Ce diaporama a bien été signalé.
Nous utilisons votre profil LinkedIn et vos données d’activité pour vous proposer des publicités personnalisées et pertinentes. Vous pouvez changer vos préférences de publicités à tout moment.
การปลูกปาชายเลนในประเทศไทยเลขมาตรฐานสากลประจําหนังสือ               :       978-974-286-612-9พิมพครั้งที่ 1             ...
“ควรจะปลูกตนไมลงในใจคนเสียกอนแลวคนเหลานั้นก็จะพากันปลูกตนไมลงบนแผนดิน          และรักษาตนไมดวยตัวเอง”          ...
ประวัติการปลูกสรางสวนปาชายเลน          การจัดการป าไมของประเทศไทยเริ่ มขึ้นเมื่อพระบาทสมเด็ จพระจุ ลจอมเกลา เจา อยู...
การจัดการปาชายเลนในอดีตยังมิไดมีการวางโครงการเปนการถาวรเทาใดนักเปนเพียงโครงการชั่วคราวที่มีการอนุญาตใหแกรายยอยเปน...
การปลูกสรางสวนปาชายเลนโดยใชเงินงบประมาณแผนดิน         กรมปาไมไดดําเนินการมานานแลวในทองที่จังหวัดจันทบุรี ในบริเวณ...
การปลูกปาชายเลนตามมติคณะรัฐมนตรี           การปลู ก ป า ชายเลนของกรมป า ไม เ ริ่ ม กระทํ า กั น อย า งต อ เนื่ อ ง แ...
การปลูกปาชายเลนโดยภาคเอกชน         การปลูกสรางสวนปาชายเลนหรือสวนปาไมโกงกางโดยเอกชน อยูในบริเวณชายฝงทะเลกนอาวไทยใ...
การปลูกปาชายเลนภาครัฐรวมเอกชน         ปจจุบันการบริหารจัดการทรัพยากรโดยประชาชนมีสวนรวมเปนเรื่องที่รัฐใหความสําคัญ ก...
การปลูกปาชายเลนตามโครงการปลูกปาชายเลนเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวเนื่องในวโรกาสครองราชยปที่ 50         พร...
การปลูกปาชายเลนตามโครงการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจาสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในวโรกาสทรงพระชนมายุ 72 พรรษา           ...
การปลูกปาชายเลนในอุทยานสิ่งแวดลอมนานาชาติสิริรธร จากพระราชดําริในสมเด็จพระเทพรัตนสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี           การฟ...
การปลูกปาชายเลนในโครงการฟนฟูทรัพยากรปาชายเลน เพื่อลดผลกระทบจากภาวะโลกรอน          กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝงไดจัดท...
การปลูกฟนฟูระบบนิเวศปาชายเลน (สนใจ หะวานนท,2552)4        การปลูกปาชายเลนในปจจุบันมุงหวังที่จะฟนฟูระบบนิเวศปาชายเ...
พื้นที่ซึ่งเปนดินเลนงอกใหม (New mudflat area)            เกิดจากการทับถมของตะกอนดินที่ไหลมาตามแมน้ําลําคลอง เชน อาวบ...
พื้นที่ปาเสือมโทรมอันเนืองมาจากการตัดไม (Over cutting area)             ่                      ่          ในพื้ น ที่ เ ...
พื้นที่ที่ผานการทํานากุง (Abandoned shrimp farm area)                      ในพื้นที่ที่ผานการทํานากุงแบบดั้งเดิม เมื่อ...
สวนปาโกงกางในประเทศไทย           การปลูกฟนฟูปาชายเลนในประเทศไทยนั้นสวนใหญเปนการปลูกปาโกงกางทั้งโกงกางใบเล็กและโกงก...
แปลงปลูกปาโกงกางอายุ 1 ป         แปลงปลูกโกงกางใบใหญในพื้นที่ดินเลนงอกใหม บานหนาทับ-ปากพยิง หมูที่ 14 ตําบล ทาศาลา...
แปลงปลูกปาโกงกาง อายุ 2 ป               แปลงปลู ก โกงกางใบใหญ ใ นพื้ น ที่ ดิ น เลนงอกใหม หมู ที่ 5 ตํ า บลท า ศาลา ...
แปลงปลูกปาโกงกางอายุ 3 ป         แปลงปลูกโกงกางใบใหญในพื้นที่ดินเลนงอกใหมบานแหลม ม. 14 ตําบลทาศาลา จังหวัดนครศรี-ธรร...
แปลงปลูกปาโกงกางอายุ 4 ป        แปลงปลูกโกงกางใบใหญในพื้นที่ดินเลนงอกใหมบานหนาทับ-ปากพยิง หมูที่ 14 ตําบลทาศาลาจัง...
แปลงปลูกปาโกงกางอายุ 4 ป         แปลงปลูกโกงกางใบใหญทองที่ หมูที่ 4 ต. ปากพูน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เนื้อที่ 140 ไร...
แปลงปลูกโกงกาง อายุ 4 ป         แปลงปลูกปาชายเลนโครงการฟนฟูปาชายเลนที่ไดรับความเสียหายจากสึนามิ บริเวณนอกเขตปาสงวนฯ...
แปลงปลูกปาโกงกางอายุ 5 ป         แปลงปลูกโกงกางใบใหญในพื้นที่นากุงรางในเขตปาสงวนแหงชาติปาเลนดอนสัก ตําบลดอนสักจังห...
แปลงปลูกปาโกงกางอายุ 6 ป         แปลงปลูกโกงกาง ในทองที่ ต. เสม็ด อ. เมือง จ. ชลบุรี เนื้อที่ 35 ไร (ปลู ก ป พ.ศ. 254...
แปลงปลูกปาโกงกางอายุ 6 ป       แปลงปลูกปาโกงกางในพื้นที่นากุงราง ทองที่ ต. ดอนสัก อ. ดอนสัก จ. สุราษฎรธานี เปนสวน...
แปลงปลูกปาโกงกาง อายุ 6 ป ในทองที่ อ. เมือง จ. ตราด เนื้อที่400 ไร (ปลูกป พ.ศ. 2546) แปลงปลูกปาชายเลนอายุ 6 ป แปลงน...
แปลงปลูกปาโกงกางอายุ 6 ป         แปลงปลูกโกงกางใบใหญแปลงนี้ปลูกบนพื้นที่คอนขางสูง หรือเปนที่ดอน ในทองที่ตําบลแหลมสั...
สวนปาโกงกาง อายุ 10 – 20 ป           สวนปาโกงกางที่อายุ 10 ป ขึ้นไปเปนไมซึ่งโตเต็มที่สามารถผลิต “ฝกโกงกาง” สําหรับก...
การปลูกป่าชายเลนในประเทศไทย
การปลูกป่าชายเลนในประเทศไทย
การปลูกป่าชายเลนในประเทศไทย
การปลูกป่าชายเลนในประเทศไทย
การปลูกป่าชายเลนในประเทศไทย
การปลูกป่าชายเลนในประเทศไทย
การปลูกป่าชายเลนในประเทศไทย
การปลูกป่าชายเลนในประเทศไทย
การปลูกป่าชายเลนในประเทศไทย
การปลูกป่าชายเลนในประเทศไทย
การปลูกป่าชายเลนในประเทศไทย
การปลูกป่าชายเลนในประเทศไทย
การปลูกป่าชายเลนในประเทศไทย
การปลูกป่าชายเลนในประเทศไทย
การปลูกป่าชายเลนในประเทศไทย
การปลูกป่าชายเลนในประเทศไทย
การปลูกป่าชายเลนในประเทศไทย
การปลูกป่าชายเลนในประเทศไทย
การปลูกป่าชายเลนในประเทศไทย
การปลูกป่าชายเลนในประเทศไทย
การปลูกป่าชายเลนในประเทศไทย
การปลูกป่าชายเลนในประเทศไทย
การปลูกป่าชายเลนในประเทศไทย
การปลูกป่าชายเลนในประเทศไทย
การปลูกป่าชายเลนในประเทศไทย
Prochain SlideShare
Chargement dans…5
×

การปลูกป่าชายเลนในประเทศไทย

2 182 vues

Publié le

Publié dans : Formation
  • Finally found a service provider which actually supplies an essay with an engaging introduction leading to the main body of the exposition Here is the site ⇒⇒⇒WRITE-MY-PAPER.net ⇐⇐⇐
       Répondre 
    Voulez-vous vraiment ?  Oui  Non
    Votre message apparaîtra ici
  • Soyez le premier à aimer ceci

การปลูกป่าชายเลนในประเทศไทย

  1. 1. การปลูกปาชายเลนในประเทศไทยเลขมาตรฐานสากลประจําหนังสือ : 978-974-286-612-9พิมพครั้งที่ 1 : มีนาคม 2552จํานวน : 1,000 เลมจัดทําโดยสวนบริหารจัดการทรัพยากรปาชายเลนที่ 2เลขที่ 222 หมูที่ 5 ตําบลอาวนาง อําเภอเมือง จังหวัดกระบี่ 81000โทรศัพท / โทรสาร 0 7563 7514ที่ปรึกษา ชากรี รอดไฝ ผูอํานวยการสวนบริหารจัดการทรัพยากรปาชายเลนที่ 2เรียบเรียง เรวดี กรประชาขอมูลและภาพ เรวดี กรประชา ธนากร ศรีสุรักษ แสงสุรี ซองทอง วรรณวิภา คงเจริญพิมพที่ บริษัทหาดใหญเบสเซลส แอนด เซอรวิส จํากัด 92/6 ถนนเสนหานุสรณ ตําบลหาดใหญ อําเภอหาดใหญ จังหวัดสงขลา 90100 โทร. 074-355315 – 6 โทรสาร 074-355316 E – mail : hatyaibss@hotmail.com
  2. 2. “ควรจะปลูกตนไมลงในใจคนเสียกอนแลวคนเหลานั้นก็จะพากันปลูกตนไมลงบนแผนดิน และรักษาตนไมดวยตัวเอง” พระราชดํารัส พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวฯ  1
  3. 3. ประวัติการปลูกสรางสวนปาชายเลน การจัดการป าไมของประเทศไทยเริ่ มขึ้นเมื่อพระบาทสมเด็ จพระจุ ลจอมเกลา เจา อยูหัว ไดทรงสถาปนากรมปาไมขึ้นเมื่อวันที่ 18 กันยายน ร .ศ.115 (พ.ศ. 2439) โดยใหอยูในสังกัดกระทรวงมหาดไทยนั้นรัฐบาลได อาศัยยืมตัวเจาหนาที่ปาไมอังกฤษจากรัฐบาลอินเดีย มาชวยบริหารราชการปาไมในฐานะเจากรมระหวางป พ .ศ.2439 ถึง พ.ศ. 2466 งานในระยะแรกของกรมปาไมเปนงานดานการเก็บภาษีปาไม ดังความตอนหนึ่งในหนังสือเสนอเรื่องตอรัฐบาล ของ มร. ทอทเทแฮม “งานของกรมปาไมในระหวางหาปที่แลวมาเกือบจะจํากัดอยูแตกับการเก็บภาษี สํารวจ และตรวจสอบงานปาไม งานที่สําคัญกวาในแงของการปรับปรุงสงเสริม เชน การปองกันไฟ การสงวนปา การตัดเถาวัลย แผวถางวัชพืชใหกลาไมสัก งานเตรียมการวางโครงการปาไม การจัดระบบแผวถางปาในควนที่เขา การปลูกสรางสวนปา ฯลฯ กลับไมไดรับความสนใจแตอยางใด” งานดานการปลูกสรางสวนปาเริ่มขึ้นเปนครั้งแรกที่ปาแมปาน อําเภอสูงเมน จังหวัดแพรแตสวนปาที่ทาการปลูกในระยะนี้ไมปรากฏหลักฐานในปจจุบัน จากการตรวจสอบสวนปาของกรมปาไมในป ํ2496 ตามหลักฐานที่มีอยูในขณะนั้น ปรากฏจากที่ไดสอบถามราษฎรในทองที่วาสวนสักเดิมนั้นมีอยูจริง แตถูกทําลายไปแลวในระยะสงครามโลกครั้งที่สอง การปลูกบํารุงปาไมที่มีหลักฐานบันทึกแนนอนเริ่มขึ้นในป 2475 มีบันทึกวาจนถึงปนี้มีสวนปาที่ทําขึ้นรวม 45 แปลง เปนพื้นที่ประมาณ 3,186 ไร เปนไมสัก 2,947 ไร ไมโกงกาง 190 ไร ไมหลุมพอกับไมสัก40 ไร และไมพยุง 9 ไร ในป 2476 มีการปลูกไมตะเคียน หลุมพอ โกงกาง แสม สัก นาคบุตร และจากในทางภาคใตเพิ่มขึ้น ประมาณ 51 ไร แตสวนปาที่มีบบันทึกเปนหลักฐานแนนอนเฉพาะสวนสัก ไม มีหลักฐานแนนอนเกี่ยวกับสวนไมกระยาเลย การปลูกสรางสวนปาชายเลนที่มีบันทึกหลักฐานแนนอนคือการปลูกบํารุงปาไมของกรมปาไมในสมัยพระยาพนานุจร เปนเจากรมปาไม (พ.ศ. 2478-2484) การปลูกสรางสวนปาเปนหนาที่ของปาไมภาคเปนผูดําเนินการ สวนไมกระยาเลยนั้นมีท้งปาบกและปาเลนดังนี้ ั 2482 สวนปากน้ําเวฬุ จันทบุรี 2483 สวนปากน้ําประแส ระยอง สวนคลองชายสูง ระยอง สวนทองอาว ตราด สวนคลอง นางรม ประจวบคีรีขันท 2484 สวนดอกมะกอก ระยอง สวนเกาะกลาง ตรัง สวนเกาะหาดกุระ ตรัง สวนเกาะกา ตรัง สวนหนองแก ประจวบคีรีขันท สวนชะอํา เพชรบุรี 2485 สวนปากทะเล เพชรบุรี (กรมปาไม,2523)11 กรมปาไม. 2523. ประวัติและผลงานของกรมปาไมครบรอบ 84 ป พ.ศ. 2439-2523 นโยบายและการบริหารงานปาไม. กรมปาม , กรุงเทพ.2
  4. 4. การจัดการปาชายเลนในอดีตยังมิไดมีการวางโครงการเปนการถาวรเทาใดนักเปนเพียงโครงการชั่วคราวที่มีการอนุญาตใหแกรายยอยเปนปๆไประบบวนวัฒนวิธีก็ยังมิไดมีการกําหนดใหใชแนนอน พ.ศ. 2504 กรมปาไม โดยแผนกงานแผนการกองโครงการ ไดทําการปรับปรุงหลักเกณฑการทําไมปาชายเลน และใหทําการสํารวจจัดวางโครงการปาชายเลนใหเปนรูปแบบเดียวกันทั้งหมด ระบบวนวัฒนวิธีที่ใช คือ Shelterwood with Minimum Girth Limit ตอมาไดมีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 4 มกราคม พ.ศ.2509 ใหเปลี่ยนแปลงนโยบายการทําไมปาชายเลนจากวิธียอย และการอนุญาตแบบผูกขาดมาเปนการอนุญาตโดยวิธีสัมปทานระยะยาวตามโครงการ 15 ป ปาโครงการแตละโครงการจะทําการแบงออกเปน 15แปลงตัดฟน ใหทําไมปละ 1 แปลง ตามระบบตัดหมดในแนวสลับ (Clear Felling in Alternate Srips)  เพื่อใหการจัดการปาชายเลนที่ใหสัมปทานไปนั้นถูกตองตามหลักวิชาการ และ ควบคุมการปฏิบัติงานใหเปนไปตามเงื่อนไขสัมปทาน กรมปาไมจึงไดของบประมาณจัดตั้ง หนวยควบคุมปาเลน เพื่อดําเนินการจัดการปาชายเลนตลอดจนควบคุมการปฏิบัติงานตาง ๆ ของผูรับสัมปทาน โดยในป พ.ศ. 2511ไดรับงบประมาณจัดตั้งหนวยควบคุมปาเลนขึ้นจํานวน 5 หนวย ตอมาใน พ.ศ. 2512-2514 ไดรับงบประมาณใหจัดตั้งหนวยเพิ่มขึ้นปละ 10 หนวย ซึ่งไดจัดตั้งขึ้นครบตามโครงการรวม 34 หนวย (ในปจจุบัน มี 40 หนวย)แตละหนวยควบคุม ปาชายเลนโครงการประมาณ 10 โครงการ พ.ศ. 2532 ไดมีการจัดตั้งฝายจัดการปาชายเลนขึ้นใหม สังกัดกองจัดการปาไม พ.ศ. 2534 มีการจัดตั้งศูนยผลิตเมล็ดพันธุไมปาชายเลน จํานวน 4 ศูนย พ.ศ. 2536 ยุบกองจัดการปาไมและกรมปาไมไดแบงหนวยงานในสํานักวิชาการ ปาไมออกเปนสวน ๆ แตละสวนจะประกอบดวยกลุมตาง ๆ กลุมวิจัยปาชายเลนสังกัดสวนวิจัยเศรษฐกิจและพัฒนาการจัดการปาไม สํานักวิชาการปาไม พ.ศ. 2545 รัฐบาลไดปฏิรูประบบราชการจึงไดมีพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ.2545 มาตรา 5 ใหมีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม มาตรา 22 กําหนดอํานาจหนาที่เกี่ยวกับการอนุรักษและฟนฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม มาตรา 23 กําหนดใหกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝงเปนสวนราชการหนึ่งของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม งานดานการบริหารจัดการทรัพยากรปาชายเลนถูกโอนจากกรมปาไมมาอยูในกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝง เนื่องจากในการจัดการปาชายเลน นอกจากกิจกรรมการทําไมแลว ยังมีกิจกรรมดานการปลูกสรางสวนปาชายเลน และการอนุรักษและปองกันรักษาปาชายเลนเปนหลักเพื่อทดแทนสภาพปาที่ถูกบุกรุกอยางรุนแรงโดยกิจการทํานากุง การปลูกสรางสวนปาชายเลนแยกการดําเนินงานตามผูดําเนินการ ดังนี้ (1) การปลูกสรางสวนปาโดยใชงบประมาณแผนดิน (2) การปลูกปาชายเลนตามมติคณะรัฐมนตรี (3) การปลูกปาชายเลนตามโครงการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจาสิริกิติ์ฯ (4) โครงการฟนฟูทรัพยากรปาชายเลน เพื่อลดภาวะโลกรอน โดยมีเนื้อที่ปาชายเลนเกิดขึ้นจากการปลูกปาโดยภาครัฐทั้ง 4 โครงการ รวม 169,383 ไร(5) การปลูกปาถาวรเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวฯ (6) การปลูกปาชายเลนโดยภาคเอกชน(7) การปลูกปาชายเลนโดยภาครัฐรวมเอกชน (8) การปลูกปาชายเลนจากพระราชดําริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ 3
  5. 5. การปลูกสรางสวนปาชายเลนโดยใชเงินงบประมาณแผนดิน กรมปาไมไดดําเนินการมานานแลวในทองที่จังหวัดจันทบุรี ในบริเวณพื้นที่ปาที่เสื่อมโทรม โดยดําเนินการปลูกไมโกงกางเพื่อเปนการทดลองปลูกในเนื้อที่เพียงเล็กนอย และไมมีโครงการที่จะปลูกติดตอกันมาทุกป เนื่องจากในขณะนั้นทางรัฐบาลสงเสริมการปลูกสรางสวนปาไมสักหรือไมปาบก ไมมีงบประมาณโดยตรงมาใชในการปลูกปาชายเลน ซึ่งตอมาแมวาจะมีการปลูกเพิ่มขึ้นในทองที่จังหวัดอื่นดวย แตก็ดําเนินการเพียงพื้นที่เล็กนอย ไมที่ปลูกสวนใหญเปนไมโกงกาง ไมโปรง สวนไมถั่วปลูกบางแตเปนสวนนอยการปลูกปาชายเลนที่ผานมาเพียงปลูกเพื่อฟนฟูสภาพปาในบริเวณที่เสื่อมโทรมเทานั้น ยังไมมีแผนการจัดการที่จะนําไมออกมาใชประโยชนแตอยางใด เนื้อที่สวนปาชายเลนที่ไดดําเนินการปลูกโดยใชเงินงบประมาณแผนดิน ตั้งแต พ.ศ. 2482 จนถึง พ.ศ. 2534 ที่ดําเนินการทั้งสิ้นประมาณ 56,660 ไร4
  6. 6. การปลูกปาชายเลนตามมติคณะรัฐมนตรี การปลู ก ป า ชายเลนของกรมป า ไม เ ริ่ ม กระทํ า กั น อย า งต อ เนื่ อ ง และได รั บ การสนั บ สนุ น ด า นงบประมาณอยางเต็มที่ภายหลังที่คณะรัฐมนตรีไดมีมติเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2534 กําหนดระยะเวลาการดําเนินงานไว 5 ป ตั้งแต พ.ศ. 2535 - 2539 กําหนดเปาหมายในสวนที่เปนการปลูกปาชายเลนไว 250,000 ไรในพื้นที่ที่มีสภาพปาเสื่อมโทรม และพื้นที่ดินเลนงอกใหม ที่มีศักยภาพในการปลูกปาแลวไดผล โดยมีศูนยผลิตเมล็ดพันธุไมปาชายเลน จํานวน 4 ศูนย การปลูกปาชายเลนตามโครงการพัฒนาพื้นที่ปาชายเลนเขตอนุรักษตามมติคณะรัฐมนตรีซึ่งดําเนินการตั้งแตป 2535 – 3539 ในทองที่ 15 จังหวัด ไดเนื้อที่ปาชายเลนทั้งสิ้น 81,377 ไร 5
  7. 7. การปลูกปาชายเลนโดยภาคเอกชน การปลูกสรางสวนปาชายเลนหรือสวนปาไมโกงกางโดยเอกชน อยูในบริเวณชายฝงทะเลกนอาวไทยในทองที่จังหวัดเพชรบุรี สมุทรสงคราม สมุทรปราการจนถึงชลบุรี ซึ่งสวนใหญเปนการปลูกสรางสวนปาไมโกงกางเปนอาชีพในครัวเรือนในที่ดินกรรมสิทธิ์ซึ่งเปนมรดกตกทอดตอๆ กันมา จากการสอบถามประวัติความเปนมาของราษฎรบางรายในทองที่บานตะบูนอําเภอบานแหลมจังหวัดเพชรบุรีและที่บานยี่สาร อําเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งไดเริ่มปลูกปาไมโกงกางใบเล็กเพื่อเผาถานและทําไมฟนมาตั้งแตป พ.ศ.2480 และมีราษฎร รายอื่นๆ ทําตามติดตอกันมาจนถึงปจจุบันโดยจํานวนเนื้อที่ที่แทจริงของสวนปาไมโกงกางที่ราษฎรไดปลูกขึ้นที่บานยี่สาร อําเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม มีเนื้อที่ประมาณ 16,000 ไร โดยดําเนินการอยูหลายเจาของและใชประโยชนไมจากสวนปาที่ปลูกในการเผาถานเปนสวนใหญ แตขณะนี้ไดมีการเปลี่ยนแปลงพื้นที่สวนปาดังกลาวทําเปนนากุงไปเปนจํานวนมากแลว การเผาถานไมโกงกางที่บานยี่สารตองใชไมสดเปนจํานวนมากกวาจะไดไมเตาหนึ่งจะตองตัดไมเปนจํานวนมหาศาล ตนโกงกางที่จะตัดมาเผาถาน อายุ 12 – 15 ป ลําตนจะสูงประมาณ 5 - 6 วา มีคนรับจางไปตัดฟนเอาทั้งรากทั้งโคนและกิ่งกานสาขา สวนลําตนจะตัดทอนออกเปนไมหลายาว 1.30 เมตร สวนอื่นเอาเปนเชื้อเพลิงเผาถาน การเรียงไมหลาเขาเตาใหเต็มทั้งไมตั้งและไมซอน 1 เตา ใชจํานวนไมทั้งหมดประมาณ 10,000 ถึง 12,000 ทอน เปนน้ําหนักประมาณ 20 ตัน หรือ 20,000 กิโลกรัม เผาแลวจะไดถาน4,500 ถึง 5,000 กิโลกรัม ราคาจําหนายปลีกถานไมโกงกางบรรจุถุง ถุงละ 2 กิโลกรัม ราคา 50 บาท ปาชายเลนที่ยี่สารเปนสวนปาของเอกชน มีโฉนดที่ดินไมใชปาสัมปทานหรือปาสงวน เมื่อไมในปาโตใชการได ก็จะตัดฟนและปลูกทดแทน ปญหาในการตัดไมทําลายปาจึงไมเกิดขึ้น (ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน,2551)22 ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน. 2551. ถานไมโกงกาง ที่ยี่สาร ชุมชนโบราณแมกลอง. หนังสือพิมพไทยรัฐ ฉบับวันที่ 27 กรกฎาคม 25516
  8. 8. การปลูกปาชายเลนภาครัฐรวมเอกชน ปจจุบันการบริหารจัดการทรัพยากรโดยประชาชนมีสวนรวมเปนเรื่องที่รัฐใหความสําคัญ การปลูกปาชายเลนภาครัฐรวมเอกชนในปจจุบันมีทั้งรูปแบบที่เปนงบประมาณของรัฐแลวขอความรวมมือประชาชนในการเขารวมกิจกรรมเพื่อประโยชนในการสรางความรูสึกรักและหวงแหนธรรมชาติใหกับประชาชนที่เขารวมกิจกรรมกับรัฐ เพราะการปลูกปาชายเลนถือเปนการฟนฟูอยางหนึ่ง แตการฟนฟูที่ยั่งยืนยิ่งกวาก็คือการใหการศึกษาใหชาวบานไดเขาใจถึงประโยชนของปาชายเลน และรูปแบบที่เอกชนมีงบประมาณและประสงคจะสนับสนุนการปลูกปาชายเลนแลวรัฐเปนฝายอํานวยความสะดวกในการคัดเลือกพื้นที่ สนับสนุนกลาไมใหกับเอกชน ซึ่งเอกชนที่ใหความรวมมือในการปลูกปาชายเลนกับภาครัฐนั้นมีเอกชนทั้งในและตางประเทศ สําหรับ ตางประเทศนั้ น การปลูกปา ประชาอาสาไทย-ญี่ปุน มีมาตั้ งในอดี ต นอกจากนี้ยั งมีก ารสนับสนุนงบประมาณดานการวิจัยเรื่องการฟนฟูพื้นที่เสื่อมโทรม การแกปญหาการกัดเซาะชายฝง ฯลฯ ซึ่งหนังสือเลมนี้ไดนําเสนอตัวอยางแปลงปลูกปาชายเลนที่เกิดจากการสนับสนุนเงินทุนและนักวิจัยมารวมกับนักวิจัยชาวไทยในการปลูกปาชายเลนเพื่อแกปญหาพื้นที่เสื่อมโทรมจากการทํานากุงและปญหาการกัดเซาะชายฝงในจังหวัดนครศรีธรรมราชไวจํานวน 2 แปลง 7
  9. 9. การปลูกปาชายเลนตามโครงการปลูกปาชายเลนเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวเนื่องในวโรกาสครองราชยปที่ 50 พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวภูมิพลอดุลยเดชไดทรงพระราชทานพระราชดําริเปนอเนกประการในการทํานุบํารุงสิ่งแวดลอม และทรัพยากรปาไมของประเทศทรงพระราชทานพระราชดําริการพัฒนาดานตางๆ ควบคูกับการอนุรักษเสมอดวยการทรงจัดการใชทรัพยากรสิ่งแวดลอมใหเกิดประโยชนแกพสกนิกรมากที่สุด ประกอบกับสมเด็จพระนางเจาฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงหวงใยปญหาปาไมที่ถูกบุกรุกทําลาย และทรงกรุณาโปรดเกลาฯ ใหทานผูหญิงสุประภาดา เกษมสันต ราชเลขานุการในพระองค อัญเชิญพระราชกระแสมายั ง กระทรวงเกษตรและสหกรณ ต ามหนั ง สื อ สํ า นั ก ราชเลขาธิ ก าร ที่ รล 0009/11951 ลงวั น ที่29 ธันวาคม 2535 ใหหามาตรการยับ ยั้งการทํ าลายปา และเรง ฟนฟู สภาพตน น้ําลํา ธาร โดยทรงโปรดพิจารณาปญหาการขาดแคลนน้ํา ซึ่งเปนปญหาใหญของชาติที่จะตองเรงแกไขโดยดวนที่สุด กระทรวงเกษตรและสหกรณ ไ ด น อ มอั ญ เชิ ญ พระราชกระแสของสมเด็ จ พระนางเจ าฯ พระบรมราชินีนาถ มาเปนแนวทางในการดําเนินการฟนฟูสภาพปาไม เพื่อใหสภาพปาที่เสื่อมโทรมไดกลับคืนสภาพโดยรวดเร็ว โดยไดหารือทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ที่จะใหคนในชาติทุกหมูเหลา ทุกสาขาอาชีพไดรวมกันปลูกปาสนองพระราชกระแสของ สมเด็จพระนางเจาฯ พระบรมราชินีนาถและนอมเกลาฯถวายเป น สั ก การะ เนื่ อ งในวโรกาสที่ พ ระบาทสมเด็ จ พระเจ า อยู หั ว ทรงครองราชย ป ที่ 50 ในป พ.ศ. 2539 กระทรวงเกษตรและสหกรณจึงไดจัดทําโครงการปลูกปาถาวรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ า อยู หั ว เนื่ อ งในวโรกาสทรงครองราชย ป ที่ 50 ขึ้ น ระยะที่ 1 มี ระยะเวลาดํ าเนิ นงานตามโครงการฯ 3 ป(พ .ศ .2537–พ .ศ .2539) ระยะที่ 2 มี ระยะเวลาดํ าเนิ นงาน ต า ม โ ค ร ง ก า ร ฯ 6 ป (พ .ศ .2540-พ .ศ .2545) และในระยะที่ 3 มีระยะเวลาดําเนินงานตามโครงการฯ 5 ป (พ.ศ.2546–พ.ศ.2550) โดยมีวัตถุประสงค คือ 1. ดําเนินการปลูกปาในพื้นที่เขตอนุรักษใหครบตามเปาหมาย จํานวน 5 ลานไร 2. เพื่อเปนการสนองพระราชดําริดานการอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม 3. เพื่อเพิ่มพื้นที่ปาของประเทศใหบรรลุผลตามนโยบายของรัฐบาล 4. เพื่อปลูกฝงจิตสํานึกใหคนในชาติมีใจรักตนไม รักปาไม และหวงแหนทรัพยากรปาไม โดยมีการ รณรงค และการมีสวนรวมของทุกสวนในการแกปญหาภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้น8
  10. 10. การปลูกปาชายเลนตามโครงการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจาสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในวโรกาสทรงพระชนมายุ 72 พรรษา โครงการปลูกปาชายเลนถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ เปนโครงการสําคัญของกรมทรัพยากรปาชายเลนทางทะเลและชายฝง โดยสํานักอนุรักษทรัพยากรปาชายเลนเริ่มจัดตั้งเมื่อ พ.ศ. 2545 มีวัตถุประสงคเพื่อสนองแนวพระราชดําริของพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวและสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจาสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในการอนุรักษปาชายเลนฟนฟูทะเลไทยใหกลับคืนความอุดมสมบูรณ และมีศักยภาพในการอํานวยผลผลิตสัตวน้ําอยางยั่งยืน รวมทั้งเกื้อกูลตอการเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพและรักษาสภาพแวดลอมของระบบนิเวศปาชายเลน ระบบนิเวศชายฝง และระบบนิเวศทางทะเลใหเปนไปอยางสมดุล โดยรณรงคและสงเสริมใหประชาชนทุกหมูเหลารวมกันฟนฟูปาชายเลนที่เสื่อมโทรมใหกลับคืนความอุดมสมบูรณ ใหชุมชนในทองถิ่นที่อาศัยอยูรอบพื้นที่ปาชายเลนอยางยั่งยืนตอไป อีกทั้งเปนการเฉลิมฉลองเทิดพระเกียรติถวายเปนราชสักการะในวโรกาสมงคลสมัยเฉลิมพระชนมพรรษา 72 พรรษา ดวย กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝงไดดําเนินการปลูกปาชายเลนตามโครงการปลูกปาถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ ตั้งแตป 2545 – 2551 ไดเนื้อที่สวนปาชายเลนที่ไดดําเนินการปลูกเสร็จแลวทั้งสิ้น 24,346 ไร 9
  11. 11. การปลูกปาชายเลนในอุทยานสิ่งแวดลอมนานาชาติสิริรธร จากพระราชดําริในสมเด็จพระเทพรัตนสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี การฟนฟูระบบนิเวศปาชายเลนในอุทยานสิ่งแวดลอมนานาชาติสิรินธร เริ่มตนเมื่อวันที่ 14 สิงหาคมพ.ศ. 2537 จากพระราชดําริในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ใหจัดหาพื้นที่ที่เหมาะสมเพื่อทดลองปลูกและฟนฟูสภาพปาชายเลน ซึ่งการฟนฟูสภาพปาชายเลนในอุทยาน ฯ แบงออกเปน 3 ระยะรวมพื้นที่ที่ปลูกไปแลวจํานวน 140 ไร โดยทําการฟนฟูบริเวณคลอง 2 คลองไดแก คลองบางตรานอย และคลองบางตราใหญ ซึ่งรับน้ําจืดจากลุมน้ําหวยใหญ ไหลลงทะเลบริเวณทางดานทิศเหนือและทิศใตของอุทยาน ฯ เปนบริเวณที่ไดรับอิทธิพลน้ําทะเลขึ้นสูงสุด เกิดเปนระบบนิเวศน้ํากรอย การฟนฟูปาชายเลนระยะที่ 1 ปลูกบริเวณพื้นที่คลองบางตรานอยและคลองบางตราใหญ มีเนื้อที่ประมาณ 80 ไร และ 30 ไร ตามลําดับ ประกอบดวยพันธุไมปาชายเลนจํานวน 32 ชนิด (เมื่อวันที่ 17สิงหาคม พ.ศ. 2537 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดําเนินทรงปลูกตนโกงกางใบใหญทั้งสองบริเวณ) ซึ่งกอนการปลูกปาชายเลนมีการขุดลอกตะกอนทรายที่ทับถมบริเวณปากแมน้ําทั้ง 2 คลอง เพื่อใหปาชายเลนที่ปลูกไดรับอิทธิพลจากน้ําขึ้นน้ําลงได การฟนฟูปาชายเลนระยะที่ 2 ปลูกบริเวณพื้นที่สวนแยกคลองบางตรานอย มีเนื้อที่ประมาณ 30 ไรประกอบดวยพันธุไมปาชายเลนจํานวน 22 ชนิด (เมื่อ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2544 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จพระราชดําเนินทรงปลูกตนโกงกางใบใหญ) (อุทยานสิ่งแวดลอมนานาชาติสิรินธร,2552)33 อุทยานสิ่งแวดลอมนานาชาติสิริธร. 2552. การฟนฟูระบบนิเวศปาชายเลน. เอกสารเผยแพรของอุทยานสิ่งแวดลอมฯ10
  12. 12. การปลูกปาชายเลนในโครงการฟนฟูทรัพยากรปาชายเลน เพื่อลดผลกระทบจากภาวะโลกรอน กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝงไดจัดทําโครงการฟนฟูทรัพยากรปาชายเลน เพื่อลดผลกระทบจากภาวะโลกรอน ตามที่คณะรัฐมนตรีไดมีมติเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2551 และ 1 เมษายน 2551 ใหดําเนินโครงการเตรียมรับ มือ กั บการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอ ากาศ และคุณ ภาพสิ่งแวดลอ มตามนโยบายของรัฐมนตรีวาการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม จากขอมูลการจําแนกการใชประโยชนที่ดินปาชายเลน พ.ศ. 2543 พบวาปาชายเลนถูกเปลี่ยนสภาพไปใชประโยชนตามวัตถุประสงคตางๆ มากมาย แตที่มีจํานวนมากที่สุดคือ การเปลี่ยนแปลงเปนพื้นที่เพาะเลี้ยงสัตวนํ้าในจังหวัดนครศรีธรรมราช มีพื้นที่ครอบครองทําประโยชนของราษฎรโดยไมมีเอกสารสิทธิ์ถึง 61,730 ไร พื้นที่ขออนุญาตใชประโยชน จํานวน 4,165 ไร จากพื้นที่ปาชายเลนตามมติคณะรัฐมนตรีจํานวน 137,686 ไร ปจจุบันมีพื้นที่ปาชายเลนคงสภาพ จํานวน 71,791 ไร สภาพปญาหาในพื้นที่ที่เกิดขึ้นคือราษฎรไมสามารถเขาพัฒนาปรับปรุงพื้นที่เพื่อประโยชนในการเพาะเลี้ยงสัตวน้ํา เนื่องจากเปนการกระทําผิดกฎหมาย สวนทางราชการไมสามารถเขาปรับปรุงฟนฟูสภาพปาไดเชนกัน เนื่องจากถูกขัดขวางจากผูครอบครองพื้นที่ ทําใหทั้งราษฎรและราชการไมไดรับประโยชนสูงสุดจากพื้นที่ดังกลาวมาเปนเวลานานกวา 30 ป การดําเนินโครงการฟนฟูทรัพยากรปาชายเลน เพื่อลดผลกระทบจากภาวะโลกรอน ทางราชการโดยสวนบริหารจัดการทรัพยากรปาชายเลนที่ 2 และหนวยราชการในพื้นที่ไดดําเนินการเจรจาจนไดขอสรุประหวางราษฎรและทางราชการ คือ ใหทางราชการเขาดําเนินการปรับปรุงฟนฟูสภาพพื้นที่ครึ่งหนึ่ง และใหราษฎรขออนุญาตเขาทําประโยชนเพื่อการเพาะเลี้ยงสัตวน้ําอีกครึ่งหนึ่ง ซึ่งตามขอตกลงดังกลาวไดรับความยินยอมจากราษฎรบางสวน ผลการดําเนินโครงการสวนบริหารจัดการทรัพยากรปาชายเลนที่ 2 ไดดําเนินการปลูกฟนฟูปาชายเลนในป พ.ศ. 2551 ทั้งสิ้น 7,000 ไร ในทองที่ตําบลบางจาก ตําบลทาไร ตําบลปากนคร ตําบลทาซักตําบลปากพูน อําเภอเมือง ตําบลปากพนังฝงตะวันตก ตําบลแหลมตะลุมพุก ตําบลคลองนอย อําเภอปากพนัง ตําบลทาศาลา อําเภอทาศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช 11
  13. 13. การปลูกฟนฟูระบบนิเวศปาชายเลน (สนใจ หะวานนท,2552)4 การปลูกปาชายเลนในปจจุบันมุงหวังที่จะฟนฟูระบบนิเวศปาชายเลนที่เสื่อมโทรมใหมีสภาพดีเพื่อใหเกิดความสมดุลของสภาพแวดลอมชายฝงทะเลมากยิ่งขึ้นการปลูกปาชายเลนเทาที่ผานมาสวนใหญจะใชไมโกงกางเปนหลักเพราะเปนไมที่มีคุณคาทางเศรษฐกิจ และชวยในการพัฒนาสภาพแวดลอมไดดีการปลูกปาชายเลนใหไดผลดีควรคํานึงถึงปจจัยสิ่งแวดลอมที่เปลี่ยนแปลงไปตามสภาพพื้นที่และกาลเวลา อาทิเชนสภาพภูมิประเทศ ชายฝงทะเล ภูมิอากาศ น้ําขึ้น - น้ําลง คลื่นและกระแสน้ํา ความเค็มของน้ําทะเล ปริมาณออกซิเจนที่ละลายน้ํา คุณสมบัติทางเคมีและฟสิกสของดินและปริมาณธาตุอาหารตาง ๆ นอกจากนี้สัตวที่อยูในปาชายเลนและประชาชนที่อยูตามชายฝงก็มีสวนชวยใหเกิดปญหาในการปลูกปาชายเลนไดเหมือนกัน การที่จะปลูกปาชายเลนในสภาพพื้นที่ตาง ๆ ใหไดผลนั้นผูดําเนินการในพื้นที่จะตองนําความรูที่ไดจากการสั ง เกตุ แ ละศึ ก ษาทํ า ความเข า ใจในระบบนิ เ วศป า ชายเลนของพื้ น ที่ ป ลู ก มาใช เ ป น หลั ก ในการดําเนินการปลูกโดยสังเกตุและศึกษากลุมของสังคมพืชที่ปรากฏอยูในสภาพธรรมชาติซึ่งปกติแลวพันธุไมปาชายเลนจะขึ้นอยูในลักษณะการแบงเขต (Zonation) ตามสภาพความเค็มของน้ําทะเลและความลาดชันของพื้นที่การปลูกเพื่อพัฒนาสิ่งแวดลอมชายฝงทะเลเชนนี้จึงควรพิจารณาคัดเลือกพันธุที่มีอยูเดิมในสังคมพืชนั้นเปนอันดับแรกโดยทั่วไปแลวพื้นที่ที่จะดําเนินการปลูกฟนฟูสภาพปาชายเลนมีลักษณะดังนี้4 สนใจ หะวานนท,2552. http://www.ds.ac.th/~mangrove/protection.html12
  14. 14. พื้นที่ซึ่งเปนดินเลนงอกใหม (New mudflat area) เกิดจากการทับถมของตะกอนดินที่ไหลมาตามแมน้ําลําคลอง เชน อาวบานดอน จังหวัดสุราษฎรธานี อาวปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราชหรือเกิดจากการพังทลายของชายฝงทะเลในบริเวณอื่นแลวกระแสน้ําหมุนเวียนพัดพาไปตกตะกอนในอีกพื้นที่หนึ่ง เชน หาดเลนงอกใหมในทองที่จังหวัดสมุทรสงครามและเพชรบุรีเกิดจากการพังทลายของชายฝงสมุทรสาคร กรุงเทพฯ สมุทรปราการ แลวกระแสน้ําพัดพาไปตกตะกอนในบริเวณดังกลาวโดยมีตะกอนที่ไหลมาตามแมน้ําลําคลองทับถมเพิ่มเติม ปญหาการปลูกปาชายเลนบริเวณดินเลนงอกใหม พื้นที่ซึ่งเปนดอนเลนงอกใหมยังเปนแหลงที่อยูอาศัย และแสวงหาอาหารของสัตวน้ําเปนจํานวนมาก ทําใหมีอวนรุนเขา มาจับสัตวน้ําอยูเสมอ ซึ่งนอกจากจะทําลายกลาไมที่ปลูกแลว ยัง ทําใหการตกตะกอนและยึดตัวของอนุภาคดินเปนไปไดชา ดังนั้น กอนการปลูกปาชายเลนในบริเวณนี้จึงควรจัดทําแนวรั้วกั้นการ เขาออกของเรือประมงไวเปนการลวงหนา และจะมีกลาไมเขามา สื บ พั น ธุ ต ามธรรมชาติ เ พิ่ ม เติ ม จนกลายเป น ป า ที่ ส มบู ร ณ ที่ มี ประโยชนในการอนุรักษสิ่งแวดลอมชายฝงไดในเวลาอันรวดเร็ว 13
  15. 15. พื้นที่ปาเสือมโทรมอันเนืองมาจากการตัดไม (Over cutting area) ่ ่ ในพื้ น ที่ เ ช น นี้ จ ะมี ไ ม ที่ มี คุ ณ ค า ทางเศรษฐกิ จ น อ ยเหลื อ อยู แ ละการสื บ พั น ธุ ต ามธรรมชาติ ไ ม ดีเนื่องจากขาดแคลนแมไม สภาพสังคมพืชที่เคยเปนปาโกงกางขึ้นอยูในดินเลนออนอาจเปลี่ยนเปนไมถั่วซึ่งขึ้นไดดีในที่เปนดินเลนแข็ง เนื่องจากมีเรือนยอดปกคลุมพื้นที่หางๆ และมีการเขาไปเหยียบย่ําอยูเสมอนอกจากนี้ยงมีตะกอนดินเลนที่แขวนลอยอยูในน้ํามาทับถมเพื่อขึ้นอยูตลอดเวลาทําใหระดับพื้นดินสูงมากขึ้น ั ปญหาการปลูกปาชายเลนในพื้นที่ปาเสื่อมโทรม การปลูก พัน ธุ ไ มล งในพื้น ที่ค วรสัง เกตปริ ม าณวั ชพื ช ที่ ขึ้นอยู หากเปนพื้นที่ซึ่งมีปรงหนูหรือปรงทะเล (Acrostichum sp.) หรือพันธุไมอื่นๆ เชน เหงือกปลาหมอ (Acanthus sp.) ถอบแถบ (Derris trifoliata) สักขี (Dalbergia cadenatensis) ขึ้นอยูทั่วไปใน พื้นที่เหลานี้จะเปนดินเลนแข็งการปลูกไมโกงกางลงในที่วางจะ เจริญเติบโตชา ชนิดไมที่ควรปลูกในพื้นที่เชนนี้ ไดแก ถั่วขาว (Bruguiera cylindrica) พังกาหัวสุมดอกขาว (B. sexangula) พั ง กาหั ว สุ ม ดอกแดง (B. gymnorrhiza) ฝาดดอกแดง (Lumnitzera littorea) ฝาดดอกขาว (L. racemosa) เปนตน14
  16. 16. พื้นที่ที่ผานการทํานากุง (Abandoned shrimp farm area)  ในพื้นที่ที่ผานการทํานากุงแบบดั้งเดิม เมื่อปลอยทิ้งรางจะทําใหอุณหภูมิของดินสูงขึ้น ปริมาณน้ําในดินลดลง และปริมาณธาตุอาหารต่ํา จากการศึกษาพบวา อุณหภูมิของดินนากุงจะสูงกวาปาชายเลนปกติ3.0-10.5 องศาเซลเซียส ปริมาณน้ําในดินลดลง 77.4 - 83.3 % ปริมาณอินทรียวัตถุลดลง 3.5 - 11% แตอยางไรก็ตาม ในพื้นที่นากุงรางแบบดั้งเดิมหนาดินสวนใหญยังคงอยูในสภาพเดิม และดินยังมีธาตุอาหารเพียงพอที่จะใชในการเจริญเติบโตของพืช จึงสามารถปลูกไมโกงกางใบเล็ก ถั่วขาว โปรงแดง ลงไปได การปลูกปาชายเลนในพื้นที่นากุงราง ควรปลูกในชวงฤดูฝนหรือชวงที่มีน้ําทะเล ทวมถึงในเวลากลางวัน ซึ่งในพื้นที่ปาชายเลน บริเ วณชายฝง ทะเลอา วไทยจะอยู ใ นชว งระหวา ง เดือนตุลาคม-กุมภาพันธ การปลูกในฤดูแลงและน้ํา ลดในเวลากลางวัน จะทํ า ให กล า ไมที่ ป ลู กมี อัต รา การรอดตายต่ํา 15
  17. 17. สวนปาโกงกางในประเทศไทย การปลูกฟนฟูปาชายเลนในประเทศไทยนั้นสวนใหญเปนการปลูกปาโกงกางทั้งโกงกางใบเล็กและโกงกางใบใหญ สวนพันธุไมปาชายเลนชนิดอื่นที่มีการปลูกนอยกวา ไดแก โปรงแดง ถั่วขาว พังกาหัวสุมแสม ฯลฯ ระบบนิเวศปาชายเลนจะเปลี่ยนแปลงไปเมื่อสวนปาชายเลนมีอายุมากขึ้นทั้งทางดานโครงสรางเชน องคประกอบชนิดพันธุ ความหนาแนน การปกคลุมเรือนยอด และทางดานหนาที่ เชน ปริมาณการดูดซับกาซคารบอนไดออกไซด การปลูกและฟนฟูปาชายเลนมีบทบาทสําคัญในการควบคุมปจจัยที่เกี่ยวของกับความหลากหลายทางชีวภาพในบริเวณปาชายเลน ปาชายเลนมีความสําคัญตอสัตวน้ําในแงเปนแหลงที่อยูอาศัย แหลงอาหารแหลงวางไขและอนุบาลปลาวัยออน การปลูกและฟนฟูปาชายเลนจะเพิ่มผลผลิตของปาชายเลนโดยผลผลิตของปาชายเลนจะเพิ่มขึ้นตามอายุของสวนปา การเพิ่มผลผลิตของปาชายเลนจะเพิ่มผลผลิตการรวงหลนและการผุสลายของเศษใบไมในปาชายเลน ซึ่งเปนจุดเริ่มตนของสายใยอาหารอีกแบบหนึ่ง นอกเหนือจากสายใยอาหารที่ เริ่ มต นจากผูผ ลิ ตเบื้อ งต นเช น แพลงกต อนพื ช สาหร า ยหนา ดิน และพัน ธุ ไม ปา ชายเลนผลผลิตเศษใบไมเหลานี้เปนอาหารสําคัญสําหรับปลาและสัตวน้ํานานาชนิด ปริมาณอินทรียสารในดินเพิ่มขึ้นตามอายุของปาชายเลนปลูก นอกจากนี้ระบบรากที่เพิ่มขึ้นตลอดจนรมเงาจากเรือนยอดไมปาชายเลนที่มีอายุมากขึ้นจะชวยบดบังแสงแดด และรักษาความชุมชื้นของดินทําใหเกิดสภาพหลากหลายของแหลงที่อยูอาศัย16
  18. 18. แปลงปลูกปาโกงกางอายุ 1 ป แปลงปลูกโกงกางใบใหญในพื้นที่ดินเลนงอกใหม บานหนาทับ-ปากพยิง หมูที่ 14 ตําบล ทาศาลาจังหวัดนครศรีธรรมราช เนื้อที่ 450 ไร (ปลูกป พ.ศ.2551) การเจริญเติบโตของตนโกงกางอายุ 1 ป สามารถงอกใบคูใหมเพิ่ม 1-2 คู ความสูงของกลาไมประมาณ 40- 80 เซนติเมตร ยังไมมีการพัฒนารากค้ํายัน ภายในแปลงมีตนแสมดําซึ่งเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติเล็กนอยความหนาแนนไมถึง 10 ตน/ไร แปลงปลู ก ป า ชายเลนอายุ 1 ป ห ากเป นแปลงปลู ก ป า ในพื้ น ที่ น ากุ ง ร า งจะสามารถใชประโยชนในการเพาะเลี้ยงสัตวน้ําบริเวณแปลงปลูกได เนื่ อ งจากสภาพแปลงปลู ก เป น พื้ น ที่ โ ล ง มีเปอรเซ็นตการปกคลุมเรือนยอดเพียง 5 เปอรเซ็นตการสํ า รวจสั ต ว น้ํ า ในแปลงปลู ก ป า ในนากุ ง ในทองที่ตําบลทาไร ตําบลทาซัก และตําบลปากพูน ที่เขามาจากการเปดประตูระบายนําน้ําเขาแปลงเพื่อเลี้ยงไวภายในแปลงปลูกปา พบวา มีชนิดสัตวน้ําทั้งหมด 20 ชนิด โดยสัตวน้ําชนิดเดนไดแก กุงแชบวยปลากระบอก และปูดํา (ศูนยวิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝงอาวไทยตอนลาง,2551)55 ศูนยวิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝงอาวไทยตอนลาง. 2551. รายงานเบื้องตน โครงการติดตามสถานภาพทรัพยากรสัตวน้ําบริเวณโครงการฟนฟูทรัพยากรปาชายเลนเพื่อลดผลกระทบจากภาวะโลกรอน. 17
  19. 19. แปลงปลูกปาโกงกาง อายุ 2 ป แปลงปลู ก โกงกางใบใหญ ใ นพื้ น ที่ ดิ น เลนงอกใหม หมู ที่ 5 ตํ า บลท า ศาลา จั ง หวั ดนครศรีธรรมราช เนื้อที่ 240 ไร (ปลูกป พ.ศ.2550) การเจริญเติบโตของตนโกงกางอายุ 2 ป ความสูงของกลาไมประมาณ 60 - 110 เซนติเมตร เริ่มมีการพัฒนารากค้ํายันที่งอกออกมาเปนรากอากาศยังไมเจริญลงดินภายในแปลงมีตนแสมดําซึ่งเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติพบมากบริเวณขอบแปลงริมทะเล แปลงปลูกปาชายเลนอายุ 2 ปบริเวณดินเลนงอกใหมจะชวยลดความรุนแรงของคลื่นทําใหลูกปลาตัวเล็กๆ สามารถเขามาอาศัยหลบคลื่นลมแรงบริเวณแปลงปลูกได จะเห็นไดวาบริเวณแปลงปลูกมีนกนางนวลมาอาศัยเกาะบนหลักไมที่ทําไวกั้นเขตไมใหเรือประมงเขามาทําความเสียหายกับตนไม และหาลูกปลาบริเวณนั้นเปนอาหาร18
  20. 20. แปลงปลูกปาโกงกางอายุ 3 ป แปลงปลูกโกงกางใบใหญในพื้นที่ดินเลนงอกใหมบานแหลม ม. 14 ตําบลทาศาลา จังหวัดนครศรี-ธรรมราช เนื้อที่ 240 ไร (ปลูกป พ.ศ. 2549) การเจริญเติบโตของตนโกงกางอายุ 3 ป สามารถพัฒนารากค้ํายันได 4-7 รากตอตน เรือนยอดเจริญเปนพุมประกอบดวยกิ่งที่มีประมาณใบ 3 คู 3 – 5 กิ่ง ความกวางเรือนยอดประมาณ 35 – 40 เซนติเมตร การปกคลุมเรือนยอดประมาณ 25 เปอรเซ็นต การเจริญเติบโตของโกงกางอายุ 3 ป มีทั้งยังเปนกลาไม (Seedling) 6 และเจริญเปนลูกไม (Sapling)7 ขนาดเสนผานศูนยกลางประมาณ 2 – 3 เซนติเมตร ความสูงประมาณ 80 – 140 เซนติเมตร ภายในแปลงมีตนแสมดําที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติกระจายหางๆ กัน โดยพบมากบริเวณฝงริมทะเล6 Seedling คือ ตนไมที่มความสูงไมเกิน 1.30 เมตร ี7 Sapling คือ ตนไมที่ความสูงเกิน 1.30 เมตร และขนาดเสนผานศูนยกลางที่ความสูง 1.30 เมตรไมเกิน 4.5 เซนติเมตร 19
  21. 21. แปลงปลูกปาโกงกางอายุ 4 ป แปลงปลูกโกงกางใบใหญในพื้นที่ดินเลนงอกใหมบานหนาทับ-ปากพยิง หมูที่ 14 ตําบลทาศาลาจังหวัดนครศรีธรรมราช เนื้อที่ 200 ไร (ปลูกป พ.ศ. 2548) การเจริญเติบโตของตนโกงกางอายุ 4 ป จะพัฒนาการเจริญเติบโตสามารถพัฒนารากค้ํายันเพิ่มไดมาก โดยตนที่มีรากค้ํายันมากอาจมีถึง 20 ราก เรือนยอดพัฒนาไดมากโดยความกวางเรือนยอดประมาณ 1 เมตร ความสูงของเรือนยอด ประมาณ 1.5 เมตร การปกคลุมเรือนยอดประมาณ 35 เปอรเซ็นต การพัฒนาทางดานความสูงจนตนโกงกางเปน “ลูกไม” (Sapling)ทั้งหมดมีความสูงประมาณ 1.5 – 2 เมตร ขนาดเสนผานศูนยกลางลําตน ประมาณ 3 - 4 เซนติเมตร ภายในแปลงปลูกมีตนแสมที่เกิดขึ้นเองตาม ธรรมชาติที่มีความสูงใกลเคียงกับตนโกงกางปลูกใน แปลง โดยพุ ม เรื อ นยอดขนาดใหญ ก ว า ทํ า ให เปอรเซ็นตการปกคลุมเรือนยอดของตนไมในแปลง เพิ่มขึ้นอีก 10 - 20 เปอรเซ็นต ทําใหเปอรเซ็นตการ ปกคลุมเรือนยอดรวมมากกวา 50 เปอรเซ็นต20
  22. 22. แปลงปลูกปาโกงกางอายุ 4 ป แปลงปลูกโกงกางใบใหญทองที่ หมูที่ 4 ต. ปากพูน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เนื้อที่ 140 ไร (ปลูกป พ.ศ. 2548) ตนไมในแปลงเจริญเปนลูกไม (sapling) ที่มีความสูงประมาณ 2 - 3 เมตร ขนาดเสนผานศูนยกลางลําตน ประมาณ 3.5 – 4.5 เซนติเมตร ตนไมในแปลงปลูกปาชายเลนแปลงนี้มีระยะปลูก 2 x 2ตารางเมตร มีความหนาแนนของตนไมประมาณ 400 ตนตอไร การปกคลุมเรือนยอดประมาณ 40 เปอรเซ็นตเปนแปลงที่ยังมีการเพาะเลี้ยงสัตวน้ําระบบธรรมชาติรวมดวย แปลงปลูกปาชายเลนในโครงการ Green Carpet ซึ่งนักวิจัยชาวญี่ปุนนําโดย ดร. ฮิคารุ กาโตะ นักวิจัยจากสถาบันสิ่งแวดลอมไทย นําโดย ดร. สนิท อักษรแกว และนักวิจัยจากมหาวิ ท ยาลั ย ต า งๆ ได ดํ า เนิ น โครงการสํ า รวจพื้ นที่ เ พื่ อ ฟ น ฟูพื้น ที่ เ สื่ อ มโทรมจากการทํ า นากุ ง และแก ป ญ หาหารกั ด เซาะชายฝงในจังหวัดนครศรีธรรมราชโดยไดรับความรวมมือจากชาวบานในการยินยอมใหเขาปลูกปาชายเลนในพื้นที่ โครงการดังกลาวสามารถแกไขปญหาความเสื่อมโทรมและการกัดเซาะชายฝงไดตลอดแนวชายฝงตั้งแตบานปากพญา-บานปากพูน อ.เมือง จ. นครศรีธรรมราช 21
  23. 23. แปลงปลูกโกงกาง อายุ 4 ป แปลงปลูกปาชายเลนโครงการฟนฟูปาชายเลนที่ไดรับความเสียหายจากสึนามิ บริเวณนอกเขตปาสงวนฯ ในทองที่อําเภอตะกั่วปา เนื้อที่ 100 ไร (ปลูกป พ.ศ. 2548) แปลงปลูกปาชายเลนบริเวณธรณีพิบัติ ทองที่ อ.ตะกัวปา จ.พังงา เปนสวนหนึ่งของงานปลูกปา ่ชายเลนบริเวณพื้นที่ที่ไดรับความเสียหายจากคลื่นสึนามิ ของสวนบริหารจัดการทรัพยากรปาชายเลนที่ 2 ซึ่งไดรับการจัดสรรเงินงบประมาณใหดําเนินงานปลูกปาชายเลนในลักษณะเต็มพื้นที่ ในพื้นที่ความรับผิดชอบของสถานีพัฒนาทรัพยากรปาชายเลนที่ 16 17 18 และ 19 จํานวนเนื้อที่ทั้งหมด 1,900 ไร ปจจุบันความโตของตนโกงกางใบใหญในแปลงมีขนาดเสนผานศูนยกลางอยูระหวาง 1.3 – 3.5เซนติเมตร เสนผานศูนยกลางเฉลี่ยเทากับ 2 เซนติเมตร ความสูงอยูระหวาง 95 - 222 เซนติเมตร ตนไมในแปลงมีทั้งที่ยังเปนกลาไม (seedling) และเจริญเปนลูกไม (sapling) ตนไมในแปลงอยูในระยะสรางรากค้ํายัน ความหนาแนนของตนไมเทากับ 1,132 ตน/ไร เมื่อตนโกงกางในปาปลูกเริ่มสรางรากค้ํายันก็ เปรียบเสมือนการสรางบานใหลูกหอยเขามายึดเกาะ รากโกงกางเปนบาน นอกจากหอยบนรากโกงกางก็จะ พบปลาตีนบนหาดเลน ลูกปลาตัวเล็กๆ ในน้ําเมื่อยาม น้ําทวมถึงแปลงปลูก นกยางแวะเวียนเขามาโฉบลูก ปลาเปนอาหาร ต น โกงกางในแปลงปลู ก ป า ในพื้ น ที่ ไ ด รั บ ความเสียหายจากสึนามิมีขนาดเสนผานศูนยกลางนอยกวาแปลงปลูกปาในพื้นที่นากุงรางซึ่งอายุเทากันเนื่องจากตนไมตองปะทะคลื่นลมแรง ลักษณะตนไมสูงชลูดและรือนยอดแคบเนื่องจากพื้นที่มีระดับน้ําขึ้น-ลงสูงและระยะปลูกนอยกวา (หนา 20 - 21)22
  24. 24. แปลงปลูกปาโกงกางอายุ 5 ป แปลงปลูกโกงกางใบใหญในพื้นที่นากุงรางในเขตปาสงวนแหงชาติปาเลนดอนสัก ตําบลดอนสักจังหวัดสุราษฎรธานี เนื้อที่ 100 ไร (ปลูกป พ.ศ. 2547) การเจริญเติบโตของตนโกงกางอายุ 5 ป จะพัฒนาเรือนยอดจนเรือนยอดของแตละตนแผขยายจนเรือนยอดชิดกันไมมีชองวางทั้งระหวางแถวและในแถวปลูกเปอรเซ็นตการปกคลุมเรือนยอดประมาณ 70 - 80 เปอรเซ็นต ลูกไมโกงกางมีขนาดเสนผานศูนบกลางประมาณ 14 เซนติเมตร บางสวนพัฒนาเปนไมใหญ (Tree) ที่มีขนาดเสนผานศูนยกลางลําตน ประมาณ 5 -6 เซนติเมตร ความสูงประมาณ 3.5 – 4.0 เมตร แปลงปลูกโกงกางอายุ 5 ป จะมีพื้นที่ผิวใบเพิ่มขึ้นมากจากโกงกางอายุ 4 ป ทําใหอัตราการดูดซับกาซคารบอนไดออกไซดและการปลดปลอยกาซออกซิเจนเพิ่มขึ้นมากดวย 23
  25. 25. แปลงปลูกปาโกงกางอายุ 6 ป แปลงปลูกโกงกาง ในทองที่ ต. เสม็ด อ. เมือง จ. ชลบุรี เนื้อที่ 35 ไร (ปลู ก ป พ.ศ. 2546) การเจริญเติบโตของตนไมในแปลงเจริญเปนไมใหญ (Tree) ที่มีความสูงประมาณ 8 เมตร ขนาดเสนผานศูนยกลางลําตนเฉลี่ย 8 เซนติเมตร มีการพัฒนาเรือนยอดมากที่สุด การปกคลุมเรือนยอดประมาณ 84เปอรเซ็นต ลําตนบางตนมีการแตกกิ่งที่พัฒนาเปนลําตนในกอเดียวกัน 2 – 3 ตน ปาชายเลนปลูกอายุ 6 ปมีอัตราการเพิ่มขึ้น ของดั ช นี พื้ น ที่ ผิ ว ใบอั น เนื่ อ งมาจากการพั ฒ นา เรือนยอดมากที่สุดทํา ใหมีอัตราการเพิ่มขึ้นของ การดู ดซับ ปริม าณก าซคารบ อนไดออกไซดและ การปลดปลอยกาซออกซิเจนมากที่สุด (สนิท อักษรแกวและคณะ,2552)88 สนิท อักษรแกว, สนใน หะวานนท, วิโรจน ธีรธนาธร และลดาวัลย พวงจิตร. 2550. อุทยานสีเขียว ระบบกันภัยชายฝง ใน พลิกปาฟนสู ศูนยฯ สิรินาถราชินี. บริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน).24
  26. 26. แปลงปลูกปาโกงกางอายุ 6 ป แปลงปลูกปาโกงกางในพื้นที่นากุงราง ทองที่ ต. ดอนสัก อ. ดอนสัก จ. สุราษฎรธานี เปนสวนหนึ่งของโครงการฟนฟูสภาพปาชายเลน และบํารุงแปลงปลูกอายุ 2-6 ป ของหนวยฟนฟูสภาพปาชายเลนที่ สฎ 1กรมปาไม ซึ่งโครงการดังกลาวไดฟนฟูพื้นที่นากุงรางในอําเภอดอนสัก จ. สุราษรธานีกวาหมื่นไรปจจุบันตนโกงกางใบใหญมีขนาดเสนผานศูนยกลางประมาณ 7- 9 ซ.ม. ความสูง 8-9 เมตร การปกคลุมเรือนยอดประมาณ 80 เปอรเซ็นต เนื่ อ งจากแปลงปลู ก โกงกางมี ก ารปกคลุ ม เรื อ ยอด หนาแนนแสงแดดที่สองผานถึงพื้นมีนอย ทําใหภายในแปลง ไมมีไมพื้นลาง ปริมาณแสงอาจสงผลตอการเจริญเติบโตของ กล า ไม เ มื่ อ ต น ไม มี ก ารสร า งหน ว ยสื บ พั น ธุ แ ล ว ด ว ย จาก ขอมูลพื้นฐานในการศึกษาโครงสรางเรือนยอด ความสามารถ ในการดูดซับกาซคารบอนไดออกไซดและการปลดปลอยกาซ ออกซิเจน พบวาการตัดไมไปใชประโยชนควรเริ่มตัดเมื่อหมู ไมอายุ 7 ป (สนิท อักษรแกวและคณะ,2552)99 สนิท อักษรแกว, สนใน หะวานนท, วิโรจน ธีรธนาธร และลดาวัลย พวงจิตร. 2550. อุทยานสีเขียว ระบบกันภัยชายฝง ใน พลิกปาฟนสู ศูนยฯ สิรินาถราชินี. บริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน). 25
  27. 27. แปลงปลูกปาโกงกาง อายุ 6 ป ในทองที่ อ. เมือง จ. ตราด เนื้อที่400 ไร (ปลูกป พ.ศ. 2546) แปลงปลูกปาชายเลนอายุ 6 ป แปลงนี้เปนแปลงที่มีการลิดกิ่ง (prunning) ออกทําใหเรือนยอดมีขนาดเล็กกวาแปลงที่ไมมีการลิดกิ่ง ทําใหแสงสามารถสองผานลงถึงพื้นดินไมพื้นลางสามารถเจริ ญ เติ บ โตได ในพื้ น ที่ มี ป รงหนู ป กคลุ ม ประมาณ 60เปอรเซ็นตของพื้นที่ การเจริญเติบโตของตนไมในแปลงใกลเคียงกับแปลงที่ ไ ม มี ก ารลิ ด กิ่ ง มี ข นาดเส น ผ า นศู น ย ก ลางที่ ค วามสู ง เพี ย งอกประมาณ 7- 9 ซ.ม. ความสู ง 8-9 เมตร การปกคลุ ม เรื อ นยอดประมาณ 65- 70 เปอรเซ็นต26
  28. 28. แปลงปลูกปาโกงกางอายุ 6 ป แปลงปลูกโกงกางใบใหญแปลงนี้ปลูกบนพื้นที่คอนขางสูง หรือเปนที่ดอน ในทองที่ตําบลแหลมสักอําเภออาวลึก จังหวัดกระบี่ การเจริญเติบโตทางดานความสูงประมาณ 8 เมตร ขนาดเสนผานศูนยกลางประมาณ 6 – 8 เซนติเมตร เรือนยอดคอนขางเล็กเมื่อเปรียบเทียบกับหมูไมอายุเทากันที่ปลูกในพื้นที่ดินเลนงอกใหมหรือปลูกในนากุงราง การปกคลุมเรือนยอดประมาณ 60 – 70 เปอรเซ็นต มีปริมาณแสงสองผานถึงพื้นดินใหไมพ้ืนลางเจริญเติบโตได สําหรับในพื้นที่นี้ไมพื้นลางคือ น้ํานอง ปกคลุมพื้นที่ประมาณ 80 – 90เปอรเซ็นต การบํารุงแปลงปลูทางราชการใหงบประมาณในการบํารุงสิ้นสุดลงเมื่ออายุครบ 6 ป 27
  29. 29. สวนปาโกงกาง อายุ 10 – 20 ป สวนปาโกงกางที่อายุ 10 ป ขึ้นไปเปนไมซึ่งโตเต็มที่สามารถผลิต “ฝกโกงกาง” สําหรับการแพรพันธุโดยชวงเวลาและจํานวนฝกเฉลี่ยของโกงกางขึ้นอยูกับปจจัยหลายอยาง เชน ความอุดมสมบูรณของพื้นที่สภาพภูมิอากาศ ความหนาแนนของหมูไม ประโยชนอยางหนึ่งที่เห็นไดอยางแปนรูปธรรมที่เกิดจากการผลิตฝกของปาโกงกางปลูก คือ อาชีพเก็บฝกโกงกางเพื่อจําหนาย ทํารายไดใหชาวบานรอบแปลงปลูกปาชายเลนตัวอยางเชน ชาวบานบานหนาทับ ตําบลทาศาลา ครอบครัวหนึ่งสามารถเก็บฝกโกงกางได 10,000 ฝกตอวัน จําหนายไดในราคา 25-35 บาทตอรอยฝก จากการศึกษาชวงเวลาและปริมาณการรวงหลนของสํานักอนุรักษทรัพยากรปาชายเลน พบวาโกงกางใบใหญในแตละทองที่มีชวงเวลาและปริมาณการรวงหลนตางกัน คือ ทองที่จังหวัดตราดมีปริมาณฝกรวงหลนมากชวงเดือน มีนาคม – พฤษภาคม จํานวนฝกเฉลี่ย 35 ฝกตอตน ทองที่จังหวัดชุมพรมีปริมาณฝกรวงหลนมากในชวงเดือนพฤศจิกายน – มีนาคม จํานวนฝกเฉลี่ย 89 ฝกตอตน ทองที่จังหวัดพังงา-ภูเก็ตมีปริมาณฝกรวงหลนมากในชวงเดือนมีนาคม – พฤษภาคม จํานวนฝกเฉลี่ย 26 ฝกตอตน และทองที่จังหวัดสตูลมีปริมาณฝกรวงหลนมากในชวงเดือนพฤษภาคม – กรกฎาคม จํานวนฝกเฉลี่ย 35 ฝกตอตน สวนโกงกางใบเล็กมีชวงเวลาและปริมาณการรวงหลนของฝกดังนี้ ทองที่จังหวัดตราดมีปริมาณฝกรวงหลนมากชวงเดือนมีนาคม – พฤษภาคม จํานวนฝกเฉลี่ย 409 ฝกตอตน ทองที่จังหวัดชุมพรมีปริมาณฝกรวงหลนมากในชวงเดือนตุลาคม – มกราคม จํานวนฝกเฉลี่ย 745 ฝกตอตน ทองที่จังหวัดพังงา-ภูเก็ตมีปริมาณฝกรวงหลนมากในชวงเดือนมิถุนายน – สิงหาคม จํานวนฝกเฉลี่ย 469 ฝกตอตน และทองที่จังหวัดสตู ล มี ป ริ ม าณฝ ก ร ว งหล น มากในช ว งเดื อ นเมษายน – มิ ถุ น ายน จํ า นวนฝ ก เฉลี่ ย ต อ ต น 586 ฝ ก ต อ ต น(สํานักอนุรักษทรัพยากรปาชายเลน,มปป)1010 สํานักอนุรักษทรัพยากรปาชายเลน. มปป. รายงานผลการปฎิบัติงานโครงการบํารุงรักษาแมไมและเมล็ดพันธไมปาชายเลน. 28

×