อย่างดี และเชื่อว่าหากคุณอ่านจบแล้วจะสามารถนาแนวคิดและ วิธีการไปเขียน และสร้าง EBook ซักเล่มออกมาได้ และขายได้ จริงๆ เขียน EBook เรื่องอะไรดี เหมือนหลายท่านยังมีความกังวลว่าคุณสามารถเขียน หรือ สร้าง EBook ได้จริงๆเหรอ เราไม่มีความความรู้อะไรเลย ทางานประจา มีชีวิตที่แสนจะธรรมดา ไม่มีเรื่องน่าตื่นเต้น หรือ โลดโผนแต่อย่างได้เลย วันๆก็ตื่นเช้าไปทางาน เย็นเลิกงานกลับ บ้าน เสาร์-อาทิตย์อยู่บ้าน นอน ไม่มีเรื่องที่สามารถนามาเขียน EBook ได้เลย จริงๆแล้ว…. ผมจะบอกว่าที่คุณคิดนั้นมันก็ไม่ถูกต้องเสมอทั้งหมด ผมเองก็รู้จักหลายๆท่านที่ทางานประจา มีชีวิตที่แสนจะธรรมดา เป็นพนักงานบริษัทฯเหมือนคุณ นั่นแหละ แต่เขาเขียน EBook มาแล้วหลายเล่ม สามารถสร้างรายได้แบบ Passive Income นอกเหนือจากงานประจาด้วยซ้าไป ที่ผมจะบอกคือสุดยอด
  5. 5. ไอดอล Business Blogger จาก เว็บไซต์ Theceoblogger.com คุณพอล ที่ปัจจุบัน ก็ยังเป็น พนักงานประจาของบริษัทฯแห่งหนึ่ง ลาออกจากงานประจาแล้ว กลายเป็น Full time Blogger และยังมีผลงาน EBook ออกมาจาหน่ายแล้วหลายเล่ม นั่นคือตัวอย่างจากคนที่ธรรมดา ก็สามารถเขียน EBook ขายได้ และมีอีกหลายๆท่านที่เป็น เหมือนๆกันกับคุณนั่นแหละ สิ่งที่ Blogger เหล่านี้มีเหมือนกันคือ “การตัดสินใจ” ที่จะลงมือ ทา แทนที่จะมานั่งวิเคราะห์ข้อมูล โน่น นั่น นี่ แล้วมองทุกอย่าง ว่าคือปัญหา ไม่สามารถเริ่มทาอะไรได้ซักอย่าง พวกเขาคิดว่า ข้อมูลที่นาเสนอใน EBook นี้มีคุณค่า เมื่อคนซื้อไปอ่านแล้ว นาไปใช้งานได้จริงๆ แม้จะรู้สึกหวั่นอยู่บ้างในใจลึกๆว่าจะมีคนซื้อ EBook ของพวกเขาหรือเปล่าก็ตาม แต่การตัดสินใจที่จะลงมือ ทา นาพาพนักงานเงินเดือนธรรมดาหลายๆคนให้สามารถสร้าง
  6. 6. รายได้นอกงานประจาได้ และเนื้อหาใน EBook ยังช่วยเหลือ ผู้คนมากมายด้วย Information Product มีอยู่ในตัวคุณ EBook คือ Information Product อย่างหนึ่ง ที่ได้รับความ นิยมในต่างประเทศอย่างมาก เพราะข้อมูล คือสิ่งที่สร้างมูลค่า ให้กับ EBook เล่มนั้น หากเป็นข้อมูลที่เฉพาะด้านมากๆ มีผู้คน ต้องการอยากรู้เรื่องนั้นๆมาก สร้างผลตอบแทน หรือนาไปใช้ งานได้จริงมากเท่าไหร่ มูลค่าหรือราคาของ EBook ก็แพงมาก ขึ้นไปด้วย ดังนั้นสิ่งที่ผมแนะนาให้คุณเขียนหรือสร้างเนื้อหา คือ “Information Product” ที่ทุกคนล้วนมีทั้งนั้น ไม่ว่าคุณจะ เป็นใครก็ตาม มันอยู่ในตัวคุณทุกๆคน สิ่งที่คุณต้องทาก็คือ หา ให้เจอว่าคืออะไร นามันออกมาเรียบเรียงให้เข้าใจง่าย เขียนมัน ออกมาเป็นตัวหนังสือ และข้อมูลที่สามารถเข้าใจได้ง่าย และ นาไปใช้งานได้ทันที แล้วหากลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ “Information Product” ของคุณ ทั้งหมด ทาได้บนโลก ออนไลน์ ทั้งหมดที่ผมกล่าวมานั้น มันอยู่ในตัวคุณ แค่คุณดึงมันออกมา เท่านั้นเอง ผมแทบจะไม่ต้องบอกคุณเลยว่ามันคืออะไร และ กลุ่มเป้าหมายของคุณคือใคร หน้าที่ของผมคือบอกคุณว่าจะ เรียบเรียงเนื้อหานั้นอย่างไร กลุ่มเป้าหมายที่คุณบอกมานั้น ผม
  7. 7. จะแนะนาวิธีการเข้าถึงกลุ่มคนพวกนั้น หรือทั้งที่จริงแล้ว คุณก็รู้ ว่าพวกเขาอยู่ที่ไหน… คาถามต่อมาก็คือ แล้ว “Information Product” ที่ว่ามันคือ อะไร? มันสิ่งข้อมูลที่สาคัญ จาเป็น สามารนาไปใช้งานได้ทันที แก้ปัญหา เรื่องใด เรื่องหนึ่ง ช่วยให้คนอ่านสามารถทา สร้าง หรือ ประยุกต์ใช้งานได้ และเป็นข้อมูลเฉพาะด้าน ทาไมผมจึงเน้นมาว่าต้องเป็นข้อมูลเฉพาะด้าน ก็เพราะว่าข้อมูลที่ เป็นเรื่องเฉพาะด้าน มีคนต้องการอยากรู้อยู่ในจานวนไม่มาก และพวกเขาต้องการข้อมูลนั้นๆจริง เพื่อนาไปประกอบอาชีพ แก้ปัญหา หรือสร้างอะไรซักอย่าง จากวิธีการใน EBook ของ คุณที่ได้แนะนาไว้ หากคุณเขียนเรื่องธรรมดาทั่วไป กลุ่มเป้าหมาย คุณจะกว้างเกินไป ดังนั้นผมแนะนาให้คุณเขียนเรื่องที่คุณมี ความรู้ มีความหลงใหล คลั่งไคล้ และอยู่กับมันเกือบตลอดเวลา นั้นคือ Information Product ที่มีอยู่แล้วในตัวคุณ ผมไม่สามารถรู้ได้หรอกว่า คุณมีความรู้อะไร สิ่งไหนที่คุณ สามารถตอบข้อสงสัยของเพื่อนโดยที่ไม่ต้องตรึกตรองแม้แต่ วินาทีเดียว คุณตอบออกมาได้ทันที และสามารยกเหตุผล ที่มาที่ ไป ข้อมูลต่างๆที่เกี่ยวข้องออกมาอธิบายเป็นฉากเป็นตอนได้อย่าง
  8. 8. ดี และแทบจะหยุดพูดเรื่องนั้นไม่ได้ หรือให้พูดเรื่องนั้นทั้งวันก็ยัง ได้ นั่นคือสิ่งที่คุณมีอยู่ แค่คุณต้องดึงมันออกมาเท่านั้นเอง ข้อมูลที่ผู้คนต้องการ เรื่องที่ผู้คนต้องการคือเรื่องพื้นฐาน เรื่องทั่วไปที่ผู้คนมักมีปัญหา และคุณมีวิธีในการแก้ปัญหาได้จริง ด้วยขั้นตอนและวิธีของคุณ นี่ ก็สามารนามาเขียนหรือสร้างเป็น EBook ได้ เรื่องที่คุณมี ความรู้หรือเรื่องที่ผู้คนต้องการอาจจะเป็นเรื่องเดียวกันก็ได้ ถือ เป็นเรื่องที่ดีสาหรับการมีข้อมูลที่ผู้คนมากมายต้องการที่จะรู้ ยอมเสียเงินเพื่อได้รับรู้ และนาข้อมูลไปใช้งานได้ทันที เรื่องที่ผู้คนต้องการรู้ และถือว่าเป็น Information Product ในรูปแบบ EBook ที่ขายดี ก็อย่างเช่น เรื่องวิธีทาเงิน เรื่อง ความรัก เรื่องสุขภาพ เป็นต้น เรื่องราวเหล่านี้ผู้คนต้องการที่จะ รู้ และมีแนวโน้มที่ขายได้มากสาหรับ EBook 1. ผู้คนต้องการทาเงิน หากคุณทาเงินได้จากวิธีการใด คุณก็สา มารถ่ายทอดประสบการณ์ของคุณออกมาเป็น EBook เพื่อ แนะนาวิธีทาเงินในรูปแบบต่างที่คุณเคยทามา เพราะทุกคน ต้องการทาเงิน ต้องการมีรายได้มากขึ้น แนวคิดและวิธีการ สามารถนามาเขียนเป็น EBook ได้ 2. ผู้คนต้องการความรัก มีใครบ้างที่ไม่ต้องการให้คนอื่นรักบ้าง เรามีความสัมพันธ์กับคนอื่น อาจจะมีปัญหาและอุปสรรค
  9. 9. สาหรับบางคน หากคุณแนะนาการมีความสัมพันธ์ที่ดีกับคน อื่น เพื่อน แฟน คนในครอบครัว เรื่องราวเหล่านี้ช่วยให้คน สามารถนาไปปรับใช้กับตัวเองที่ประสบปัญหาในเรื่องความรัก หรือความสัมพันธ์ได้ เขาจะยอมจ่ายเพื่อได้วิธีการมาใช้ 3. ผู้คนต้องการมีสุขภาพดี การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่พูดกันมานาน และเป็นเรื่องจริงที่ทุกคน ต้องการจะมีสุขภาพที่แข็งแรง ร่างกายที่พร้อมใช้งาน เพื่อ ภารกิจต่างๆในชีวิต เพราะหากคุณเจ็บป่วยการจะทาอะไรซัก อย่างนั้นก็ถือเป็นเรื่องที่ยากลาบากพอสมควร ดังนั้นข้อมูลที่ เกี่ยวข้องกับการรักษาสุขภาพ บารุงสุขภาพ ทาอย่างไรให้ สุขภาพดี หรือหากเจ็บป่วยด้วยโรคต่างๆจะทาอย่างไรให้ หายขาด หรือมีอาการเจ็บป่วยน้อยลง เรื่องเหล่านี้ไม่ จาเป็นต้องเป็นแพทย์ หรือบุคลากรเกี่ยวกับการแพทย์ก็ สามารถเขียนคู่มือการดูสุขภาพได้ ขอแค่ข้อมูลนั้นเป็นข้อมูล ที่มาจาการลงมือทาตัวคุณเอง และมันได้ผล เช่น วิธีการลด น้าหนักโดยใช้สมุนไพรไทย เป็นต้น ยิ่งเป็นหมอหรือ บุคคลากรทางการแพทย์ยิ่งต้องออกมาเขียนให้ความรู้ประชา ขนในเรื่องสุขภาพ (เผอิญผมมีเพื่อนเป็นเภสัชกร และเขียน EBook ด้วย จากเว็บ healthy24hrs.con ) นั่นคือเรื่องราวที่สามารนามาถ่ายทอดเป็น EBook ได้ โดยการ เรียบเรียง เปรียบเทียบ หรือมีกรณีศึกษาที่ผ่านมาเป็นตัวอย่าง ใน EBook ด้วยก็จะยิ่งดี แต่ใจความของ EBook ก็คือ ต้องมี
  10. 10. คุณค่า สามารถนาไปใช้งานได้จริง และสาหรับคนที่ต้องการ เริ่มต้นเขียน EBook แนะนาให้ดึงความรู้ ในตัวคุณเองออกมาให้ มากที่สุด เท่าที่จะทาได้ เพื่อถ่ายทอดให้คนที่ต้องการข้อมูล เหล่านั้นจริงๆ เขียน EBook ยังไง ขั้นตอนการเขียน EBook นั้น ไม่ใช่เรื่องที่ซับซ้อน เมื่อคุณรู้แล้ว ว่าคุณมีความรู้เรื่องอะไรมากที่คุณ สิ่งที่คุณต้องการต่อมาคือ การเริ่มต้นเขียน และผมบอกเลยว่าคุณไม่จาเป็นต้องเป็นนักเขียน มืออาชีพที่มีสาบัดสานวนที่กินใจ การใช้ถ้อยคาที่เรียงร้อย หรูหรา อ่านแล้วเคลิ้ม ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้ในช่วงเริ่มต้น สิ่งที่ คุณต้องมีในการเริ่มต้นเขียน EBook นั้น ผมจะแนะนาดังนี้ เตรียมเนื้อหา เมื่อคุณรู้แล้วว่าคุณมีความรู้เรื่องอะไร เก่งเรื่องไหน คลั่งไคล้ และ ทาสิ่งไหนมากที่สุดในชีวิตของคุณ ขั้นตอนนี้คือการสังเคราะห์ ข้อมูลที่ได้มาให้ออกมาอยู่ในรูปแบบ EBook ที่สามารถเข้าใจได้ ง่าย แยกเป็นหัวข้อ ว่าสิ่งที่คุณรู้นั้นคุณต้องการที่จะถ่ายทอด อะไรออกมาบ้างในเนื้อหา รูปแบบการจัดเรียงเนื้อหานั้นคุณใช้ หลักการง่ายๆ  อะไร เนื้อหาคุณคืออะไร  เพื่อใคร เนื้อหาของคุณสาหรับใคร
  11. 11.  ทาอย่างไร แล้ววิธีการทา แก้ปัญหา ทาอย่างไร เมื่อรู้แล้ว EBook ของคุณต้องการที่จะสื่อสารอะไรออกไป สาหรับใคร แล้วสิ่งนั้นทาอย่างไร มีวิธีการ ขั้นตอนเรียงลาดับ 1 2 3 อย่างไรบ้าง และต้องใช้อะไรบ้างในการทาก็เขียนลงไปให้ หมด คุณสามารถสร้างสารบัญง่ายๆ โดยการสร้างรายการ ขึ้นมาได้ทันที ว่าหัวข้อหลักที่คุณต้องการเขียนมีเรื่องอะไรบ้าง หลังจากที่ได้หัวข้อหลักแล้ว คุณก็ทาการแยกหัวข้อหลักออกจา กัน และใส่หัวข้อย่อยเข้าไป เช่น ในหัวข้อ “ทาอย่างไร” ก็แยกออกมาอีกทีว่าวิธีการทามีกี่วิธี (กรณีมีหลายวิธี) แล้วแต่ละวิธีทาอย่างไรบ้าง โดยยังไม่ต้องเขียน อะไรลงไป แค่ตั้งชื่อหัวข้อย่อยนั้นออกมา และกาหนดแนวเนื้อหา ที่คุณจะเขียนเอาไว้คร่าวๆ ทั้งหมดของคุณอาจจะมีแค่ 5หัวข้อหลัก และแต่หลักข้อหลักมี 5หัวข้อย่อย ซึ่ง ใจความสาคัญและเนื้อหาทั้งหมดก็จะอยู่ที่หัวข้อ ย่อยนี่แหละ อาจจะเปรียบกลายๆได้ว่า หัวข้อย่อยคือชื่อ บทความในเว็บไซต์ หัวข้อหลัก คือหมวดหมู่บทความในเว็บไซต์ ชื่อเว็บไซต์คือชื่อ EBook นั้นเอง เรียกขั้นตอนการเตรียมเนื้อหาตรงนี้แยกแยะข้อมูลต่างๆ บทความ ให้เป็นหมวดหมู และเรียงลาดับข้อมูลต่างๆก่อนหลัง
  12. 12. นั้นเอง 5หัวข้อหลัก 25หัวข้อย่อย นั่นเอง และแต่ละหัวข้อย่อย ที่พูดถึงนั้น แค่เขียนกากับเอาไว้ว่าจะเขียนเกี่ยวกับอะไร โดยที่ยัง ไม่ต้องลงมือเขียน จัดรูปเล่ม EBook ของคุณ “คนต้องการเนื้อหา ไม่ใช่รูปเล่มที่สวยงาม แต่หาสาระไม่ได้….” ที่จริงแล้ว ถ้าได้เนื้อหาสาระที่ดี แล้วรูปเล่มสวยงามด้วยก็จะยิ่งดี มากเลย ทั้งที่จริงแล้วคนที่เขียน EBook หรือหลายคนที่คิดจะ เริ่มต้นเขียน มักมีความกังวลว่าจะจัดหน้า หรือจะจัดรูปแบบ อย่างไรให้สวยงาม หรือเป็นรูปเล่มสวยๆเหมือนหนังสือบนแผงที่ วางขายโดยทั่วไป ซึ่งจากประสบการณ์ของผมที่ทา EBook ออกมาหลายเล่ม หรือซื้อมาอ่านก็หลายเล่มแล้ว บอกได้เลยว่า รูปเล่มของ EBook นั้นไม่จาเป็นต้องเหมือนหนังสือ หรือ สวยงามเทียบเท่าหรอกครับ คนที่ซื้อไป เขาต้องการเนื้อหา ถ้า เนื้อหาดี รูปเล่มเรียบง่าย เป็นระเบียบ สะอาดตา อ่านง่าย เท่านั้นก็เพียงพอแล้ว ตัวอย่างการจัดหน้า eBook ของผมบน MS Words ธรรมดาๆ ไม่ต้องมีโปรแกรมเสริมใดๆเลยครับ เริ่มต้นการจัด หน้า
  13. 13. ขนาดกระดาษสาหรับ eBook – สาหรับ EBook คุณใช้ขนาด กระดาษ A4 ก็ได้ ไม่ผิดนะครับ แต่ถ้าจะให้เหมาะสมและเป็น ขนาดสาหรับ EBook ที่นิยมใช้กันทั่วไปก็คือขนาด A5 เป็น ขนาดที่พอดี ปกติหนังสือ Pocket Book ก็ใช้ขนาด A5 นี่ แหละครับ กาลัง หยิบจับ ง่าย พกพาสะดวก สามารถหยิบ ขึ้นมาอ่านได้ทุกที ทุกเวลาที่ต้องการ ระยะขอบกระดาษก็ใช้ เลือกแบบ “ปานกลาง” ครับ ดูแล้ว สวยงามเป็นระบบ ไม่แคบ หรือห่างจนเกินไปนัก ไม่ต้องเผื่อระยะเย็บปก ตัวอักษรสาหรับ eBook การใช้ตัวอักษรสาหรับ EBook นั้น ควรเป็นตัวอักษรที่อ่านได้ง่าย บาง มีการจัดเรียงที่เป็นแนวเดียว ไม่ควรเป็นแบบอักษรที่หวัดเกินไป หรือมีลวดลายเป็น ส่วนประกอบ เพราะจะทาให้อ่านยาก และลายตา อย่าลืมว่า EBook มีตัวอักษรเป็นส่วนประกอบมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ (ยกเว้นหนังสือภาพ หรือนิทาน) แบบอักษรที่แนะนาให้ใช่สาหรับ ภาษาไทย ก็คือ Cordia New และ AngsanaUPC ส่วนเรื่อง ของขนาดให้ใช้เล็กสุกที่ 16pt. ไม่ควรเล็กกว่านี้ เพราะจะทาอ่าน ยาก ต้องเพ่งตัวหนังสือ เพื่ออ่าน ทาให้ปวดตา และใช้เวลาอ่านได้ น้อยลง สาหรับอักษรปกติ หัวเรื่องอาจจะมีแบบอักษรที่ แตกต่างไปได้ เพื่อความโดดเด่น ขนาดหัวข้อและหัวข้อย่อยควรใช้ ขนาด 24pt และ 20pt ตามลาดับ เพื่อแยกส่วนหัวข้อกับ เนื้อหาออกจากกันอย่างชัดเจน
  14. 14. บางท่านอ่านแล้วสงสัยว่าทาไมต้องจัดหน้าแบบนี้ด้วย ไม่เข้า หลักการจัดหน้ากระดาษมาตรฐานเอาเสียเลย ต้องบอก่อนว่า หลักการจัดหน้าของผมนั้นมาจากประสบการณ์ที่เมื่อกลายเป็น ไฟล์ .pdf แล้ว หน้ากระดาษ ขนาด A5 นั้น สามารอ่านได้พอดี กับขนาดของแท็ปเลตหลายๆรุ่นโดยไม่ต้องขยายหน้าจอเพื่อเพิ่ม ขนาดตัวอักษร เพราะมีขนาดที่พอดี อ่านสบาย ไม่ต้องเพ่งมาก นัก ผมลองเอา EBook ของผมเปิดในอุปกรณ์หลายแบบดู และ ได้รูปแบบที่ผมใช้ในปัจจุบันนี้ แต่ใจความสาคัญของการจัดหน้าคือ ต้องเป็นระเบียบ เรียบร้อย อ่านง่าย และสบายตา คุณอาจจะจัดหน้าให้เข้าลักษณะ หรือ ความชอบส่วนตัวของคุณก็ได้นะครับ อันนี้ไม่ว่ากัน แต่ให้ดูแล้ว เรียบร้อย สวยงาม เป็นระเบียบและอ่านง่ายก็พอครับ ส่วนเรื่อง ภาพกราฟริกนั้น ควรใส่หรือไม่ใส่นั้น แล้วแต่คุณเลยครับ แต่อย่า ลืมว่าบางครั้ง ใส่ภาพกราฟริกมากไปก็ทาให้รบกวนสายตา มากกว่าที่จะดึงดูดให้น่าสนใจ [ดาวน์โหลดตัวอย่างการจัดหน้าสาหรับ EBook ] เริ่มต้นเขียน หลังจากที่ผ่านขั้นตอนต่างๆที่กล่าวมาแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนการ เขียน หลังจากที่คุณได้ทารายการหัวข้อย่อยที่ต้องเขียนแล้ว สิ่ง ที่คุณต้องทาก็คือ วิธีการเขียน และการแบ่งเวลาสาหรับการ เขียน ซึ่งเกี่ยวข้องกันโดยหลีกเลี่ยงไม่ได้ ควรแบ่งเวลาสาหรับการ
  15. 15. เขียน EBook ในแต่ละเล่มออกอย่างชัดเจน กาหนดวันเริ่มต้น และวันเสร็จให้เรียบร้อย และทาตามแผนที่คุณวางเอาไว้ให้ได้ ลักษณะการวางแผน อาจจะแบ่งว่า 1วันใช้เวลาเขียนตอนไหน กี่ ชั่วโมง และเขียนเรื่องอะไร และทาอย่างต่อเนื่อง สาหรับคนที่ยัง ทางานประจาอยู่การเขียน EBook ต้องแบ่งเวลาให้ดี บางท่าน ใช้เวลาหลังเลิกงานวันละ 2ชั่วโมง ต่อเนื่อง 2-3สัปดาห์ หรือ สาหรับคนที่ไม่มีเวลาในวันปกติ ก็ใช้เวลาในวันหยุด เสาร์ อาทิตย์ ในการเขียนได้ อาจจะใช้เวลาวันละ 4-6ชั่วโมงในการเขียนก็ได้ 2วันก็จะได้ 8-12 ชั่วโมง ใช้เวลา 6-8สัปดาห์ก็น่าจะเสร็จ เรียบร้อยแล้ว นั้นคือตอนการเขียน ซึ่งในขั้นตอนนี้ หมายถึงเฉพาะการเขียนเท่านั้น เรื่องข้อมูลที่จะ เขียน และเรื่องราวต่างๆคุณได้กาหนดเอาไว้แล้วในขั้นตอนการ
  16. 16. เตรียมข้อมูลที่จะเขียน ดังนั้น ความต่อเนื่องในการเขียนจึงมี ความสาคัญอย่างมากในการทางาน วิธีการเขียนนั้น มีความแตกต่างกันไป มีความโดดเด่นเฉพาะ หากคุณเริ่มต้นเขียน EBook เป็นครั้งแรก อย่ากังวลในเรื่องนี้ มากนัก แต่พยายามเขียนออกมาให้ถูกต้อง เรียงร้อยถ้อยคาให้ ต่อเนื่อง และเป็นขั้นเป็นตอนก็พอ อย่าลืมเรื่องคาผิด และการ สะกดคาต่างๆ คาทับศัพท์ หรือคาเฉพาะต่างๆ ก็ควรอธิบาย สั้นๆที่ท้ายหน้านั้นด้วย เพื่อความเข้าใจความหมายที่ตรงกัน การเขียนมันง่ายมากขึ้น หากคุณเตรียมข้อมูล และเขียนจากัด ความสั้นๆเอาไว้ที่ใต้หัวข้อย่อย ว่าคุณต้องการที่จะเขียนเกี่ยวกับ อะไร กลายๆว่าคุณเขียนบทความสั้นๆ 25ครั้ง เพื่อรวมเล่มเป็น 1 EBook จะทาให้คุณไม่เหนื่อยล้ามากนัก หากจะคิดถึงเนื้อหา จานวนมากที่คุณต้องเขียน แต่เมื่อคุณแยกมันออกเป็นหัวข้อ ย่อยๆ คุณก็จะสามารเขียน เริ่มต้น เนื้อหา และสรุปใจความใน หัวข้อย่อยนั้นได้เลย แล้วค่อยมาสรุปอีกครั้ง ตอนจบหัวข้อหลัก หากคุณตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่า เขียนวันละ 1บทความ EBook คุณมี 25หัวข้อย่อยที่เปรียบเหมือน 25บทความ คุณก็จะใช้ เวลาในการเขียนเพียง 25วันเท่านั้น
  17. 17. การสร้าง EBook ในขั้นตอนการเขียนไม่ได้ยากเลย เพียงอาศัย การเตรียมข้อมูลที่ดี ครอบคลุม และเขียนอย่างต่อเนื่องเมื่อถึง ขั้นตอนการเขียน หลายคนถามว่า EBook ควรจะมีกี่หน้า ที่จริงแล้ว ผมไม่มี หลักการตายตัว หรือยืดถือเท่าไหร่นัก บางเรื่องเป็นเรื่อง เฉพาะเจาะจงที่คุณสามารเขียนให้สั้น กระชับ และนาไปใช้งานจริง ได้ อยู่ที่ 5,000-9,000 คา ก็สามารถเป็น EBook ที่ วางขายได้เลย หรือหากเป็นเรื่องที่ต้องอธิบายกันยาวหน่อย ก็ สามารถยาวได้ถึง 25,000-30,000คาได้เช่นกัน แต่ EBook ไม่ควรยาวกว่านี้ เพราะต้องใช้เวลาอ่านนานเกินไป หาก เป็น EBook ที่ต้องการนาเทคนิคต่างๆไปใช้งาน แก้ปัญหา ควร สั้นไม่เกิน 50หน้า กาลังพอดี แต่หากเป็นนิยาย สามารถยาวได้ เท่าที่คุณต้องการ หรือแบ่งเป็นหลายภาคก็ได้ เช่น 1ภาค มี 150หน้า เป็นต้น รูปภาพประกอบสาหรับ EBook รูปภาพประกอบสาหรับ EBook นั้น ผมแนะนาให้คุณถ่ายเอง เพื่อที่จะไม่ต้องกังวลเรื่องลิขสิทธิ์รูปภาพที่อาจจะมีปัญหา และ ควรเลือกรูปเท่าที่จาเป็นเท่านั้น อย่าใส่รูปภาพเยอะเกินความ จาเป็นที่ต้องมี บางครั้งคุณต้องใส่รูปภาพ เพราะชอบว่ามันสวย ดี อยากใส่เยอะๆ แต่ข้อเสียก็มี เช่น ไฟล์จะใหญ่ขึ้น ใช้เวลาในเปิด
  18. 18. ไฟล์งานในการแก้ไข หรือเปิดอ่านนานกว่าจะเปิดขึ้นมาได้ ดังนั้น เน้นใช้รูปที่จาเป็นจริงเท่านั้น สาหรับเรื่องรูปภาพประกอบใน EBook นั้น ผมใช้วิธีการซื้อ รูปภาพแบบ Royalty-free ที่มีคุณภาพไม่สูงมากนัก หลายคน สามารถซื้อแล้วนาไปใช้งานโดยไม่จากัดจานวนครั้ง หรือไม่เกิน จานวนที่กาหนด อาจจะ ไม่เกิน 10,000 Copy สาหรับ 1รูปที่ ซื้อไป หากคุณขาย EBook เกินกว่า 10,000เล่ม ที่มีรูปนั้นๆ จะต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์เพิ่มเติม (แต่ไม่มาก..) โดยปกติแล้ว ผมมักจะซื้อรูปภาพจากเว็บ 123rf.com ที่มีรูปให้ เลือกค่อนข้างมาก(อันนี้ลองเปรียบเทียบจากเว็บอื่นแล้ว เว็บอื่น จะสวยกว่า แพงกว่า แต่มีภาพให้เลือกค่อนข้างน้อย) และ สามารถเลือกคุณภาพของรูปภาพนั้นได้ ยิ่งคุณภาพต่า ยิ่งราคา ถูก ราคาถูกอยู่ที่ $0.60 หากซื้อจานวนมาก หรือ ประมาณ 20บาทต่อรูปเท่านั้นเอง แต่ผมจะเลือกรูปที่มีความ ละเอียดสูงขึ้นมาหน่อย ยอมจ่ายแพงขึ้นนิดหนึ่ง แต่ได้รูปที่คมชัด มากขึ้นสาหรับประกอบใน EBook ได้ อยู่ที่รูปละ $1.20 หรือ ประมาณ 40บาท ต่อรูปเท่านั้น แต่ราคาดังกล่าวจะแปรผันตาม จานวนที่คุณซื้อ ยิ่งซื้อมากก็จะยิ่งถูกลงด้วย หรือหากคุณไม่อยากที่จะลงทุนในเรื่องของรูปภาพมากนัก แนะนาให้หารูป ที่เป็น Royalty-free Image ที่สามารถ
  19. 19. นามาใช้ประกอบ EBook ได้ แต่จากประสบการณ์ที่ผมเจอมา นั้นรูปแบบนี้ก็มีอยู่พอสมควร แต่เป็นรูปที่ไม่ค่อยตรงตามความ ต้องการ ต้องใช้เวลาหานาน กว่าจะได้ ผมจึงตัดปัญหาเรื่องนี้ ด้วยการลงทุนครับ อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับคุณนะครับว่าจะใช้วิธีไหน ได้ ทั้งนั้น แต่อย่าไปเอารูปภาพที่ค้นหาใน อินเตอร์เน็ต แล้วเจอรูป สวยๆก็หยิบมาใช้งานโดยไม่ขออนุญาต หรือตรวจสอบให้ดีว่าคุณ สามารนามาใส่ EBook ของคุณได้หรือไม่นะครับ ตรวจทาน EBook เมื่อวางแผนมาดี ทาตามแผนที่วางเอา อาจจะไม่ตรง อาจจะช้า กว่าก็ไม่เป็นไรครับ ถือว่าคุณสามารถสร้างสรรค์ผลงานที่ สามารถใช้งานได้แล้วล่ะครับ คราวนี้ก็มันถึงขึ้นตอนการตรวจ ท่าน หรือ Proof ว่าคาที่คุณใส่ลงไปนั้น สะกดถูกไหม มีคาไหน หรือประโยคไหนที่เรียงร้อยไม่สวยงาม หรือสื่อความหมายไม่ ตรง หรืออ่านแล้วขัดตา ก็แก้ไขให้ถูกต้อง สาหรับการตรวจทานนั้น ควรอ่านด้วยตัวเองอย่างน้อย 3-4รอบ ไม่รวมกับตอนที่แก้ไขนะครับ กี่ตรวจแก้ควรทา เครื่องหมายเอาไว้ แล้วมาแก้ทีหลัง ไม่นับการแก้ไข เป็นการอ่าน เพื่อตรวจทาน ลักษณะการอ่านนั้นควรเว้นระยะในการ ตรวจทานในแต่ละครั้งห่างกัน 24-48ชั่วโมง หรือประมาณ 1- 2วันค่อยอ่านซ้าอีกรอบ
  20. 20. เมื่อทาการแก้ไขคาผิด เกลาบางประโยคให้อ่านลื่นไหลมากขึ้นแล้ว จากนั้นคุณจึงส่งให้คนอื่นอ่านดู เพื่อดูคาคอมเม้น หรือคาติชม เพื่อนามาแก้ไขอีกครั้ง จานวนคนที่คุณต้องการให้อ่านนั้น อาจจะ 4-5คน กาลงพอดี อาจจะเป็นคนใกล้ชิด เพื่อดูสานวน หรือการเรียงร้อยถ้อยคาที่ใช้นั้นอ่านง่ายไหม และส่งให้คนที่เชียว ชาญเรื่องที่คุณเขียนอ่านซ้าอีกรอบ เพื่อดูความถูกต้องใน หลักการ และขั้นตอนวิธีการ หลังจากผ่านขั้นตอนนี้ ซึ่งอาจจะกินเวลานาน 2-4สัปดาห์ หรือมากกว่านั้นเล็กน้อย ขั้นตอนต่อไปก็คือนา EBook ของ คุณไปขายได้แล้วครับ ก่อนอื่น Save as ไฟล์งาน เลือก เป็น .pdf เพื่อที่จะได้นาไปฝากขาย หรือวางขายในเว็บไซต์ของคุณได้ แล้วครับ การตลาดเพื่อขาย EBook ต้องบอกเลยว่าคุณสามารถนา EBook ที่ผ่านขั้นตอนตามที่ผม แนะนาไปฝากขายได้ที่ eBooks.in.th ได้เลย เพราะผมเองก็ใช้ งานเว็บไซต์นี้อยู่ ไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้า แบ่งรายได้ค่าฝาก ขายตามเงื่อนไขของเว็บไซต์ ซึ่งคุณสามารถเข้าไปอ่านรายละเอียด ต่างๆได้เลย ไม่ซับซ้อน และเข้าใจง่าย ขั้นตอนต่างก็มีแนะนาเอาไว้ แล้ว หากไม่เข้าใจก็โทรไปถามเจ้าหน้าที่ของเว็บไซต์เลยครับ EBook ของผมที่ฝากขายใน ebooks.in.th
  21. 21. หรือหากจะขายเองคุณเองก็ทาได้เช่นกันครับ แค่เปิดเว็บไซต์ หรือ ใช้ Blog ฟรีต่างๆก็สามารถเริ่มต้นขายได้เลยครับ ใส่ รายละเอียดต่างๆเกี่ยวกับ EBook ของคุณลงไปว่ามีเนื้อหา เกี่ยวกับอะไร หากคนสนใจที่จะซื้อเนื้อหานั้นๆ สามารถโอนเงิน เข้าบัญชีไหน และแจ้งโอนเงินอย่างไร ใส่รายละเอียดเข้าไปให้ ครบถ้วน แล้วนาลิ้งหน้าเว็บคุณไปโปรโมทใน Web Board หรือ บน Social Media อย่างเช่น Facebook หรือ Twitter เป็น ต้น เท่านี้ EBook ก็ขายได้แล้ว ขึ้นอยู่กับการโปรโมทของคุณว่า ต้องการเข้ากลุ่มเป้าหมายหรือไม่ ราคา EBook ไม่แพง สามารถซื้อหาได้ง่าย ถ้าเนื้อหาของคุณสามารถนาไปสร้าง แก้ไข ปัญหา เพิ่มมูลค่าที่มากขึ้นได้คุณก็สามารถตั้งราคาขายได้แพงขึ้น ทั้งนี้ต้องดูด้วยว่ากลุ่มเป้าหมายของคุณนั้นมีกาลังการซื้อหรือไม่ ด้วยนะครับ อนาคต EBook ประเทศไทย เรื่องนี้เป็นเรื่องของอนาคตที่ไม่มีใครรู้ว่าจะเป็นอย่างไร แต่ด้วย แนวโน้มที่เนื้อหาแบบนี้จะมีมากขึ้น คนที่มีความเชี่ยวชาญในแต่ละ อย่างมีความรู้ และประสบการณ์อยู่แล้ว เพียงแต่ไม่รู้ว่าจะ สามารถถ่ายทอดออกมาเป็น EBook ได้อย่างไร ผมเชื่อว่า บทความนี้จะช่วยให้คุณสามารถเริ่มต้นเขียน EBook ได้จาก
  22. 22. ความสามารถของคุณเอง ผมเพียงชี้แนะแนวทางในการเขียน เท่านั้น หากมีข้อสงสัยอะไร สามารถถามผมได้คอมเม้นด้านล่าง หรือเข้าไปถามผมใน Facebook ก็ได้ครับ ผมยินดีตอบและ แนะนาเพิ่มเติมได้ ผมค่อนข้างที่จะมั่นว่าคนไทยเก่ง และมีความสามารถมากมาย การแบ่งปันความรู้ และสร้างรายได้ผ่าน EBook เป็นช่องทาง หนึ่งที่จะเติบโตแบบก้าวกระโดดอย่างแน่นอน ผมหวังว่าจะมีคน สร้าง Information Product ที่มีคุณภาพออกมาเยอะๆ แก้ไข ปัญหา บอกวิธีทา สร้างความบันเทิง หรือแม้แต่นิยายดีๆน่าอ่าน จากนักเขียนไร้สังกัดทั้งหลาย… เครดิต: http://www.ewritor.com/ebook-writing.php

×