Ce diaporama a bien été signalé.
Nous utilisons votre profil LinkedIn et vos données d’activité pour vous proposer des publicités personnalisées et pertinentes. Vous pouvez changer vos préférences de publicités à tout moment.

ทำประกันชีวิต เอไอเอ(AIA) เพชรบุรี ดีมั้ย

1 825 vues

Publié le

ความเป็นมาของสำนักงานประกันชีวิต เอไอเอ เพชรบุรี คุ ณวรรณา เวชประดิษฐ์ คุ ณวีระภัทร์ ภู่ระหงษ์ ประกันชีวิต คือะไร ทำประกันดีมั้ย คำปฏิเสธที่ได้ยินบ่อย เช่น ทำไว้เยอะแล้ว ไม่มีเงินทำประกัน คำถามเกี่ยวกับประกัน เช่น ประกันจ่ายจริงมั้ย เรามีคำตอบให้คุณ

Publié dans : Économie & finance
  • Soyez le premier à commenter

ทำประกันชีวิต เอไอเอ(AIA) เพชรบุรี ดีมั้ย

  1. 1. สำนักงำน เอ.ไอ.เอ.เพชรบุรี คุณวรรณำ เวชประดิษฐ์ (ภำพสไลด์) เรื่องรำวเล่ำขำน ร่วมงำนกับเรำ จับเข่ำคุย(ประ)กัน รำงวัลชีวิต สำนักงำนประกันชีวิตแห่งนี้ งำนในโลกนี้มีเพียงสองอำชีพ ประกันชีวิตเป็น Say No Business คุณทุ่มเทแค่ไหนกับงำน ถูกสร้ำงขึ้นด้วยรัก จำกคน คืองำนเลี้ยงชีวิตและสร้ำงชีวิต จริงหรือไม่ ? คุณเข้ำใจคำว่ำ แล้วพอใจแค่ไหนกับ มำกมำยหลำยที่มำ อ่านต่อ... คุณจะเลือกงำนอะไร อ่านต่อ... “ประกันชีวิต” แค่ไหน อ่านต่อ... ผลตอบแทน อ่านต่อ... ต้นไม้เติบโตตำมพันธุ์ คนเติบโตตำมฝั น แล้วฝั นของคุณล่ะ...?
  2. 2. เรื่องรำวเล่ำขำน สำนักงำนประกันชีวิตแห่งนี้ถูกสร้ำงขึ้นด้วยรักจำกคนมำกมำยหลำยที่มำ ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวำคม พ.ศ.2553 ใน นำมของคุณวรรณำ เวชประดิษฐ์ผู้อยู่ก้ำวเดินบนถนนคนประกันเกือบ 20 ปี โดยมีจุดมุ่งหมำยเพื่อสร้ำงควำมรู้ควำมเข้ำใจ และให้บริกำรรวมถึงคำปรึกษำแนะนำเกี่ยวกับกำรประกันชีวิต ตำมวิสัยทัศน์ในขององค์กรที่กล่ำวว่ำ “ให้บริกำรด้วยควำม มุ่งมั่น ส่งมอบกรมธรรม์สู่ทุกครัวเรือน” และนำพำให้หลำกหลำยชีวิตมำพบกันที่นี่ คุณวรรณา เวชประดิษฐ์ เจ้าของสานักงาน เอ.ไอ.เอ. เพชรบุรี อดีต เจ้าของร้านเสริมสวย “เกือบ 20 ปี ที่ฝำกชีวิต กับ เอ.ไอ.เอ.ธุรกิจประกันชีวิต ถึงวันนี้อยำกจะบอกว่ำ ชีวิตของดิฉันมี ควำมสุขมำก ควำมสุขของดิฉันคือ ได้อยู่ในที่ ๆ อยำกอยู่ห้อมล้อมไปด้วยผู้คนที่เรำรัก ได้ทำใน สิ่งที่ถูกต้องอย่ำงรู้เป้ำหมำย ตลอดเวลำ ที่นี่สอนให้ดิฉันกล้ำคิด กล้ำฝัน กล้ำลงมือทำทำเท่ำที่รู้ จนกระทั่งรู้วิธีทำ ดิฉันรู้ว่ำ งำนนี้ให้ประโยชน์มำกมำยมหำศำลกับดิฉันและคนในสังคม หำกดิฉันได้นำควำมรู้นี้ไปแนะนำกับพวกเขำเหล่ำนั้น สำหรับดิฉัน ในครั้งแรกที่ตัดสินใจเข้ำสู่อำชีพนี้ อำจเป็นเหตุผลเดียวกับหลำย ๆ คน คือเรื่องรำยได้ที่ไม่มี เพดำนจำกัด แต่เหตุผลที่ทำให้ดิฉันไม่มีวันออกไปจำกธุรกิจนี้ เพรำะดิฉันตระหนักแล้วว่ำประกันชีวิตคือปัจจัยที่ 5 ของชีวิต ดิฉันอำจจะสำมำรถอยู่ได้แต่คงไม่สำมำรถอยู่ได้อย่ำงดี หำกขำดกำรประกันชีวิต เพรำะดิฉันไม่มีโอกำสรู้เลยว่ำ พรุ่งนี้ดิฉัน จะเจ็บป่วย เกิดอุบัติเหตุ พิกำร หรือเสียชีวิต และดิฉันจะยืนหยัดอยู่ในธุรกิจนี้ เพื่อบอกต่อคุณค่ำของคำว่ำ “ประกันชีวิต”
  3. 3. คุณวีระภัทร์ ภู่ระหงษ์ ผู้จัดการหน่วยเพชรบุรี เอ2 อดีตนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคเพชรบุรี “แค่เปลี่ยนควำมคิด ชีวิตก็เปลี่ยน” 13 ปีกับธุรกิจประกันชีวิต งำนซึ่งใช้ต้นทุนต่ำแต่ทำกำไรสูง แม้ตัวผมเองจะไม่ใช่ตัวแทนแนวหน้ำระดับประเทศแต่ก็มีควำมสุขที่ได้อยู่ในธุรกิจนี้ กับบริษัท ที่ยิ่งใหญ่อย่ำง เอ.ไอ.เอ.ผมเลือกที่จะเดินบนเส้นทำงนี้ เพรำะต้องกำรเป็นนำยตัวเองไม่อยำก ฝำกควำมฝันไว้ในมือของนำยจ้ำง แม้จะไม่ได้มำจำกครอบครัวที่ร่ำรวย แต่ผมก็เชื่อว่ำ ชีวิตลิขิต เองได้เมื่อมำเจอ เอ.ไอ.เอ.ผมก็ตัดสินใจลองทำดู จนกระทั่งวันนี้ 13 ปีผ่ำนไป ทำให้ผมมั่นใจว่ำ งำนนี้ล่ะที่จะตอบโจทย์ ชีวิตของผมได้ทั้งอิสรภำพทำงด้ำนกำรเงินและเวลำ ด้วยธุรกิจนี้ ทำให้ผมรู้จักคำว่ำ “ทำงลัดของชีวิต”ผมไม่ได้จบปริญญำตรีอย่ำงเพื่อน ๆ หลำยคน แต่ก็สำมำรถ ทำรำยได้เดือนละ 5-6 หมื่นบำท มีบ้ำน มีรถ มีโอกำสได้ดูแลบุพกำรี ทั้งหมดนี้อำจดูไม่มำกมำยแต่ก็ทำให้ผมภำคภูมิใจใน ฐำนะของมนุษย์คนหนึ่ง ผู้คนมำกมำยอำจมองว่ำงำนของเรำคือ “งำนขำยกระดำษ” แต่กระดำษของผมไม่ได้มีไว้ชั่งกิโลขำยแต่กระดำษ ที่ผมขำยให้กับลูกค้ำของผมวันนี้ จะถูกแปลงเป็นเช็คใบละแสนใบละล้ำน เพื่อซับน้ำตำแม่หม้ำยและลูกกำพร้ำหรือผู้คน มำกมำยเมื่อเขำต้องสูญเสียคนที่เขำรักไป...กระดำษใบนี้ ยังช่วยให้ผู้คนได้รับสวัสดิกำรค่ำรักษำพยำบำลที่ดี และกระดำษใบ เดียวกันนี้ อำจแปรเป็นเช็คเงินสดสำหรับคุณในวัยเกษียณ “ชีวิตและความสุขของผม ผมเลือกที่จะเขียนด้วยมือของผมเอง”
  4. 4. จับเข่ำคุย (ประ) กัน ประกันชีวิตคิดไปคล้ำยถือร่ม ป้ องกันลมและน้ำได้ใต้สำยฝน แต่เมื่อยำมฟ้ ำใสไม่มืดมด ดูเหมือนตนมีภำระเกะกะจริง เมื่อถึงครำวที่ฝนหล่นจำกฟ้ ำ จึงรู้ว่ำร่มจำเป็ นเห็นค่ำยิ่ง จงประกันชีวิตไว้อย่ำประวิง เพรำะทุกสิ่งเกิดขึ้นได้ไม่แน่นอน ประกันชีวิตเป็น Say No Business จริงหรือไม่ ? คุณเข้าใจคาว่า “ประกันชีวิต” แค่ไหน ? ถ้ำวันนี้มีคนเข้ำมำพบคุณ พร้อมกับแนะนำตัวว่ำ “สวัสดีค่ะ ดิฉันสมหญิง จำกบริษัทประกันชีวิต...ค่ะ”ควำมคิดแวบแรกของคุณคืออะไร คุณคงคิดว่ำจะ ปฏิเสธว่ำอย่ำงไรดี ที่จะทำให้คนๆ นั้นมีเวลำอยู่ต่อหน้ำคุณน้อยที่สุดใช่หรือไม่ ? มีหลำกหลำยเหตุผลที่ทำให้คนส่วนใหญ่ ตัดสินใจทำเช่นนั้น ไม่ว่ำจะเป็น ไม่ชอบประกัน ทำไว้เยอะแล้ว ประกันไม่จ่ำยจริง ลงทุนดีกว่ำ เบิกถอนยำก ไม่มีเงิน แต่เรำเชื่อว่ำ เหตุผลสำคัญที่ทำให้เป็นเช่นนั้น เพรำะคนส่วนใหญ่ยังไม่เข้ำใจคำว่ำประกันชีวิตมำกพอ เรำค่อยๆ มำเปิดใจถึงเหตุผลแต่ละข้อกัน ดีมั๊ยคะ หากมีข้อเสนอแนะเพิ่มเติม หรือข้อสงสัยเกี่ยวกับประกันชีวิต ฝากความคิดเห็นไว้นะคะ
  5. 5. ถ้าวันนี้เราจะซื้อหม้อหุงข้าวซักใบ ในราคาที่เท่ากัน ระหว่างใบที่มีรับประกัน กับไม่มี คุณจะเลือกใบไหน? จะซื้อ รถซักคัน ระหว่างมีประกัน กับไม่มี คุณจะเลือกขับคันไหนอุ่นใจกว่ากัน? คาตอบที่คงไม่แตกต่างกันก็คงจะเลือกหม้อหุงข้าว และรถที่มีประกันใช่หรือไม่ ? นั่นหมายความว่าคนส่วนใหญ่ชอบประกัน แต่ไม่ชอบเสียงเงินเพื่อซื้อประกันต่างหากหรืออีกนัย หนึ่งก็คือไม่รู้ว่าเสียเงินซื้อไปแล้วจะได้อะไรกล่าวคือไม่เห็นว่ามีประโยชน์นั่นเอง ถ้ามีหมอดูซักคน ที่ดูอนาคตได้แม่นยา ถึงขั้นบอกวันเป็นวันตายได้แน่นอน มาทักเราว่า เราจะเสียชีวิตในเดือน หน้า คงไม่ต้องถามว่าเราจะซื้อประกันชีวิตหรือไม่แต่คงต้องเปลี่ยนคาถามว่าเราจะซื้อประกันชีวิตได้มากที่สุดเท่าไหร่ ต่อให้กู้ หนี้ยืมสินมา ก็คงต้องทา แต่ในโลกของความเป็นจริง ไม่ได้มีหมอดูที่แม่นยาคนนั้น เราจึงไม่รู้ว่าจะจากโลกใบนี้ไปเมื่อไหร่ และ คิดเข้าข้างตนเองว่า เรื่องราวร้าย ๆ คงไม่เกิดขึ้นกับชีวิตของเราหรือคนในครอบครัวแน่นอน มันเป็นเรื่องของคนอื่น แต่คงลืมคิด ไปว่า คนอื่น ๆ ก็คิดอย่างนั้นเช่นกับ แล้วถ้าวันหนึ่ง คนอื่น ของคนอื่น ของคนอื่น กลายเป็นเราขึ้นมา อะไรจะเกิดขึ้น ??? ถ้าจะเปรียบไป ก็เหมือนกับการที่เราไม่ชอบที่จะถูกคุณหมอฉีดยา แต่ถ้าเราไม่สบายก็จาเป็นต้องฉีดเพื่อให้ร่างกาย หายเป็นปกติ เราอาจไม่ชอบใส่แว่น แต่เราก็ใส่ไว้เพื่อความชัดเจนในการมองเห็น ดังนั้นจึงไม่แปลกเลยค่ะที่เราจะไม่ชอบและ ไม่ซื้อประกันชีวิต แต่ขอให้คุณซื้อประโยชน์ของการประกันชีวิตที่ “เจ็บก็ช่วย ป่วยก็ให้ ตายก็จ่าย สบายก็เลี้ยงดู ขัดสนก็กู้ แก่ชราค้าชูตลอดชีพ”กันเถอะนะคะ
  6. 6. ความรู้สึกว่าทาประกันไว้เยอะแล้ว จะเป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นช่วงหนึ่งเท่านั้นค่ะ ถ้าเราซื้อประกันเพราะเห็นถึง ประโยชน์ ไม่ได้ซื้อเพราะช่วยเหลือญาติ เพื่อน หรือเกรงใจคนแนะนา เราจะรู้ว่าประกันชีวิตไม่เคยมากพอเมื่อวันนั้นมาถึง เพราะประกันชีวิตออกมาแก้ปัญหา4 เรื่องเท่านั้น คือ เจ็บป่วยเป็นค่ารักษา แก่ชราเป็นเงินกินใช้จากไปเป็นทุนการศึกษา และค่า ความสามารถในอนาคต มาดูกันนะคะว่า ทาไมประกันชีวิตถึงไม่เคยมากพอ ในเรื่องของค่ารักษา หลายคนอาจรู้สึกว่า ฉันมีประกันชีวิต มีค่ารักษาพยาบาลแล้วในอดีตคุณอาจมีค่าห้อง ค่าอาหารวันละ 1,000 บาท ก็สามารถรักษาได้อย่างดี แต่ในปัจจุบันค่าห้องค่าอาหารขั้นต่าสาหรับโรงพยาบาลเอกชนต่างจังหวัด ก็อยู่ที่ 2,000 กว่าบาทแล้ว ก็จาเป็นที่ต้องซื้อค่ารักษาพยาบาลเพิ่มเติม วันหนึ่งที่เราเริ่มเก็บเงิน และมั่นใจว่าเมื่อเกษียณ จะมีเงินก้อนหนึ่งเพื่อกินใช้อย่างเพียงพอแต่เมื่อวันเวลาผ่านไป ด้วยค่าครองชีพที่สูงขึ้น นั่นหมายความว่าเมื่อเกษียณเราต้องมีเงินเก็บที่มากขึ้น การออมกับการประกันชีวิตก็เป็นอีกหนึ่ง ทางเลือกของการออมเพื่อการเกษียณ สาหรับทุนการศึกษาและค่าความสามารถในอนาคต หลาย ๆ ครอบครัวอาจวาดฝันที่สวยงาม จะส่งลูกเรียน มีบ้าน มีรถ แต่ฝันก็ต้องสลายลงเมื่อหัวหน้าครอบครัวจากไป ประกันชีวิตคือการเตรียมเงินก้อนใหญ่ที่เราต้องการด้วยการทยอยฝาก เงินก้อนเล็กๆ ถ้าจะบอกว่ามีประกันเยอะแล้วหลังการจากไปของหัวหน้าครอบครัว เคยได้ยินแม่หม้ายและเด็กกาพร้าคนไหน พูดไหมว่า “เงินที่ได้จากประกันชีวิตมันมากไป” มีแต่คาพูดที่บอกว่า “ถ้ารู้ว่าจะจากไปเร็วขนาดนี้ ทาประกันไว้มากกว่านี้ก็ดี”
  7. 7. เป็นปัญหาที่ทาให้หลาย ๆ คนรู้สึกแย่กับการทาประกันชีวิต บางคนอาจประสบด้วยตนเอง แต่โดยส่วนมากแล้ว เป็นการบอกเล่าต่อ ๆ กันมา ว่าบริษัทประกันโกง ไม่จ่ายอย่างที่ตกลงไว้ ถ้าลงให้ลึกถึงปัญหา จะมีหลากหลายเหตุผลที่ทาให้ปัญหานี้เกิดขึ้น เช่นลูกค้าจ่ายเบี้ยประกันผ่านตัวแทนประกัน ชีวิตไม่เคยขาด แต่พอถึงเวลาจะเบิกแล้วเบิกไม่ได้มันเกิดอะไรขึ้น ??? ประเด็นแรกอาจเป็นเพราะคุณเบิกในสิ่งที่คุณไม่ได้ซื้อ เช่นซื้อแต่เงินเก็บแต่จะเบิกค่ารักษา คุณอาจจ่ายเบี้ยเท่า 5 หมื่นเท่ากับบ้านข้าง ๆ เขายังเบิกค่ารักษาได้เลย ทาไมคุณเบิกไม่ได้ เพราะห้าหมื่นของเขาซื้อค่ารักษา แต่ห้าหมื่นของคุณซื้อเรื่องเงินออมไงคะ ประเด็นที่สอง บริษัทไม่ได้โกงแต่คุณเจอตัวแทนประกันชีวิตไม่ซื่อสัตย์ต่างหากปัญหานี้เกิดจากตัวแทนไม่มี จรรยาบรรณและลูกค้าก็ให้ความร่วมมือในการโกงเงินของตนเองด้วยโดยการให้เงินกับตัวแทนแล้วไม่ขอใบเสร็จรับเงิน เพราะ รู้จักกันมานาน ไว้ใจกัน เป็นญาติกัน เป็นเพื่อนกัน เป็นต้น เมื่อตัวแทนไม่นาเงินเข้าบริษัท ประกันของคุณก็ขาด เบิกไม่ได้แล้ว เราก็รู้สึกว่าบริษัทประกันชีวิตโกง ไม่จ่ายจริง แต่หากคุณมีใบเสร็จ บริษัทก็พร้อมรับผิดชอบ บริษัทประกันชีวิตเปรียบเหมือนพ่อแม่ที่คอยสั่งสอนลูกๆ คือตัวแทนประกันชีวิตทุกคน ให้เป็นคนดี มี จรรยาบรรณในงานที่ทา แต่ลูกๆ แต่ละคนก็รับรู้และปฏิบัติได้ไม่เหมือนกัน จะเปรียบไปก็เหมือนคุณซื้อส้มมาซัก 1 ลัง หากเจอส้มเน่าซัก 5 ผล เราก็แค่เลือก 5 ผลนั้นทิ้งไป คุณคงไม่ทิ้งส้มทั้ง ลังใช่หรือไม่ เพราะคุณรู้ว่าส้มมีประโยชน์กับคุณ แต่ครั้งต่อไปคุณก็จะเลือกส้มอย่างละเอียดมากขึ้น เพื่อไม่พลาดซื้อส้มเน่า กลับมาอีก เช่นกันกับการที่เราถูกตัวแทนประกันชีวิตแย่ๆ คนหนึ่งโกง คุณจะเลือกที่จะอยู่โดยไม่มีประกันชีวิตไปตลอดเพื่อ ประชดตัวแทนคนนั้นงั้นหรือ หากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น ใครกันที่จะเดือดร้อนกับคุณ ???
  8. 8. ถ้าจะเปรียบเทียบกับผลกาไรที่ได้รับจากการลงทุนแล้ว ในฐานะตัวแทนประกันชีวิตคงต้องยอมรับโดยดีว่า สู้ไม่ได้ จริง ๆ เพราะประกันชีวิตไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อ“ความมั่งคั่ง” แต่ประกันชีวิตถูกสร้างขึ้นมาเพื่อ“ความมั่นคง” ทั้งการลงทุน และการประกันชีวิตให้ผลตอบแทนที่แตกต่างกันในการลงทุน เป็นเรื่องสมควรอย่างยิ่งที่คุณต้องได้ ผลตอบแทนสูง เพราะคุณต้องลงกาลังทรัพย์กาลังสมองการยอมรับความเสี่ยง และคุณต้องเข้าใจอีกข้อหนึ่งว่า การลงทุนจะมี กาไรต่อเมื่อคุณมีเวลาและความสามารถในการบริหารการลงทุนเท่านั้นถ้าคุณไม่อยู่ก็คือจบเกม ลองย้อนถามตัวเองก่อนว่าที่เราลงทุนเพราะต้องการให้เงินงอกเงยนั้นเพื่ออะไรคาตอบที่คงไม่แตกต่างกันก็คงเพื่อ ตัวเราเอง หรือคนที่เรารักใช่หรือไม่ แล้วจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น อย่าลืมนะคะว่า การลงทุนอาจเสี่ยงได้แต่ อนาคตของเราและครอบครัวไม่น่าเสี่ยง เพราะวันหนึ่งเราอาจต้องจ่ายด้วยความสุขทั้งหมดของทุกคนในครอบครัว จะดีไหมถ้าเรานาทั้งสองสิ่งมารวมกันคุณยังคงสามารถลงทุนได้เหมือนเดิมแต่เจียดเงินบางส่วนมาฝากไว้กับการ ประกันชีวิตเพื่อรองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ทีนี้คุณก็จะเป็นนักลงทุนที่ชาญฉลาดที่สามารถ “มั่งคั่งอย่างมั่นคง”
  9. 9. การเบิกถอนยาก เป็นข้อดีของการประกันชีวิตเพราะเราเก็บเพื่อเก็บไม่ได้เก็บเพื่อใช้ถ้าคุณต้องการเก็บเพื่อใช้ แนะนาให้ฝากกับธนาคาร เพื่อง่ายต่อการเบิกถอนแต่ถ้าคุณคิดว่าเก็บเงินกับธนาคารก็ได้เราขอถามคุณว่า เคยมีบัญชีธนาคารเล่ม ไหนไหมคะ ที่ฝากแล้ว10 ปี หรือ 20 ปี ไม่มีรายการถอนเลย นั่นหมายความว่า การฝากธนาคารเป็นที่พักเงินเท่านั้น ไม่ใช่ที่ฝาก เงิน เมื่อสุดท้ายของเป้าหมายแล้ว คุณอาจไม่เหลือเงินมากอย่างที่คุณคิด สาหรับการประกันชีวิตแล้ว เหมือนการบังคับเก็บเงิน เก็บเพื่อเป้าหมายในชีวิต เช่น เงินยามเกษียณ ทุนการศึกษา เราไม่ได้เก็บเงินก้อนนี้เพราะเราจะแก่ และหมดแรงทางานในวันนี้ หรือลูกเราจะต้องใช้เงินก้อนใหญ่เพื่อการศึกษาวันนี้ แต่เป็น ในอนาคต แต่หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มีวินัยในการเก็บออม ไม่เบิกถอนเลย คุณคิดว่ามีธนาคารแห่งไหนไหม ที่จะฝากเงินแทน คุณหากในระหว่างฝากคุณเกิดทุพพลภาพจะมีธนาคารแห่งไหนไหมจะฝากเงินแทนคุณ เพื่อเป็นทุนการศึกษาให้ลูกของคุณใน วันที่คุณเกิดทุพพลภาพหรือเสียชีวิต แต่สาหรับการประกันชีวิตเรารองรับสิ่งเหล่านั้นให้กับคุณ สรุปว่าไม่ว่าจะเป็นการฝากเงินกับธนาคาร หรือการฝากเงินกับประกันชีวิตก็มีข้อดีที่แตกต่างกันไปดังคาพูดที่ กล่าวไว้ว่า “ฝากธนาคารเพื่อปัจจุบัน ฝากประกันเพื่ออนาคต”
  10. 10. ถ้าเราอยากได้อะไรซักอย่างเพราะรู้ว่ามันดี มีประโยชน์ เราจะหาทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มันมา แต่คนส่วนใหญ่ให้ เหตุผลในการไม่ซื้อประกัน ซึ่งเป็นเหตุผลยอดฮิตว่า “ไม่มีเงิน” เป็นไปได้ไหมว่า ที่เราไม่มีเงินซื้อประกันชีวิตเพราะเราไม่เห็น คุณค่าของคาว่า “ประกันชีวิต” ในวันที่เรามือดีเท้าดี สุขภาพร่างการแข็งแรงทารายได้เข้าครอบครัวได้ เงินเพียง10% ของรายได้เรายังไม่สามารถ เจียดได้แล้วหากวันหนึ่งครอบครัวต้องขาดรายได้ทั้ง 100% จากเรา ใครจะเป็นคนหาเงินก้อนนั้น คุณอาจต่อรองกับตัวแทนประกันชีวิตได้ว่ายังไม่ทา ยังไม่พร้อมได้แต่เมื่อคุณต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาลด้วยโรค ร้ายแรง คุณไม่สามารถต่อรองกับคุณหมอได้ว่าคุณไม่พร้อมจะจ่ายค่ารักษา แต่หากคุณไม่มีเงิน ด้วยเหตุผลว่า ต้องซื้อรถก่อนซื้อบ้านก่อน เราคงต้องเคารพการตัดสินใจของคุณ “อะไรสาคัญ กว่าก็ควรทาก่อน” หากคุณต้องการซื้อบ้านซื้อรถคุณต้องการสิ่งเหล่านั้นเพื่อความสุขของครอบครัวใช่หรือไม่ หากเราซื้อสิ่ง เหล่านั้นก่อน แต่ยังไม่ซื้อประกัน เมื่อเราได้สิ่งเหล่านั้นแล้วเกิดตรวจพบว่าเราเป็นมะเร็ง ต้องใช้ค่ารักษาจานวนมาก เราอาจต้อง ขายบ้าน ขายรถ เพื่อนาเงินมารักษาตัวใช่หรือไม่แต่หากวันนี้คุณเจียดเงินบางส่วนเพื่อซื้อประกันหาเงินมาเติมนิดหน่อยคุณก็ สามารถซื้อบ้านซื้อรถได้เหมือนเดิมเกิดวันหนึ่งตรวจพบว่าเป็นมะเร็ง คุณก็ยังมีค่ารักษาจากประกันชีวิต ยังมีรถขับไป โรงพยาบาล และได้กลับมาพักฟื้นที่บ้านหลังเดิม ในวันที่คุณยังแข็งแรงที่สุด คุณคือผู้เลือกที่จะซื้อหรือไม่ซื้อประกันชีวิตแต่ถ้าคุณเลือกที่จะไม่ซื้อประกันชีวิตวัน หนึ่งคุณอาจอยู่ในฐานะของผู้ถูกเลือก

×