Ce diaporama a bien été signalé.
Nous utilisons votre profil LinkedIn et vos données d’activité pour vous proposer des publicités personnalisées et pertinentes. Vous pouvez changer vos préférences de publicités à tout moment.
ศิลปะตะวันออก
อินเดีย
ภูม ศ าสตร์
ิ
อิน เดีย
N

S
การแบ่ง ยุค สมัย ในศิล ปะอิน เดีย
สมัย

อิน เดีย N

สมัยที่ 1
สมัยที่ 2

สมัยที่ 3
สมัยที่ 4

อิน เดีย S

ศ. อินเดียโบราณ
...
พื้นฐานความรูทางศาสนา
้
ใน
ประเทศอินเดีย
ศาสนาฮินดู
ศาสนาพุทธ
ปูพื้นฐานศาสนาฮินดู
ประวัต ิศ าสนาฮิน ดู
ระ ศาสนา คัม ภี
พัฒ นาการ
ยะ
ร์
1 พระเวท
พระเ นับถือเทพเจ้าธรรมชาติ
วท (พระอินทร์...
ปูพื้นฐานความรู้พุทธศาสนา
นิก า
ย
เถรว
าท
มหา
ยาน

นิก ายในพุท ธศาสนา
ลัก ษณะสำา คัญ
ศิล ปะที่
เจริญ
 นับถือพระพุทธเจ้าอง...
ความรู้เ บื้อ งต้น เกี่ย วกับ
พระพุท ธรูป (อาสนะ -มุท รา )
พระพุทธรูป → ประกอบไปด้วย”อาสนะ” และ
“มุทรา”
อาสนะ = ท่าประทับน...
ขัดสมาธิ
ราบ
กับขัด
สมาธิเพชร
ขัดสมาธิราบ(วี
ราสนะ)

ขัดสมาธิ

อินเดี
ยใต้

อินเดีย
เหนือ
การประทับนั่งห้อย
พระบาท(ประลัมพ
ปาทาสนะ)

ประทับบนบัลลังก์
ห้อยพระบาทลงด้านล่าง
ทั้ง 2 ข้าง

ศิลปะอินดีย
เหนือ
ความรู้เ บื้อ งต้น เกีย วกับ มุท รา
่
มุทรา = การแสดงพระหัตถ์ → ในศิลปะอินเดีย
มี 6 มุทราสำาคัญ
ปางประทานอภัย
ปางประทานพร
...
เสริม
พระพุทธรูปในศิลปะอินเดีย
มือซ้าย = จับชายจีวรเสมอ
แบพระหัตถ์
ตั้งขึ้น

จับชาย
จีวร

จับชาย
จีวร
นิยมทั้งอินดีย N
&S
...
พระหัตถ์ทั้งสอง
วางบนพระเพลา

นิยมเฉพาะอินดีย S

ปางสมาธิ (ธยาน

พระหัตถ์ขวา พระหัตถ์ซ้าย
สัมผัสแผ่นดิน วางบนพระเพลา

นิยม...
เสริม
พระนาคปรก =
อินเดีย S เสมอ

พระหัตถ์ขวา
จีบเป็นวง

นิยมเฉพาะอินดีย S

วิตรรก

พระหัตถ์ขวา
จีบเป็นวง

พระหัตถ์ซ้ายชี้...
ตารางสรุปอาสนะ-มุทรา
อิน

ศิลปะ

เดีย
N

อาสนะ
คันธาระ
มถุรา
คุปตะ
ปาละ

S

พระนั่ง

อมราวดี

มุทรา

พระยืน
มือขวา

ม...
ระบบอาทิพุทธ-ธยานิพุทธ (พุทธ
ตันตระ)
1. อาทิพทธ
ุ

สร้างโลก + สร้างธยานิพุทธ
ไม่มีรูป

2. ธยานิพทธ (มี 5 องค์)
ุ

พระพุทธเ...
ระบบธยานิ
พุทธ
อมิตาภะ
ปางสมาธิ
กัปป์ปัจจุบัน = อมิตาภะ
มนุษิพุทธ = ศากยมุนี
ธยานิโพธิสัตว์ = อวโลกิเตศวร

อโมฆสิทธิ มนุษิ...
ธยานิพุทธ 5

อโมฆสิทธิ

มหาไวโรจนะ
อมิตาภะ
รัตนสัมภวะ

อักโษภยะ
ชฎามกุฏ
+อมิตาภะ

พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร
(ปัทมปาณี) =
ธยานิโพธิสัตว์ประจำากัปป์ปัจจุบัน
ดอกบัวปัทมะ

พระ
เศียร

 ชฎามกุฏ...
ฝึก แยก
อาสนะ-มุท รา
ศิลปะอินเดียโบราณ
พศว. 3-6
เป็นศิลปะของพวกอารยัน→ ลุ่มนำ้าคงคา-ยมุนา (ต่อมาขยายไปแคว้นมหาษฏร์)
ราชวงศ์เมารยะ-ศุงคะ
สมัย

ศ...
สถูปสมัยอินเดียโบราณกับ
การปูพื้นฐานให้กับสถูปรุ่นหลัง
ฉัตรวลี → ปล้องไฉน
หรรม
ิกา →
บ

ัลลังก
์

อัณฑะ → องค์ระฆัง

สถูปใ...
→ มีลักษณะเป็น
“คานตั้ง+คานนอน”
ประตูทางเข้า
เรียกว่า
“โตรณะ”
มีทั้ง 4 ทิศ

เวทิกา โตรณะ และความนิยม
เลียนแบบเครื่องไม้ในศ...
ภาพเล่าเรื่อง
ในพุทธ
ศาสนา

องค์ประกอบโต
รณะ

ยักษิณี
เหนี่ยว
กิ่งไม้
ภาพเล่าเรื่องทางพุทธศาสนาบนเวทิกา
และโตรณะ
ex. ภารหุต,สาญจี
ภาพเล่าเรื่องบน เวทิกา+โตรณะใน

ภาพเล่าเรื่องบน เวทิกา+โตรณะใน...
พุทธประวัติในศิลปะอินเดียโบราณ = ช่างไม่กล้าทำาพระพุทธ
รูปเป็นรูปมนุษย์ → ใช้สัญลักษณ์แทน
2
อยู่ภายใต้
ฉัตร / ต้นไม้
1

1
...
พุท ธประวัต ิ
ตอนสุบ ิน นิม ต
ิ
(ฝัน ของพระนาง
มหามายา )

พระนาง
มหามายา
กำาลังบรรทม

“ช้าง” =พระโพธิสัตว์
เสด็จลงสู่พระคร...
พุทธประวัติตอนเสด็จออกมหาภิเนษกรมณ์
ม้าเปล่า
+ คนถือฉัตร

ม้าเปล่าหลายตัว
= แสดงการเคลื่อนไหว
4

2
1

3
ม้ากลับ

เมืองกบิล...
พุท ธประวัต ิต อนตรัส รู้
ต้นโพธิ์ตรัสรู้
อาคารคลุมต้นโพธิ์
“โพธิฆระ”

เทวดาแสดง
ความยินดี

บัลลังก์ตรัสรู้
“โพธิบัลังก์”
...
ตัว อย่า งพุท ธ
ประวัต ิต อนอื่น ๆ
พระพุทธบาท
ด้านบน
= เริมเสด็จลง
่

แทนด้วยธรรมจักร
(ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร)

1

ปฐมเทศนา
...
ภาพชาดกในศิลปะอินเดียโบราณ
1) แสดงภาพพระโพธิสัตว์ ≠
พระพุทธเจ้า
2) มักทำาหลายตอนในภาพเดียว

คนไปบอกพระราชา
พระราชามาล่ากวา...
ตัวอย่างชาดก
”มหากปิชาดก”
พญาลิงขึงตนเองกับต้นไม้ 2 ต้น
เพื่อให้ลิงตัวอื่นสามารถ
หนีข้ามแม่นำ้าไปได้

1
ลิงบริวารกำาลังหนี...
ยักษิณเหนียวกิงไม้
ี
่
่

เหนี่ยวกิ่งไม้

 ยักษิณี = เทวีประจำาต้นไม้
 มักแสดงการเหนี่ยวกิ่งไม้

ประดับอยู่
บนเวทิกา

 ...
ศิลปะอินเดียสมัยที่ 2
(พศว. 6-10)
ศิลปะคันธาระ
ศิลปะมถุรา
ศิลปะอมราวดี
ศิลปะอินเดียสมัยที่ 2 กับการ
ประดิษฐ์พระพุทธรูป
ปรากฏพระพุทธรูปเป็นรูปมนุษย์ทั้ง 3 ศิลปะ
เกิดข้อถกเถียงว่า ระหว่าง ศิลปะคั...
การประดิษฐ์พระพุทธรูปในศิลปะคัน
ธาระ
ศิลปะกรีก-โรมันนิยมทำาประติมากรรมเทพเจ้า → คันธาระ
เกียวข้องกับกรีก-โรมัน → หลายท่านเ...
การประดิษฐ์
พระพุทธรูป
ในศิลปะคัน
ธาระ

อุษณีษะ
พระเกศาหยักศก
อุณาโลม / อูรณา
มีประภามณฑล
รอบพระเศียร
ตามแบบ Apollo

ประเภ...
ผมหยักศก
อิทธิพลกรีก-โรมัน
(ลักษณะเฉพาะคันธาระ)

อุษณีษะเป็น “มวยผม”
(ลักษณะเฉพาะคันธาระ)

มีอุณาโลมเสมอ
(ลักษณะร่วมสมัยที...
ภาพเล่าเรื่องพุทธประวัติในศิลปะคัน
ธาระ (ประสูติ)
คันธาระ = ศิลปะแรกที่แสดง
พระนางมหามายาเหนี่ยวกิ่ง
อโศก

พระโพธิสัตว์ออก...
พุทธประวัติในศิลปะคันธาระ
(ทุกรกิริยา-ปฐมเทศนา)
ทุกรกิริยา

ปฐมเทศนา
มีลักษณะ
กายวิภาคสมจริง
→อิทธิพลกรีก-โรมัน
→ ไม่ปรากฏ...
ภาพเล่าเรื่องพุทธประวัตในศิลปะคันธาระ
ิ
(ตอนปรินพพาน)
ิ
ต้นสาละคู่

บุคคลที่กำาลังโศกเศร้า

ริ้วจีวรยังทำาไม่ดี
เหมือนเอาพ...
ศิลปะมถุรา (พศว.6-9)
ศูนย์กลางศิลปกรรมหลัก = มถุรา (อุตรประเทศ)
ปรากฏพระพุทธรูปเป็นรูปมนุษย์ แต่ไม่มี
อิทธิพลกรีก-โรมันเลย...
อุษณีษะ =
ทำาเป็นผมขมวดขึ้นไปเป็นชั้นๆ
ไม่มีพระเกศา (โล้น)
≈ พระสงฆ์

ลักษณะเฉพาะใน
ศิลปะมถุรา
(≠ คันธาระ)

อุณาโลม = คันธ...
ศิลปะอมราวดี (พศว.7-10)
ศูนย์กลางศิลปกรรมหลัก = อมราวดี + นาคาร
ชุนโกณฑะ (อานธรประเทศ)
เดิม = ราชวงศ์ศาตวาหนะ (ศูนย์กลางศิ...
อุษณีษะนูนขึ้น
เพียงเล็กน้อย
”อุษณีษะตำ่า“

อุณาโลม
= ศิลปะอื่นๆ

พระเกศาขมวด
ก้นหอย

ลักษณะเฉพาะ
อมราวดี
≠ คันธาระ & มถุร...
ภาพเล่าเรื่องในศิลปะอมราวดี
ภาพเล่าเรื่องในศิลปะอมราวดี ≈ อินเดียโบราณ
แต่ มีก ารเคลือ นไหวอย่า งรุน แรง (≠ อินเดีย
่
โบรา...
ภาพเล่า เรื่อ งในศิล ปะอมราวดี


อมราวดีตอนต้น = ใช้สัญลักษณ์แทนพระพุทธเจ้า (สืบ
มาจากอินเดียโบราณ)
เมืองกบิล
เมื
 อมราว...
การไหว้พระพุทธบาท
ศิลปะอินเดียโบราณ

แสดงการไหว้ที่
แสดงท่าทางเกินจริง

แสดงการไหว้ธรรมดา
ไม่มทาทางเกินจริง
ี ่

การไหว้พร...
ภาพเล่าเรื่องตอน
“ประสูติ”

พระนางมายาเหนี่ยวกิ่งไม้
อิทธิพลยักษิณีเหนี่ยวกิ่งไม้ = คันธาระ
ยืน
ั
บ
ะท ้ลอย
ร
้าป +แส
ธเจ ...
ทดลอง
แยกศิลปะ
ศิลปะอินเดียสมัยที่ 3 (พศว.
9-13)
ศิลปะคุปตะ (พศว.9-11)
ศิลปะหลังคุปตะ (พศว.11-13)
พระพุทธรูปในศิลปะคุปตะ
สมัยราชวงศ์คปตะ ถือว่าเป็นยุคทองในบรรดา
ุ
ยุคต่างๆของอินเดีย ทั้งด้านการเมือง (รวม
ประเทศได้) + ด้า...
อุษณีษะ & พระเกศา =
คันธาระ + อมราวดี
(ต่อมาปูพื้นฐานให้ทุก
ศิลปะ)

“มวย
ณีษะแบบ
อุษ

ว
ขม
้นห
ดก

พระเนตรเหลือบตำ่า
→ ดูส...
ศิลปะอินเดียสมัยที่ 4
ศิลปะอินเดียใต้ (ทมิฬ)
ศิลปะอินเดียเหนือ
ประติมากรรมอินเดียเหนือ สมัยราชวงศ์ปาละ-เสนะ
เจริญขึ้นทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย (แคว้นพิหาร
+เบงกอล+บังคลาเทศ)
รา...
พระพุทธรูปยืน
ในศิลปะปาละ
อุษณีษะ
& พระเกศา
ตามแบบ
คุปตะ
อุณาโลม
ปรากฏขึนใหม่
้
≠ คุปตะ

พระเศียรปาละ
พระทรงเครื่องปาละ
ทรงเครื่องกษัตริย์
สวมเทริดขนนก +
สร้อยคอ(ทับบนจีวร)

 ศิลปะปาละตอนปลาย→ มีแนวความคิด
ว่าพระพุทธเจ้า = ...
ปรินิพพาน ที่กสินารา
ุ
(ด้านบนสุดเสมอ)

พระแปดปาง
ในศิลปะปาละ

เสด็จลง
จากดาวดึงส์
สังกัสสะ

 ศิลปะปาละ → ปรากฏการทำา
ปรา...
ศิลปะในเอเชีย
ตะวันออกเฉียงใต้
ชวา – ขอม – จาม – พม่า
ศิลปะชวา
ศิลปะชวาภาคกลาง
ศิลปะชวาภาคตะวันออก
ประวัติศาสตร์และการแบ่งยุคใน
ศิลปะชวา
สมัย

ราชวงศ์ & ศาสนา

ชวาภาค
กลาง

สัญชัย

(พศว.
12-16)

มหายาน)

ชวาภาค
ตะวันออก
...
คาบสมุทรมาลายู

เกาะสุมาตรา

เกาะชวา
บาหลี
ชวาภา
คตะวัน

ชวาภาคกลาง

ออก
มีอุณาโลม
= ปาละ
≠ หลังคุปตะ

ธรรมจักรมุทรา
= อินเดีย N

่
แต
ง
ี
เฉีย ยจวร
่
หม ีชา
ย
ซ้า ละ
่ม
ไม อังสา ปา
ะ
ี่พร ุปตะ ≠...
พระประธานที่เมนดุตขนาบข้างด้วยพระโพธิสัตว์อว
โลกิเตศวร & วัชรปาณี
พระอมิตาภะ
บนชฎามกุฏ

มอขว
ื
า=ป
มือซา
ระ
้ ย=
จบดอ ทานพ...
อุณาโลม
= ปาละ

อุษณีษะ+พระเกศา
= คุปตะ-ปาละ
มีอุณาโลม = ปาละ
พระยืนห่มคลุม
แต่พระนั่งห่มเฉียง
อิทธิพลปาละ

จีวรเรียบไม่มร...
ศิลปะขอม
• ก่อนเมืองพระนคร
• หัวเลี้ยวหัวต่อ
• เมืองพระนคร
(ตอนต้น – ตอนกลาง - ตอนปลาย)
ยุค สมัย ในศิล ปะขอม
สมัย
ก่อนเมืองพระนคร
(พศว. 12 - 14)

ชื่อ ศิล ปะ
พนมดา, ถาลาบริวัติ,
สมโบร์ไพรกุก,ไพรเกมง,
กำาพงพระ

...
พระเกศาขมวด
ก้นหอย + อุษณีษะ
แบบ
คุปตะ

พระพุทธรูปสมัยก่อนเมืองพระนคร

พระสมัย
พระนครมักเป็น
พระนาคปรก

พระเกศาหวี
+ รัดเก...
พระพุทธรูปนั่งสมัย
พระนคร = นาคปรก
เสมอ
พระเกศาหวี + รัดเกล้า
ไม่มีกระบังหน้า

พระพุทธรูปสมัยบาปวน

ทรงกระบังหน้า
=
นครวัด...
ศิลปะจาม
สมัย
มิเซิน E1

มิเซิน (ภัทเรศวร)

ดงเดือง

อมราวดี/อินทรปุระ

ป.ฮุงถาญ

วิชัย
อาณาจักรจามปา
แบ่งได้ 3 แคว้น
โพกลวงการาย,โ...
ชายจีวร
พาดพระอังสาขวา
อิทธิพลจีน

ชายจีวรสั้น
ที่พระอังสาซ้าย
อิทธิพลปาละ

ประติม ากรรมจาม
สมัย ดงเดือ ง
สมัยดงเดือง มีกา...
ศิลปะพม่า
ศิลปะศรีเกษตร
ศิลปะพุกาม
ศิลปะหงสาวดี
ศิลปะมัณฑเล
อังวะ
พม่า

ปยู
ตองอู

หงสาว
ดี
มอญ

ศิล ปะพม่า แบ่ง ได้ 4 สมัย
สมัยที่
พม่า N
พม่า S
1
ศรีเกษตร (ปยู) สุธรรมวดี /
(12 สะเ...
พระพุทธรูปศิลปะศรีเกษตร = อิยเดีย N + S

อุษณีษะตำ่า
อมราวดี

ปางมารวิชัย =
อินเดีย N
พระพุทธรูปในศิลปะพุกาม = อิทธิพลปาละ
พระนังปาละ
่

พระนังพุกาม
่
• เดิมเป็นพระพุทธรูปประจำาแคว้นยะไข่

• พระเจ้าปดุงเชิญมาอมรปุระ ถวายเครื่อง
ทรง = พระทรงเครื่อง
• พระเจ้ามังระตีอยุธยา กว...
ศิลปะตะวันออก (ของวันนี้)
Prochain SlideShare
Chargement dans…5
×

ศิลปะตะวันออก (ของวันนี้)

12 104 vues

Publié le

Publié dans : Formation
  • Login to see the comments

ศิลปะตะวันออก (ของวันนี้)

  1. 1. ศิลปะตะวันออก อินเดีย
  2. 2. ภูม ศ าสตร์ ิ อิน เดีย N S
  3. 3. การแบ่ง ยุค สมัย ในศิล ปะอิน เดีย สมัย อิน เดีย N สมัยที่ 1 สมัยที่ 2 สมัยที่ 3 สมัยที่ 4 อิน เดีย S ศ. อินเดียโบราณ (พศว. 3 -6) ศ. คัน ธาระ (พศว. 6 9) ศ. มถุรา (พศว. 6 -9) ศ. อมราวดี (พศว. 7 - 10) ศ. คุปตะ (พศว. 9 - 11) ศ. หลังคุปตะ (พศว. 11 - 13) •ศ.อินเดีย N •ศ. อินเดีย S
  4. 4. พื้นฐานความรูทางศาสนา ้ ใน ประเทศอินเดีย ศาสนาฮินดู ศาสนาพุทธ
  5. 5. ปูพื้นฐานศาสนาฮินดู ประวัต ิศ าสนาฮิน ดู ระ ศาสนา คัม ภี พัฒ นาการ ยะ ร์ 1 พระเวท พระเ นับถือเทพเจ้าธรรมชาติ วท (พระอินทร์,พระวรุณ,พระอัคนี) 2 เกิดศาสนา คนหันไปนับถือพุทธศาสนามาก พุทธ 3 ฮินดู ปุรา  ยกตรีมรติขึ้นเป็นพระเจ้าสูงสุด ู ณะ (พระพรหม,พระวิษณุ,พระศิวะ)  กดเทพเจ้าเดิมเป็นเทพชั้นรอง  เกิด 2 นิกาย (แต่ไม่มนิกายของ ี
  6. 6. ปูพื้นฐานความรู้พุทธศาสนา นิก า ย เถรว าท มหา ยาน นิก ายในพุท ธศาสนา ลัก ษณะสำา คัญ ศิล ปะที่ เจริญ  นับถือพระพุทธเจ้าองค์เดียว  อินเดีย โบราณ  อมราวดี  นับถือพระพุทธเจ้าหลาย  คันธาระ องค์ +มถุรา  นับถือพระโพธิสัตว์หลาย  คุปตะ องค์ ตันต  นับถือพระพุทธเจ้า+ พระ  ปาละ ระยะที่ เจริญ พศว. 1-10 พศว. 6-13 พศว.
  7. 7. ความรู้เ บื้อ งต้น เกี่ย วกับ พระพุท ธรูป (อาสนะ -มุท รา ) พระพุทธรูป → ประกอบไปด้วย”อาสนะ” และ “มุทรา” อาสนะ = ท่าประทับนั่ง, มุทรา อาสนะ = การแสดง พระหัตถ์ ขัดสมาธิราบ (วีรา อาสนะ = ท่า สนะ) ประทับนัง → ใน ่ ศิลปะอินเดียมี 3 ขัดสมาธิเพชร (วัช อาสนะสำาคัญ ราสนะ) ประทับนั่งห้อย
  8. 8. ขัดสมาธิ ราบ กับขัด สมาธิเพชร ขัดสมาธิราบ(วี ราสนะ) ขัดสมาธิ อินเดี ยใต้ อินเดีย เหนือ
  9. 9. การประทับนั่งห้อย พระบาท(ประลัมพ ปาทาสนะ) ประทับบนบัลลังก์ ห้อยพระบาทลงด้านล่าง ทั้ง 2 ข้าง ศิลปะอินดีย เหนือ
  10. 10. ความรู้เ บื้อ งต้น เกีย วกับ มุท รา ่ มุทรา = การแสดงพระหัตถ์ → ในศิลปะอินเดีย มี 6 มุทราสำาคัญ ปางประทานอภัย ปางประทานพร ปางประทานอภัย (อภัยมุทรา) ปางสมาธิ (ธยานมุทรา) ปางประทาน ธรรม/สังสอน ่ (วิตรรกมุทรา) ปางประทานพร (วรทมุทรา) ปางมารวิชย ั (ภูมิศปรรศมุทรา) ปางปฐมเทศนา (ธรรมจักรมุทรา)
  11. 11. เสริม พระพุทธรูปในศิลปะอินเดีย มือซ้าย = จับชายจีวรเสมอ แบพระหัตถ์ ตั้งขึ้น จับชาย จีวร จับชาย จีวร นิยมทั้งอินดีย N &S อภัยมุทรา (ประทาน นิยมเฉพาะอินดีย N แบพระหัตถ์ ห้อยลง วรทมุทรา (ประทาน
  12. 12. พระหัตถ์ทั้งสอง วางบนพระเพลา นิยมเฉพาะอินดีย S ปางสมาธิ (ธยาน พระหัตถ์ขวา พระหัตถ์ซ้าย สัมผัสแผ่นดิน วางบนพระเพลา นิยมเฉพาะอินดีย N ปางมารวิชย (ภูมิศ ั
  13. 13. เสริม พระนาคปรก = อินเดีย S เสมอ พระหัตถ์ขวา จีบเป็นวง นิยมเฉพาะอินดีย S วิตรรก พระหัตถ์ขวา จีบเป็นวง พระหัตถ์ซ้ายชี้ไป ยังพระหัตถ์ขวา นิยมเฉพาะอินดีย N ธรรมจักร
  14. 14. ตารางสรุปอาสนะ-มุทรา อิน ศิลปะ เดีย N อาสนะ คันธาระ มถุรา คุปตะ ปาละ S พระนั่ง อมราวดี มุทรา พระยืน มือขวา มือซ้าย ขัดสมาธิ มารวิชัย เพชร ธรรมจักร ห้อย พระบาท ประทาน อภัย จับชายจีวร ขัดสมาธิ สมาธิ ราบ ประทาน (+นาคปร อภัย-วิ ก) ตรรกะ ประทาน อภัย-วิ ตรรกะ จับชายจีวร (แบบ ประทานพร สมมาตร) (แบบขนาน)
  15. 15. ระบบอาทิพุทธ-ธยานิพุทธ (พุทธ ตันตระ) 1. อาทิพทธ ุ สร้างโลก + สร้างธยานิพุทธ ไม่มีรูป 2. ธยานิพทธ (มี 5 องค์) ุ พระพุทธเจ้าประจำาทิศ (CESWN) + ผู้ดูแลแต่ละกัปป์ ประทับบนสวรรค์ + มีกายทิพย์ 3. มานุษิพุทธ (มี 5 องค์) พระพุทธเจ้าที่มาตรัสรู้+สั่งสอนบนโลก ประทับบนโลก กายเนื้อ 4. ธยานิโพธิสัตว์ (มี 5 องค์) พระโพธิสัตว์ประจำากัปป์ ดูแลโลกในระหว่างที่มนุษิพุทธปรินิพพานไปแล้ว
  16. 16. ระบบธยานิ พุทธ อมิตาภะ ปางสมาธิ กัปป์ปัจจุบัน = อมิตาภะ มนุษิพุทธ = ศากยมุนี ธยานิโพธิสัตว์ = อวโลกิเตศวร อโมฆสิทธิ มนุษิพุทธองค์ถดไป ั ปางประทาน =ไมเตรยะ อภัย มหาไวโรจนะ ปฐมเทศนา รัตนสัมภวะ ปางประทาน พร อักโษภยะ ปางมารวิชัย
  17. 17. ธยานิพุทธ 5 อโมฆสิทธิ มหาไวโรจนะ อมิตาภะ รัตนสัมภวะ อักโษภยะ
  18. 18. ชฎามกุฏ +อมิตาภะ พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร (ปัทมปาณี) = ธยานิโพธิสัตว์ประจำากัปป์ปัจจุบัน ดอกบัวปัทมะ พระ เศียร  ชฎามกุฏ  พระอมิตาภะ สัญลักษ  ดอกบัว“ปัทมะ” ณ์ (so ปัทมปาณี)  สัญลักษณ์นก ั บวชอื่นๆ
  19. 19. ฝึก แยก อาสนะ-มุท รา
  20. 20. ศิลปะอินเดียโบราณ พศว. 3-6 เป็นศิลปะของพวกอารยัน→ ลุ่มนำ้าคงคา-ยมุนา (ต่อมาขยายไปแคว้นมหาษฏร์) ราชวงศ์เมารยะ-ศุงคะ สมัย ศาสนา สมัยอารยันระยะแรก ศาสนาพระเวท พุทธกาล เกิดศาสนาพุทธ พระเจ้าอโศก เดิม = ขยายอาณาจักร ด้วยสงคราม K สำาคัญสุดของ ร.เมา รยะ  อินเดียโบราณตอนต้น พศว.3  ยังไม่มการสร้างสถาปัตยก ี รม+ประติมากรรมด้วยถาวรวัตถุ - ต่อมา = ศรัทธา + อุปถัมป์ พุทธเถรวาท ศาสนาพราหมณ์ แต่ก็อุป อินเดียโบราณตอนปลาย ถัมป์ศาสนาพุทธ พศว.5-6 ร.ศุงคะ ศิล ปกรรม สถูป+ประตู(โตรณะ)+ รั้วรอบ(เวทิกา) ทีภารหุต +สาญจี ่
  21. 21. สถูปสมัยอินเดียโบราณกับ การปูพื้นฐานให้กับสถูปรุ่นหลัง ฉัตรวลี → ปล้องไฉน หรรม ิกา → บ ัลลังก ์ อัณฑะ → องค์ระฆัง สถูปในศิลปะอินเดียโบราณ สถูปในศิลปะไทย
  22. 22. → มีลักษณะเป็น “คานตั้ง+คานนอน” ประตูทางเข้า เรียกว่า “โตรณะ” มีทั้ง 4 ทิศ เวทิกา โตรณะ และความนิยม เลียนแบบเครื่องไม้ในศิลปะ อินเดียโบราณ หรรมิกา 2 โตรณะ,หรรมิกา, เวทิกา → คานตั้ง + คานนอน = “เลียนแบบเครื่องไม้” ลานประทักษิณ ภายในเวทิกา = ลานประทักษิณ สถูป 1 รั้ว รอบสถูป = เรีย กว่า “เวทิก า” →แสดงเขตศักดิสิทธิ์ ์ → มีลักษณะเป็น “คานตั้ง+คานนอน”
  23. 23. ภาพเล่าเรื่อง ในพุทธ ศาสนา องค์ประกอบโต รณะ ยักษิณี เหนี่ยว กิ่งไม้
  24. 24. ภาพเล่าเรื่องทางพุทธศาสนาบนเวทิกา และโตรณะ ex. ภารหุต,สาญจี ภาพเล่าเรื่องบน เวทิกา+โตรณะใน ภาพเล่าเรื่องบน เวทิกา+โตรณะใน สถูปอินเดียโบราณ ประกอบด้วย 1) พุทธประวัติ + ชาดก → เพื่อให้ คนทีเข้าไปประทักษิณ ได้เรียนรู้ ่ เรื่องราวไปในตัว 2) สัญลักษณ์มงคล → เพื่อให้คนที่ เข้าไปสักการะได้รับสิริมงคล โตรณะ เลียนแบบ เครื่องไม้ โตรณะ + เวทิก า จากภารหุต  ตัวสถูปพังไปหมดแล้ว → เหลือแต่ โตรณะ&เวทิกา  ปรากฏภาพเล่าเรื่องที่เวทิกา ภาพเล่าเรื่องบนเวทิกา = เป็นภาพในกรอบวงกลม
  25. 25. พุทธประวัติในศิลปะอินเดียโบราณ = ช่างไม่กล้าทำาพระพุทธ รูปเป็นรูปมนุษย์ → ใช้สัญลักษณ์แทน 2 อยู่ภายใต้ ฉัตร / ต้นไม้ 1 1 บัลลังก์เปล่า พระพุทธบาท 3 2
  26. 26. พุท ธประวัต ิ ตอนสุบ ิน นิม ต ิ (ฝัน ของพระนาง มหามายา ) พระนาง มหามายา กำาลังบรรทม “ช้าง” =พระโพธิสัตว์ เสด็จลงสู่พระครรภ์ สมัย อิน เดีย โบราณ Perspective อย่า งง่า ยๆ บุคคล/สิ่งอื่น = วางซ้อนอยู่ ด้านบนโดยที่ไม่ได้มีขนาด เล็กลง
  27. 27. พุทธประวัติตอนเสด็จออกมหาภิเนษกรมณ์ ม้าเปล่า + คนถือฉัตร ม้าเปล่าหลายตัว = แสดงการเคลื่อนไหว 4 2 1 3 ม้ากลับ เมืองกบิลพัสดุ์ พระบาท = เจ้าชาย สิทธัตถะลงจากม้า
  28. 28. พุท ธประวัต ิต อนตรัส รู้ ต้นโพธิ์ตรัสรู้ อาคารคลุมต้นโพธิ์ “โพธิฆระ” เทวดาแสดง ความยินดี บัลลังก์ตรัสรู้ “โพธิบัลังก์” มารพ่ายหนี
  29. 29. ตัว อย่า งพุท ธ ประวัต ิต อนอื่น ๆ พระพุทธบาท ด้านบน = เริมเสด็จลง ่ แทนด้วยธรรมจักร (ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร) 1 ปฐมเทศนา “เสด็จลงจากดาวดึงส์” แทนด้วยบันไดเปล่า 3 บัลลังก์เปล่า = ประทับ+เทศน์ บนโลกมนุษย์ 2 พระพุทธบาทด้านล่าง = เสด็จถึงโลกมนุษย์ พระบาทหลายพระบาท = แสดงการเคลื่อนไหว แทนด้วยสถูป ปรินิพพาน
  30. 30. ภาพชาดกในศิลปะอินเดียโบราณ 1) แสดงภาพพระโพธิสัตว์ ≠ พระพุทธเจ้า 2) มักทำาหลายตอนในภาพเดียว คนไปบอกพระราชา พระราชามาล่ากวาง 2 กวางบริวาร กำาลังหนี กวางทอง เทศน์ให้ พระราชา ฟัง 3 1 ตัว อย่า ง ชาดก ”มฤคชาดก” กวางทองช่วยคน
  31. 31. ตัวอย่างชาดก ”มหากปิชาดก” พญาลิงขึงตนเองกับต้นไม้ 2 ต้น เพื่อให้ลิงตัวอื่นสามารถ หนีข้ามแม่นำ้าไปได้ 1 ลิงบริวารกำาลังหนี แม่นำ้า พระราชาสำานึกผิด โปรดให้บริวารกางเตียง กันพญาลิงตกลงมา 2 3 พญาลิงเทศน์ ให้พระราชา
  32. 32. ยักษิณเหนียวกิงไม้ ี ่ ่ เหนี่ยวกิ่งไม้  ยักษิณี = เทวีประจำาต้นไม้  มักแสดงการเหนี่ยวกิ่งไม้ ประดับอยู่ บนเวทิกา  เท้ากระแทกต้นไม้ = ทำาให้ ต้นไม้ออกผล ใส่กำาไล ผ้านุ่งอินเดียโบราณ ผ้าหนา → มอง ไม่เห็นองคเพศ ข้อมือ+ข้อเท้า จำานวนมาก เดิม → คนนับถือ ยักษ์ + ยักษิณี (เทพพื้นเมือง) ต่อมา → เกิดศาสนาพุทธ → ต้องการที่จะผนวกลัทธิ นับถือยักษ์ + ยักษิณี เหยียบสัตว์พาหนะ ยักษ์ + ยักษิณี ถูกนำามาสลักไว้ที่ เวทิกา ≈ เป็นบริวารของ พระพุทธเจ้า
  33. 33. ศิลปะอินเดียสมัยที่ 2 (พศว. 6-10) ศิลปะคันธาระ ศิลปะมถุรา ศิลปะอมราวดี
  34. 34. ศิลปะอินเดียสมัยที่ 2 กับการ ประดิษฐ์พระพุทธรูป ปรากฏพระพุทธรูปเป็นรูปมนุษย์ทั้ง 3 ศิลปะ เกิดข้อถกเถียงว่า ระหว่าง ศิลปะคันธาระ vs ศิลปะมถุรา → ศิลปะใดเกิดพระพุทธรูปก่อนกัน (ใน Class นี้ เราจะเรียน เฉพาะทฤษฎีคันธาระเกิดพระพุทธรูปก่อน) ศิลปะอมราวดี = sure ว่าเกิดพระพุทธรูปทีหลังสุด เพราะ อมราวดีตอนต้น = ไม่ กล้าสร้างพระพุทธรูป = อิทธิพลอินเดีย โบราณ อมราวดีตอนปลาย = เริ่ม เกิดพระพุทธรูป = อิทธิพล คันธาระ-มถุรา
  35. 35. การประดิษฐ์พระพุทธรูปในศิลปะคัน ธาระ ศิลปะกรีก-โรมันนิยมทำาประติมากรรมเทพเจ้า → คันธาระ เกียวข้องกับกรีก-โรมัน → หลายท่านเชื่อว่าคันธาระประดิษฐ์ ่ พระพุทธรูปก่อน พระพุทธเจ้าปรินิพพาน 600 ปีก่อนการประดิษฐ์พระพุทธรูป → ช่างแก้ปัญหาโดยใช้ข้อมูล 3 แหล่ง 1) ศึกษาคัมภีร์มหาบุรุษลักษณะ แล้วเลือกบางอย่าง 2) เอารูปแบบเทพเจ้ากรีก-โรมันมาใช้ 3) คิดกระโหลกปูด → “อุษณีษะ” เพื่อแยกความแตกต่าง พระพุทธเจ้าออกจากพระสาวก (3 ศิลปะประดิษฐ์ “อุษณี ษะ”แตกต่างกัน)
  36. 36. การประดิษฐ์ พระพุทธรูป ในศิลปะคัน ธาระ อุษณีษะ พระเกศาหยักศก อุณาโลม / อูรณา มีประภามณฑล รอบพระเศียร ตามแบบ Apollo ประเภทที่ 1 ประดิษฐ์ตาม คัมภีร์มหาบุรุษลักษณะ ประเภทที่ 2 ประดิษฐ์ตามอิทธิพล กรีก-โรมัน ประเภทที่ 3 ประดิษฐ์ อุษณีษะเพื่อแยกความ แตกต่างพระพุทธรูป ออกจากพระสงฆ์ ห่มจีวรคลุม + จีวรเป็นริ่ว เหมือนผ้า Toga พระกรรณยาว
  37. 37. ผมหยักศก อิทธิพลกรีก-โรมัน (ลักษณะเฉพาะคันธาระ) อุษณีษะเป็น “มวยผม” (ลักษณะเฉพาะคันธาระ) มีอุณาโลมเสมอ (ลักษณะร่วมสมัยที่ 2) ผมหยักศก ตามแบบกรีก-โรมัน เศีย ร พระพุท ธ รูป คัน ธาระ บางครั้งมีพระมัสสุ (ลักษณะเฉพาะคันธาระ)
  38. 38. ภาพเล่าเรื่องพุทธประวัติในศิลปะคัน ธาระ (ประสูติ) คันธาระ = ศิลปะแรกที่แสดง พระนางมหามายาเหนี่ยวกิ่ง อโศก พระโพธิสัตว์ออกจากสีข้าง เทพเจ้าเป็นผู้รับ มหส่งอิท าม ธิพ าย ล าเห ให นี่ย ้พระ วก นา งอ ง ิ่ โศ ก ยักษิณี เหนี่ยว กิ่งไม้
  39. 39. พุทธประวัติในศิลปะคันธาระ (ทุกรกิริยา-ปฐมเทศนา) ทุกรกิริยา ปฐมเทศนา มีลักษณะ กายวิภาคสมจริง →อิทธิพลกรีก-โรมัน → ไม่ปรากฏ ในศิลปะอื่น ปัญจวคีย์ พระพุทธเจ้าทรง ใช้พระหัตถ์ หมุนธรรมจักร กวางหมอบ = ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน
  40. 40. ภาพเล่าเรื่องพุทธประวัตในศิลปะคันธาระ ิ (ตอนปรินพพาน) ิ ต้นสาละคู่ บุคคลที่กำาลังโศกเศร้า ริ้วจีวรยังทำาไม่ดี เหมือนเอาพระพุทธรูปยืนมานอน ต้นสาละคู่ •พระพุทธรูปไสยาสน์ในอินเดีย = ตอนปรินพพานเท่านั้น ิ (≠ ไทย) • พระพุทธรูปไสยาสน์ = ตอน ปรินิพพาน → พบครั้งแรกในคันธาระ (≠ อินเดียโบราณ+อมราวดี → ใช้สถูปแทนปรินิพพาน)
  41. 41. ศิลปะมถุรา (พศว.6-9) ศูนย์กลางศิลปกรรมหลัก = มถุรา (อุตรประเทศ) ปรากฏพระพุทธรูปเป็นรูปมนุษย์ แต่ไม่มี อิทธิพลกรีก-โรมันเลย ≠ คันธาระ พระพุทธรูปได้อิทธิพลจากประติมากรรมยักษ์ใน ศิลปะอินเดียโบราณ
  42. 42. อุษณีษะ = ทำาเป็นผมขมวดขึ้นไปเป็นชั้นๆ ไม่มีพระเกศา (โล้น) ≈ พระสงฆ์ ลักษณะเฉพาะใน ศิลปะมถุรา (≠ คันธาระ) อุณาโลม = คันธาระ เศียรพระพุทธรูป ในศิลปะมถุรา พระพักตร์กลม +พระโอษฐ์ยิ้ม อย่างชัดเจน (ลักษณะเด่นในมถุรา)
  43. 43. ศิลปะอมราวดี (พศว.7-10) ศูนย์กลางศิลปกรรมหลัก = อมราวดี + นาคาร ชุนโกณฑะ (อานธรประเทศ) เดิม = ราชวงศ์ศาตวาหนะ (ศูนย์กลางศิลปกรรม หลัก = อมราวดี) ต่อมา = ราชวงศ์อิกษวากุ (ศูนย์กลางศิลปกรรมหลัก = นาคารชุนโกณฑะ) สืบมาจากศิลปะอินเดียโบราณ อมราวดีตอนต้น = ใช้สัญลักษณ์แทน พระพุทธเจ้า (สืบมาจากอินเดียโบราณ)→ อมราวดีตอนปลาย = ปรากฏพระพุทธรูปเป็นรูป มนุษย์ แต่บางครั้งก็ยังใช้สญลักษณ์ควบคูอยู่ ั ่
  44. 44. อุษณีษะนูนขึ้น เพียงเล็กน้อย ”อุษณีษะตำ่า“ อุณาโลม = ศิลปะอื่นๆ พระเกศาขมวด ก้นหอย ลักษณะเฉพาะ อมราวดี ≠ คันธาระ & มถุรา เศียรพระพุทธรูป อมราวดี โครงพระพักตร์ = รูปยาวรี ลักษณะเฉพาะ อมราวดี ≠ คันธาระ & มถุรา
  45. 45. ภาพเล่าเรื่องในศิลปะอมราวดี ภาพเล่าเรื่องในศิลปะอมราวดี ≈ อินเดียโบราณ แต่ มีก ารเคลือ นไหวอย่า งรุน แรง (≠ อินเดีย ่ โบราณ) การแสด็จออกมหาภิเนษกรมณ์ (อมราวดี) เดินปกติ การแสด็จออกมหาภิเนษกรมณ์ (อินเดียโบราณ) เคลื่อนไหว อย่างรุนแรง
  46. 46. ภาพเล่า เรื่อ งในศิล ปะอมราวดี  อมราวดีตอนต้น = ใช้สัญลักษณ์แทนพระพุทธเจ้า (สืบ มาจากอินเดียโบราณ) เมืองกบิล เมื  อมราวดีตอนปลาย = ปรากฏพระพุทธเจ้าเป็นรูป องกบิล ม้า + ฉัตร พัสดุ์ พัสดุ์ = สืบมา มนุษย์ ม้า + ฉัตร ม้าเปล่า การแสด็จออกมหาภิเนษกรมณ์ (อมราวดีตอนต้น) ม้ามีคนขี่ การแสด็จออกมหาภิเนษกรมณ์ (อมราวดีตอนปลาย)
  47. 47. การไหว้พระพุทธบาท ศิลปะอินเดียโบราณ แสดงการไหว้ที่ แสดงท่าทางเกินจริง แสดงการไหว้ธรรมดา ไม่มทาทางเกินจริง ี ่ การไหว้พระพุทธบาท ศิลปะอมราวดี
  48. 48. ภาพเล่าเรื่องตอน “ประสูติ” พระนางมายาเหนี่ยวกิ่งไม้ อิทธิพลยักษิณีเหนี่ยวกิ่งไม้ = คันธาระ ยืน ั บ ะท ้ลอย ร ้าป +แส ธเจ ัตร ุท ะพ เป็นฉ พร ดง แส 2 1 พระพุทธเจ้าในฐานะ “ทารก” แสดงเป็นผ้า จตุโลกบาล 4
  49. 49. ทดลอง แยกศิลปะ
  50. 50. ศิลปะอินเดียสมัยที่ 3 (พศว. 9-13) ศิลปะคุปตะ (พศว.9-11) ศิลปะหลังคุปตะ (พศว.11-13)
  51. 51. พระพุทธรูปในศิลปะคุปตะ สมัยราชวงศ์คปตะ ถือว่าเป็นยุคทองในบรรดา ุ ยุคต่างๆของอินเดีย ทั้งด้านการเมือง (รวม ประเทศได้) + ด้านวัฒนธรรม (วรรณคดี, ศาสนา,ศิลปกรรม) ราชวงศ์คปตะ = ฮินดู แต่ก็อุปถัมป์พุทธมหายาน ุ (พุทธเถรวาทเสือมสูญไปจากอินเดีย) ่ พระพุทธรูปคุปตะ = พระพักตร์สงบ จีวรบาง แนบองค์เหมือนผ้าเปียกนำ้า→ยกย่องว่าเป็น พระพุทธรูปที่งดงามที่สุดในศิลปะอินเดีย แม้สุนทรียภาพ = สูงสุด แต่เทคนิค = เสือมลง ่ ตั้งแต่สมัยนี้เป็นต้นไป ช่างไม่สามารถทำา
  52. 52. อุษณีษะ & พระเกศา = คันธาระ + อมราวดี (ต่อมาปูพื้นฐานให้ทุก ศิลปะ) “มวย ณีษะแบบ อุษ ว ขม ้นห ดก พระเนตรเหลือบตำ่า → ดูสงบ ลักษณะเฉพาะคุปตะ า กศ ะเ พร อุณาโลมหายไป ลักษณะเฉพาะคุปตะ ผม” พระพุทธรูปคัน ธาระ อย เศียรพระพุทธรูป คุปตะ (ทั้ง 2 พระพุทธรูปอมราว
  53. 53. ศิลปะอินเดียสมัยที่ 4 ศิลปะอินเดียใต้ (ทมิฬ) ศิลปะอินเดียเหนือ
  54. 54. ประติมากรรมอินเดียเหนือ สมัยราชวงศ์ปาละ-เสนะ เจริญขึ้นทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย (แคว้นพิหาร +เบงกอล+บังคลาเทศ) ราชวงศ์ปาละ (พศว.14-17) นับถือศาสนาพุทธ มหายานตันตระ (เต็มไปด้วยเวทมนตร์คาถา + เทพดุร้าย)→ เกิดขึนเนื่องจากการ ้ แข่งขันกับศาสนาฮินดู ราชวงศ์เสนะ (พศว.18) นับถือศาสนาฮินดู ไวษณพนิกาย ศูนย์กลางศิลปกรรม = นาลันทา (มหาวิทยาลัยพุทธศาสนา) หลังพศว.18 ชาวมุสลิมโจมตี + ทำาลายนาลันทา→พุทธศาสนา สูญสิ้นไปจากประเทศอินเดีย ศิลปะปาละ-เสนะ สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ช่วง 1) ปาละตอนต้น พศว.14-15 2) ปาละตอนปลาย-เสนะ พศว.16-18
  55. 55. พระพุทธรูปยืน ในศิลปะปาละ อุษณีษะ & พระเกศา ตามแบบ คุปตะ อุณาโลม ปรากฏขึนใหม่ ้ ≠ คุปตะ พระเศียรปาละ
  56. 56. พระทรงเครื่องปาละ ทรงเครื่องกษัตริย์ สวมเทริดขนนก + สร้อยคอ(ทับบนจีวร)  ศิลปะปาละตอนปลาย→ มีแนวความคิด ว่าพระพุทธเจ้า = “จักรวรรติน” (พระพุทธเจ้าคือจักรพรรดิแห่งจักรวาล) → เกิดพระพุทธรูปทรงเครื่องกษัตริย์  เดิม อาจเป็นเครื่องประดับที่ถอดออกได้ → หาย → ต่อมาจึงสลักไปกับองค์พระ มงกุฏทีประกอบจาก ่ ตาบแผ่นสามเหลี่ยม เรียงกัน เรียกว่า “เทริดขนนก” (ลักษณะเฉพาะ ในศิลปะปาละ)
  57. 57. ปรินิพพาน ที่กสินารา ุ (ด้านบนสุดเสมอ) พระแปดปาง ในศิลปะปาละ เสด็จลง จากดาวดึงส์ สังกัสสะ  ศิลปะปาละ → ปรากฏการทำา ปราบช้างนาฬาคีรี พุทธประวัติ 8 ตอน ในแผ่น เมืองราชคฤห์ เดียวกัน  8 ตอน เรียกว่า อัษฏมหาปาฏิหาริย์ (สังเวชนียสถาน 4 + แสดงยมก- มหาปาฏิหาริย์ 4) ปาฏิหาริย์ สาวัตถี  สังเวชนียสถาน 4 → ประสูติ,ตรัสรู้,ปฐมเทศนา,ปรินิ พพาน ปฐมเทศนา สารนาถ ประสูติ สวนลุมพินี ตรัสรู้ ที่พทธคยา ุ (เป็นประธานเสมอ)  มหาปาฏิหาริย์ 4 → ปราบ ช้างนาฬาคีรี,แสดงยมก ปาฏิหาริย์,เสด็จลงจาก ดาวดึงส์,รับบาตรจากพญา วานร รับบาตรจาก พญาวานร ป่าเลไลยก์
  58. 58. ศิลปะในเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ ชวา – ขอม – จาม – พม่า
  59. 59. ศิลปะชวา ศิลปะชวาภาคกลาง ศิลปะชวาภาคตะวันออก
  60. 60. ประวัติศาสตร์และการแบ่งยุคใน ศิลปะชวา สมัย ราชวงศ์ & ศาสนา ชวาภาค กลาง สัญชัย (พศว. 12-16) มหายาน) ชวาภาค ตะวันออก (พศว. 16-20) (ฮินดู) ไศเลนทร์ (พุทธ สัญชัยครั้งที่ (ฮินดู) สิงหาส่าหรี 2 มัชฌปาหิต (พุทธผสมฮินดู) เหตุการณ์สำาคัญ ลักษณะศิลปะ ชวาภาคกลางตอนปลาย อิทธิพลอินเดีย เกิดภูเขาไฟระเบิดบ่อย → ย้ายหนีมาชวาตะวันออก หลังคุปตะ + ปาละ ชวาตะวันออกตอนปลาย → พื้นเมือง พวกมุสลิมเข้า → พวกฮินดู ละทิงอิทธิพล ้ หนีไปเกาะบาหลี อินเดีย
  61. 61. คาบสมุทรมาลายู เกาะสุมาตรา เกาะชวา บาหลี ชวาภา คตะวัน ชวาภาคกลาง ออก
  62. 62. มีอุณาโลม = ปาละ ≠ หลังคุปตะ ธรรมจักรมุทรา = อินเดีย N ่ แต ง ี เฉีย ยจวร ่ หม ีชา ย ซ้า ละ ่ม ไม อังสา ปา ะ ี่พร ุปตะ ≠ ท ค ัง หล = ไม่มีอุณาโลม คุปตะ+หลังคุปตะ ธรรมจักรมุทรา = อินเดีย N นั่งห้อยพระบาท = อินเดีย N ชายจีวร ด้านล่างเป็น เขี้ยวตะขาบ = ปาละ ≠ หลังคุปตะ พระพุทธรูป ภายในจันทิ เมนดุต ่ แต ง ี เฉีย ยจวร ่ หม ีชา ้าย ่ ม าซ ไม อังส ะ ี่พร ท นั่งพระชานุแยก แต่พระบาทชิด เช่นกัน พระพุท ธรูป ประธานที่ จัน ทิเ มนดุต = พระพุท ธ รูป แสดงธรรมจัก รมุท รา นั่งห้อยพระบาท = อินเดีย N พระพุท ธรูป ที่ถ ำ้า เอลโลร่า
  63. 63. พระประธานที่เมนดุตขนาบข้างด้วยพระโพธิสัตว์อว โลกิเตศวร & วัชรปาณี พระอมิตาภะ บนชฎามกุฏ มอขว ื า=ป มือซา ระ ้ ย= จบดอ ทานพร ั อิทธิพ กปัทมะยกข ลปาล น ึ้ ะ ฐานกลีบบัว = ปาละ พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ทีจัน ่ ทิเมนดุต → อิทธิพลปาละ ประทับนั่งในท่า “ลลิตาสนะ” (ท่าสำาหรับพระโพธิสัตว์ นิยมในศิลปะปาละ) ฐานกลีบบัว แบบปาละ พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ศิลปะปาละ
  64. 64. อุณาโลม = ปาละ อุษณีษะ+พระเกศา = คุปตะ-ปาละ มีอุณาโลม = ปาละ พระยืนห่มคลุม แต่พระนั่งห่มเฉียง อิทธิพลปาละ จีวรเรียบไม่มริ้ว ี เหมือนทังคุปตะ,หลังคุปตะ ้ & ปาละกลุ่มหนึ่ง ชายจีวรด้านล่าง เขียวตะขาบ ้ = ปาละ ขัดสมาธิเพชร อินเดีย N ั้น ั่ง ะน จวรส พร าย ี า ี ช ส ม่ม ระอัง ตะ ไ ถ้า ที่พ คุป ะ) ัง ล หล = ปา = ี ม (ถ้า
  65. 65. ศิลปะขอม • ก่อนเมืองพระนคร • หัวเลี้ยวหัวต่อ • เมืองพระนคร (ตอนต้น – ตอนกลาง - ตอนปลาย)
  66. 66. ยุค สมัย ในศิล ปะขอม สมัย ก่อนเมืองพระนคร (พศว. 12 - 14) ชื่อ ศิล ปะ พนมดา, ถาลาบริวัติ, สมโบร์ไพรกุก,ไพรเกมง, กำาพงพระ หัวเลี้ยวหัวต่อ (พศว. 14 - 15) กุเลน, พระโค เมืองพระนคร (พศว. 14 - 18) บาแค็ง, เกาะแกร์, แปรรูป, บันทายสรี, คลัง, นครวัด, บายน
  67. 67. พระเกศาขมวด ก้นหอย + อุษณีษะ แบบ คุปตะ พระพุทธรูปสมัยก่อนเมืองพระนคร พระสมัย พระนครมักเป็น พระนาคปรก พระเกศาหวี + รัดเกล้า ทรงกรวย = รูปแบบขอม พระพุทธรูปสมัยเมืองพระนคร
  68. 68. พระพุทธรูปนั่งสมัย พระนคร = นาคปรก เสมอ พระเกศาหวี + รัดเกล้า ไม่มีกระบังหน้า พระพุทธรูปสมัยบาปวน ทรงกระบังหน้า = นครวัด พระพุทธรูปสมัยนครวัด
  69. 69. ศิลปะจาม
  70. 70. สมัย มิเซิน E1 มิเซิน (ภัทเรศวร) ดงเดือง อมราวดี/อินทรปุระ ป.ฮุงถาญ วิชัย อาณาจักรจามปา แบ่งได้ 3 แคว้น โพกลวงการาย,โพโรเม ปาณฑุรังค์ พศว. 13 หัวล่าย 14 ดงเดือง (อินทรปุ ระ มิเซิน)A1 15 ต้น (อินทรปุ ระ) บิญดิ่น (วิชัย) สมัยหลัง 15 ปลาย – 16 17-18 อิทธิพ ล อินเดี ย ชวา จีน พืน ้ เมือง ชวา ประวัติศาสตร์ ศิวลึงค์ประจำา อาณาจักรทีมิเซิน ่ (ภักเรศวร) ชวาบุทรุก (พร้อม ขอม) ิ เมืองหลวงที่อนทร ปุระ พุทปะเจริญสูงสุด ศิลธมหายานจาก จีน จีน เวียดนามเริ่ม บายน โจมตี→ ย้ายเมือง หลวงไปวิชัย บุกรุกขอม + ขอม บุกรุกกลับ 19 ลง จีน เวียดนามโจมตี → มา ถอยไปปาณฑุรังค์ → ต่อมาเวียดนาม กลืน
  71. 71. ชายจีวร พาดพระอังสาขวา อิทธิพลจีน ชายจีวรสั้น ที่พระอังสาซ้าย อิทธิพลปาละ ประติม ากรรมจาม สมัย ดงเดือ ง สมัยดงเดือง มีการสร้างวัด พุทธมหายานขึ้นทีดงเดือง ชื่อ ่ “วัดลักษมีนทรโลเกศวร” ดงเดือง = สมัยเดียวทีมีพุทธ ่ มหายาน พุทธมหายานสมัยดงเดือง = อิทธิพลจีน นั่งห้อยพระบาท+ มือวางไว้บนเข่า = อิทธิพลจีน พระพุทธรูป ประธาน พบที่ดงเดื พระนั่งทีเล่อซาน ่
  72. 72. ศิลปะพม่า ศิลปะศรีเกษตร ศิลปะพุกาม ศิลปะหงสาวดี ศิลปะมัณฑเล
  73. 73. อังวะ พม่า ปยู ตองอู หงสาว ดี มอญ ศิล ปะพม่า แบ่ง ได้ 4 สมัย สมัยที่ พม่า N พม่า S 1 ศรีเกษตร (ปยู) สุธรรมวดี / (12 สะเทิม 16) (มอญ) 2 (16 19) พุกาม (พม่า) พระเจ้าอโนรธาตีมอญ + รับ พุทธเถรวาท 3 (19 23) อังวะ (พม่า) ตองอู (พม่า) หงสาวดี (มอญ) พระเจ้า ธรรมเจดีย์ 4 (23 25) ราชวงศ์คองบอง (พม่า) อังวะ – อมรปุระ – มัณฑเล พระเจ้าอลองพญา + มังระ พระเจ้ามินดง
  74. 74. พระพุทธรูปศิลปะศรีเกษตร = อิยเดีย N + S อุษณีษะตำ่า อมราวดี ปางมารวิชัย = อินเดีย N
  75. 75. พระพุทธรูปในศิลปะพุกาม = อิทธิพลปาละ พระนังปาละ ่ พระนังพุกาม ่
  76. 76. • เดิมเป็นพระพุทธรูปประจำาแคว้นยะไข่ • พระเจ้าปดุงเชิญมาอมรปุระ ถวายเครื่อง ทรง = พระทรงเครื่อง • พระเจ้ามังระตีอยุธยา กวาดต้อนช่างไทย = เครื่องทรงอยุธยา พระมหามัยมุนี ของอนุราธปุระ

×